โครงการส่งเสริมเด็ก 0-5 ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ปีงบประมาณ 2567
ปัจจุบันสถานการณ์เกี่ยวกับโรคระบาดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ ซึ่งประเทศไทยมีการส่งเสริมการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคระบาดดังนี้ โรคคอตีบ โรคบาดทะยัก โรคไอกรน โรคไวรัสตับอักเสบบี โรคโปลิโอ โรคติดเชื้อไวรัสโรต้า โรคไข้สมองอักเสบ โรคหัด โรคคางทูม และโรคหัดเยอรมัน จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยาพบว่า ปี 2566 พบผู้ป่วยโรคคอตีบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 3 ราย คิดเป็นอัตรา 0.16 ต่อแสนประชากร เป็นพื้นที่ที่พบการระบาดมากที่สุดของประเทศไทย สืบเนื่องจากอัตราการได้วัคซีนในพื้นที่มีความครอบคลุมต่ำกว่าเกณฑ์ส่งผลให้เกิดโรคระบาดได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบโรคอื่น ๆประปราย เช่น ไอกรน หัด เป็นต้น ทั้งนี้โรคต่าง ๆ ดังกล่าวเป็นโรคระบาดที่ส่งกระทบและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงทีอาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตได้ จากการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบุดี ในรอบปี 2566 ที่ผ่านมาพบว่าในกลุ่มเด็ก 0-5 ปีมีเด็กทั้งสิ้นจำนวน 335 คน เด็กที่อายุครบ 1 ปีบริบูรณ์ได้รับวัคซีนคิดเป็นร้อยละ 51.98 เด็กที่อายุครบ 2 ปีบริบูรณ์ได้รับวัคซีนคิดเป็นร้อยละ 49.51 เด็กที่อายุครบ 3 ปีบริบูรณ์ได้รับวัคซีนคิดเป็นร้อยละ 50 และเด็กที่อายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ได้รับวัคซีนคิดเป็นร้อยละ 75.10 จะเห็นได้ว่าความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนยังต่ำกว่าเกณฑ์ตัวชี้วัดร้อยละ 90 โดยสาเหตุเกิดจากการหลายปัจจัย ทั้งผู้ปกครองความรู้ ทัศนคติเกี่ยวกับวัคซีน และความเชื่อทางศาสนา สภาพสังคมเปลี่ยนไปผู้ปกครองฝากเด็กกับผู้สูงอายุ ทำให้ไม่มีใครพามาฉีดวัคซีนเด็กป่วยบ่อยทำให้การได้รับวัคซีนล่าช้าซึ่งโรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน จากข้อมูลข้างต้นเกณฑ์ในการประเมินทั้งหมดกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 0-5 ปี จะต้องผ่านเกณฑ์การได้รับวัคซีนร้อยละ 90 ซึ่งหากไม่รีบดำเนินการหรือหาแนวทางแก้ไขปัญหา พื้นที่ตำบลบุดี มีแนวโน้มของการเกิดโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลเสียและผลกระทบทางด้านสุขภาพของคนในตำบลระบบเศรษฐกิจจะเกิดปัญหาขึ้นดังนั้นทางรพ.สต.บ้านบุดี ได้เห็นถึงความสำคัญของสุขภาพเด็กด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพเด็กและการเข้าถึงบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคระบาดในชุมชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุ
-
เพื่อให้ผู้ปกครองกลุ่มบ่ายเบี่ยงและฉีดล่าช้า1.001.00
ร้อยละ 80 ของผู้ปกครองเด็กกลุ่มบ่ายเบี่ยงและฉีดล่าช้ามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
-
เพื่อให้เด็กอายุ 0 – 5 ปีได้รับวัคซีนตามเกณฑ์1.001.00
ร้อยละ 90 ของเด็ก 0- 5 ปี ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์
-
กลุ่มวัยทำงาน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องวัคซีนแก่ผู้ปกครองกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 50 คน
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท x จำนวน 1 วัน เป็นเงิน 3,000 บาท
-ค่าอาหารกลางวันจำนวน 50 คน x 1 มื้อ x 1 วัน x 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 50 คน x 2 มื้อ x 1 วัน x 35 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 256710000.00 บาท -
1.1 กิจกรรมย่อย....
รณรงค์ให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวัคซีน และร่วมหามาตรการป้องกันการเกิดโรคในเด็กร่วมกับเครือข่าย
กิจกรรมเสริมแรงมอบเกียรติบัตรแก่เด็กที่ได้รับวัคซีนฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์
จัดกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อการฉีดวัคซีน
1 มีนาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 25670.00 บาท
- ร้อยละ 80ผู้ปกครองเด็กมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
- ร้อยละ 90 เด็ก 0 – 5 ปีได้รับวัคซีนตามเกณฑ์
