โครงการ ลดเค็ม ลดไต ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปีงบประมาณ 2566
จากสถานการณ์โรคไตในปัจจุบันกำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก คนไทยมีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เกิดจากเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งมีสถิติผู้ป่วยรวมเกือบ 15 ล้านคน ผลที่ตามมาคือมีภาวะไตเสื่อมและไตเสื่อมเร็วขึ้น หากปฏิบัติไม่ถูกต้อง จากข้อมูลพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังร้อยละ 17.6 ของประชากร หรือประมาณ 8 ล้านคน เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย 2 แสนคน ป่วยเพิ่มปีละกว่า 7,800 ราย ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนไตทำได้เพียงปีละ 500 ราย จึงเน้นความชะลอความเสื่อมของไตเพื่อให้เข้าสู่ระยะที่ต้องล้างไตช้าลง นอกจากนี้พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป ทำให้พบโรคไตในเด็กด้วยสาเหตุหนึ่ง คือ การรับประทานอาหารเค็ม ฟาสต์ฟูด ขนมขบเคี้ยว (http://www.restmetalk.com, 2563) โรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากรายงานขององค์การอนามัยโลก มีผู้เสียชีวิตจำนวนปีละ 40 ล้านคน โดยร้อยละ 48 มีการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ในประเทศไทย โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการทำงานอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โดยเฉพาะไต ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่เหมาะสมจะช่วยลดโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางไตได้ ซึ่งเป้าหมายที่สำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง คือการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนและส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันโรคไตเรื้อรัง Chronic Kidney Disese : CKD) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยเป็นภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ต้องการดูแลรักษายาวนาน และมีค่าใช้จ่ายสูง หากเข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายจะต้องได้รับการรักษาที่เรียกว่า การบำบัดทดแทนไต ด้วยการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดปลูกถ่ายไต (ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง , ศศิธร ดวนพล, 2563)จากข้อมูลสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเรื้อรังตำบลท่านั่ง มีจำนวน 917 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งหมด จำนวน 635 คน และโรคเบาหวานทั้งหมด จำนวน 282 คน โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานในคนๆเดียว จำนวน 237 คน มีผู้ป่วยโรคไต เรื้อรังระยะที่ 1 (ค่า eGFR > 90) จำนวน 303 คน , ระยะที่ 2 (ค่า eGFR 60 – 90) จำนวน 315 คน , ระยะที่ 3 ( ค่า eGFR 30 – 59 ) จำนวน 157 คน , ระยะที่ 4 (ค่า eGFR 15-29) จำนวน 131 คน , , ระยะที่ 5 (ค่า eGFR 15-29) จำนวน 11 คนจากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่านั่งมุ่งหวังที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเค็ม ของกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จึงได้จัดทำโครงการ ลดเค็ม ลดไต ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังปีงบประมาณ 2566
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำแผนโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ1 ตุลาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 25650.00 บาท
-
ค้นหากลุ่มเป้าหมาย และตรวจค่า EGFR (อัตราการกรองของไต) ในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยใช้เงินงบประมาณของเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอโพทะเล1 มกราคม 2566 ถึง 31 มกราคม 25660.00 บาท
-
อบรมให้ความรู้ เรื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารรสเค็มทักษะในเรื่องใช้ยาอย่างปลอดภัย และเหมาะสม
-ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ อาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 1 วัน จำนวน 80 คนๆละ 100บาท ในการอบรมให้ความรู้ เรื่องการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการกินอาหารรสเค็ม ทักษะในเรื่องใช้ยาอย่างปลอดภัย และ เหมาะสม เป็นเงิน 8,000 บาท
1 มกราคม 2566 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25668000.00 บาท -
กิจกรรม แกนนำทีมรักษ์ไต จำนวน 15 คน ติดตามผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หลังจากอบรม จำนวน 3 ครั้ง
-ค่าพาหนะเหมาจ่าย ในการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จำนวน 15 คนๆละ 100 บาท จำนวน 3 ครั้ง เป็นเงิน 4,500 บาท
1 มีนาคม 2566 ถึง 31 พฤษภาคม 25664500.00 บาท -
อบรมสาธิตเมนูอาหารลดเค็ม
-ค่าอาหารกลางวัน (1 มื้อ) อาหารว่างเครื่องดื่ม (2มื้อ) กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะไตเสื่อมในระยะ 2 และ 3 ในการอบรมสาธิตเมนูอาหารลดเค็ม จำนวน 50 คนๆละ 100 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
1 มิถุนายน 2566 ถึง 30 มิถุนายน 25665000.00 บาท
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความรู้และทักษะในเรื่อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารรสเค็ม และใช้ยาอย่างปลอดภัย สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันสามารถลดระดับค่า GFR ของกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้มีค่า GFR ดีขึ้น
