โครงการสร้างเสริมสุขภาพกายใจให้แข็งแรง รพ.สต.บ้านเกาะทองสม ปี 2567
-
ร้อยละของประชาชน อายุ 15 ปีขึ้นไป ไม่มีการออกกำลังกายตามเกณฑ์ (สัปดาห์ละ 3 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที)82.90
-
ร้อยละของประชาชน อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะซึมเศร้า10.80
การมีสุขภาพที่ดี นำมาซึ่งความสุขของชีวิต และสุขภาพที่ดีเกิดขึ้นได้จากการ ‘ออกกำลังกาย’ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่แข็งแรงให้กับคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากการออกกำลังกายประกอบไปด้วยคุณประโยชน์มากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจ หากปฏิบัติเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตโดยรวมที่ดีอย่างยั่งยืน การออกกำลังกายมีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยให้การทำงานของสมองดีขึ้น จะเกิดขึ้นหลังจากออกกำลังกายในระดับปานกลางถึงหนัก ทำให้การคิดหรือการรับรู้ดีขึ้นสำหรับเด็กอายุ 6 - 13 ปี และลดความรู้สึกวิตกกังวลในผู้ใหญ่ การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถช่วยให้ทักษะการคิด การเรียนรู้ และการตัดสินใจดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และช่วยให้นอนหลับได้ดี ช่วยเสริมสร้างกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อสำหรับผู้สูงอายุ สิ่งสำคัญคือต้องปกป้องกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายจะช่วยรักษากระดูก ข้อต่อ กล้ามเนื้อ และช่วยให้มีมวลกล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ เพราะจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกิจกรรมประจำวันให้มีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่เกิดจากการหกล้ม เช่น กระดูกสะโพกหัก โดยพบว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายมักจะมีความเสี่ยงที่จะทำให้กระดูกสะโพกหักมากกว่าคนที่ออกกำลังกายนอกจากนี้โรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต การออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหล่านี้ นอกจากนั้นการออกกำลังกายเป็นประจำสามารถลดความดันโลหิต และเพิ่มระดับไขมันชนิดดีได้ ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้ทุกคนเล็งเห็นถึงคุณค่าของการออกกำลังกายที่ส่งผลบวกต่อร่างกายและจิตใจ อีกทั้งการออกกำลังกายยังเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ถ้าได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันให้ดียิ่งขึ้น นอกจากการส่งเสริมการออกกำลังกายแล้ว การฝึกสมาธิยังจะช่วยทำให้สุขภาพของเราดีขึ้น เพราะการฝึกสมาธิทำให้เราเป็นคนสุขุมลุ่มลึก ใจเย็น อารมณ์ดี อ่อนโยนและมองโลกรอบตัวในแง่ดี มีความสุข จิตที่ฝึกผ่านการทำสมาธิจะทำให้เราตั้งใจ ช่วยให้ความจำดีและสมองทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสมาธิทำให้สารแห่งความสุขหลั่งออกมา ซึ่งช่วยบำบัดความเครียด ลดระดับความดันโลหิต อันเป็นอาการของโรคต่าง ๆ ได้
สำหรับสถานการณ์การออกกำลังกายของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านเกาะทองสม พบว่า ประชาชนมีการออกกำลังกายตามเกณฑ์ (สัปดาห์ละ 3 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที) เพียงร้อยละ 17.1 เท่านั้น และมีประชาชนที่ไม่ออกกำลังกายเลย ร้อยละ 43.4 และจากการคัดกรองภาวะซึมเศร้า พบว่า มีประชาชนมีความเสี่ยงหรือมีภาวะซึมเศร้า ร้อยละ 10.8
จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะทองสม จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพกายใจให้แข็งแรง รพ.สต.บ้านเกาะทองสม ปี 2567 ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในเรื่องการออกกำลังกาย และส่งเสริมสุขภาพจิตด้วยการทำสมาธิ อันจะนำไปสู่การลดภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและส่งเสริมให้มีสุขภาพดีขึ้นในอนาคต
-
เพื่อเสริมสร้างความรู้เรื่องการออกกำลังกายและสมาธิบำบัด80.00
ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้เพิ่มขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในเรื่องการออกกำลังกาย และส่งเสริมสุขภาพจิตด้วยการทำสมาธิ0.00
- กลุ่มเป้าหมายมีการออกกำลังกายตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 50
- กลุ่มเป้าหมายไม่มีภาวะซึมเศร้า/การฆ่าตัวตาย
- มีมหกรรมขยับกายมหาชน จำนวน 1 ครั้ง
-
กลุ่มวัยทำงาน100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงรายละเอียดและกำหนดการจัดกิจกรรม
ประชุมชี้แจงรายละเอียดและกำหนดการจัดกิจกรรมแก่ อสม.
6 มิถุนายน 2567 ถึง 6 มิถุนายน 2567อสม.รับทราบและเข้าใจแผนงานโครงการ/กิจกรรมดำเนินการ
0.00 บาท -
รับสมัครกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการ
รับสมัครกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการจำนวน 100 คน โดยคัดเลือกจากประชาชนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น ไม่ได้ออกกำลังกายตามเกณฑ์ หรือมีภาวะเครียด/ซึมเศร้า
7 มิถุนายน 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2567มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 100 คน
0.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการออกกำลังกายและสมาธิบำบัด
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการออกกำลังกายและสมาธิบำบัด จำนวน 2 ครั้งๆ ละครึ่งวัน แก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 100 คน
1. ค่าเครื่องขยายเสียงแบบเคลื่อนที่ จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 7,300 บาท
2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆละ 2 ครั้งๆละ 25 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท23 กรกฎาคม 2567 ถึง 14 สิงหาคม 2567มีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ 100 คน จำนวน 2 ครั้งๆ ละ ครึ่งวัน
12300.00 บาท -
จัดมหกรรมขยับกายมหาชน
จัดกิจกรรมมหกรรมขยับกายมหาชน จำนวน 1 ครั้ง
18 กันยายน 2567 ถึง 18 กันยายน 2567มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 100 คน
0.00 บาท -
ติดตามและประเมินผลโครงการ
ติดตามกิจกรรมการออกกำลังกายและสมาธิบำบัด
28 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
กลุ่มเป้าหมายมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ คือมีการออกกำลังกายและมีการจัดการอารมณ์ มีสมาธิเพิ่มมากขึ้น อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่แข็งแรง
