โครงการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในการบริโภคพืชผักของประชาชนตำบลสะกอม ประจำปี2567
สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในของร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกาย ได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ตำบลสะกอม เป็นตำบลหนึ่งที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการปลูกแตงโม ฟักทอง และปลูกพืชผักตลอดทั้งปี ผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จากข้อมูลดังกล่าว แสดงว่าเกษตรกรในตำบลสะกอม ยังคงมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในการนำมาใช้นั้นได้มีการใช้อย่างไม่ถูกวิธีและขาดความรู้จึงท้าให้มีผลกระทบกับด้านสุขภาพโดยตรง ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะกอม จึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพเกษตรกรในตำบลสะกอม จึงได้จัดทำโครงการสำรวจความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในตำบลสะกอม ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีให้ถูกต้อง จากดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในการบริโภคพืชผักของประชาชนในพื้นที่ตำบลสะกอม ประจำปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา จากคัดกรองประชาชนและเกษตรกรที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ จำนวน 90 คน โดยการตรวจเลือดโดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (ครั้งที่ 1 ) ผลการตรวจไม่ปลอดภัย จำนวน 23 ราย มีความเสี่ยง จำนวน 24 ราย หลังจากนั้นนัดติดตามผลกลุ่มเป้าหมายที่ผลไม่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงเป็นเวลา 1 เดือน พร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและให้ทานสมุนไพรรางจืดเพื่อขับล้างสารพิษในร่างกาย หลังจากครบ 1 เดือน นัดติดตามผลโดยการตรวจเลือดโดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (ครั้งที่ 2)ผลการตรวจไม่ปลอดภัย จำนวน 8 ราย มีความเสี่ยง จำนวน 37 ราย จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ได้เห็นว่า การจัดทำโครงแก้ไขเรื่องนี้มีความสำคัญเพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง/เกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่ใช้สารเคมีทำการเกษตรในพื้นที่รับผิดชอบได้รับการเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดและจัดอบรมให้ความรู้เในการใช้สารเคมีหรือเลือกบริโภคพืชผักที่ถูกต้อง เพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อไป
-
เพื่อตรวจหาระดับสารเคมีตกค้างในเลือดของประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการใช้/ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช5060
ประชากรกลุ่มเสี่ยงจากการใช้/ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้รับการตรวจหาระดับสารเคมีตกค้างในเลือด
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ5060
ประชาชนและเกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพและเลือกบริโภคพืชผักให้ปลอดภัย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง90
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมเจ้าหน้าที่ รพ.สต.สะกอม และอสม.เพื่อกำหนดแผนงานลงปฏิบัติงานในพื้นที่1 พฤษภาคม 2567 ถึง 20 พฤษภาคม 2567
คณะทำงานมีความรู้ความเข้าใจและสามารถวางแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับอาชีวอนามัยในการประกอบอาชีพ
0 บาท -
ตรวจคัดกรองในกลุ่มเกษตรกร/ผู้บริโภคในพื้นที่เป้าหมายโดยการตรวจเลือดโดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส พร้อมแจ้งผลการตรวจเลือด (ครั้งที่ 1 ) (ภาคเช้า)
1.กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 950 บาท
2.แบบประเมินความเสี่ยงในการทำงานของเกษตรกรฯ จำนวน 90 ชุด ๆ ละ 3 บาท เป็นเงิน 270 บาท
3.ไวนิลป้ายโครงการ ขนาด 1.2*2.4 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 450 บาท
4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 ชุดๆ ละ 30บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,700บาท
5.ค่าอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 90 ชุดๆ ละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาท
1 มิถุนายน 2567 ถึง 30 มิถุนายน 25671.ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจเลือดหาสารเคมีตกค้างร้อยละ 100
9770 บาท -
จัดกิจกรรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการใช้สมุนไพรรางจืดในการล้างพิษ (บ่าย)
1.ค่าถ่ายเอกสารคู่มือความรู้เรื่องเกษตรกรปลอดโรค 90 เล่ม ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 2,700 บาท
2.ยาเม็ดรางจืด 1 กระปุกๆ ละ 170 จำนวน 25 กระปุกเป็นเงิน 4,250 บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 ชุดๆ ละ 30บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,700 บาท
1 มิถุนายน 2567 ถึง 30 มิถุนายน 25671.ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ รวมไปถึงสามารถป้องกันตนเองได้ หากมีการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
9650 บาท -
ตรวจคัดกรองเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายโดยการตรวจเลือดโดยใช้กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส พร้อมแจ้งผลการตรวจเลือด (ครั้งที่ 2 )
1.กระดาษทดสอบเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 950 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 ชุดๆ ละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อเป็นเงิน 2,700 บาท
1 สิงหาคม 2567 ถึง 30 สิงหาคม 25671.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการลดปริมาณการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพ
2.เกษตรกรที่พบสารเคมีในเลือดสูงจากการตรวจครั้งที่1 มีจำนวนลดลง3650 บาท
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
1.ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาสารเคมีตกค้างในเลือด
2.ผู้เข้าร่วมมีพฤติกรรมการใช้สารเคมีลดลง และสามารถนำปุ๋ยชีวภาพ/ปุ๋ยอินทรีย์มาใช้แทนการใช้สารเคมี
3.เข้าร่วมโครงการมีความรู้และเข้าใจอันตรายจากการสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมไปถึงสามารถป้องกันตัวเองได้ หากมีการสัมผัสหรือใกล้ชิดกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
