ทักษะการเอาตัวรอดในน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสพเหตุทางน้ำ
-
นายสมนึก อาดตันตรา
-
นางอัจฉรา ยาประจันทร์
-
นางสาวเสาวบักษณ์ ลิ่มศรีพุทธิ์
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำ90.00
อุบัติเหตุทางน้ำเกิดขึ้นได้เสมอและเป็นความเสี่ยงหากไม่มีทักษะในการว่ายน้ำหรือทักษะการเอาตัวรอดในน้ำและรวมถึงทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ การสูญเสียที่ไม่ควรจะเสียลดลงได้หากมีการป้องกัน รายงานจากกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในช่วง10 ปีที่ผ่านมา (2556-2565) ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำถึง 35,915 คน โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีมากถึงร้อยละ 20.5 (7,374 คน) โดยเด็กช่วงอายุ 5-9 ปี เป็นกลุ่มที่เสียชีวิตมากที่สุดที่ 2,867 คน และข้อมูลโดยเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2551-2565)เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำในช่วงฤดูร้อน ซึ่งตรงกับช่วงปิดเทอม (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) จำนวน 953 เฉลี่ยวันละ 2 ราย อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ในปี 2565 มีจำนวนลดลง อยู่ที่ 658 คน ช่วงอายุที่เสียชีวิตมากที่สุด 5-9 ปี 250 คน คิดเป็นร้อยละ 33.3 รองลงมาคือช่วงอายุ 0-4 ปี 219 คน คิดเป็นร้อยละ 38.1 และ ช่วงอายุ 10-14 ปี จำนวน 189 คน คิดเป็นร้อยละ 28.6 ตามลำดับ และช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค. เป็นช่วงที่เสียชีวิตมากที่สุดเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 32.7 ของการจมน้ำเสียชีวิตตลอดทั้งปี และในพื้นที่ตำบลแป-ระ ปี 2566 มีเด็ก เสียชีวิตจากการจมน้ำ 3 ราย จากข้อมูลดังกล่าวหากจะป้องกันการเสียชีวิตหรือลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก จำเป็นจะต้องฝึกทักษะให้เด็กในกลุ่มเสี่ยงได้เรียนรู้การเอาตัวรอดในน้ำ หรือ”ว่ายน้ำเป็นลอยตัวในน้ำได้โดยไม่ใช้อุปกรณ์และเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีช่วยชีวิตผู้อื่นจากการจมน้ำแบบวิธีช่วยเหลือตามมาตรฐานสากล โดยใช้อุปกรณ์ใกล้มือ โดยมีการเฝ้าระวังและฝึกอบรมการเอาตัวรอดของเด็กกลุ่มเสี่ยง อย่างไรก็ตาม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้จัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรมเด็กและเยาวชนทักษะการเอาตัวรอดในน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ มาแล้ว 4 ครั้ง มีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม ราม 214 คน ร้อยละ 95 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปฏิบัติป้องกันตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้นและลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กในอนาคต จากปัญหาดังกล่าว กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงจัดทำโครงการฝึกอบรมเด็กและเยาวชนทักษะการเอาตัวรอดในน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ ในปีงบประมาณ 2567 ขึ้น
-
เพื่อฝึกอบรมการเอาตัวรอดในน้ำให้แก่เด็กและเยาวชน0.00
ตัวชี้วัดความสำเร็จ เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้การเอาตัวรอดในน้ำได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ประเมินโดยการทดสอบจากภาคปฏิบัติ
-
เพื่อฝึกทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR.) ให้แก่เด็กและเยาวชน0.00
ตัวชี้วัดความสำเร็จ เด็กและเยาวชนมีทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR.) ได้ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ประเมินโดยการทดสอบจากภาคปฏิบัติ
-
เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของเด็กและเยาวชนในตำบลแป-ระ0.00
ตัวชี้วัดความสำเร็จ เด็กและเยาวชนในตำบลแป-ระ มีทักษะการออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ ร้อยละ 100 ประเมินจากภาคปฏิบัติ
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน
ฝึกอบรมเด็กและเยาชนเอาทักษะการตัวรอดในน้ำและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ
1 มกราคม 2567 ถึง 30 กันยายน 25671 เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้การเอาตัวรอดในน้ำได้
2 เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR.) ได้30432.00 บาท
1 เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้การเอาตัวรอดในน้ำได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2 เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำและการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR.) ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
