โครงการ เหาหายสบายหัว
-
นางสาวปราณี สุขเพชร
โรคเหาเป็นโรคที่พบกันบ่อยมากในกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงประถมศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนหญิงโดยพบว่ามีนักเรียนติดเหาประมาณ 80-90% ซึ่งโรคเหานับเป็นโรคที่น่ารังเกียจสำหรับคนทั่วไป และก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้ที่เป็น เนื่องจากมีอาการคันศีรษะ และทำให้เสียสมาธิในการเรียน เสียบุคลิกภาพ และยังเป็นพาหะนำไปติดผู้อื่นต่อไป วิธีการรักษาเหาจะต้องทำกรรักษาผู้ที่เป็นเหาและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควบคู่กันไป โดยต้องทำการควบคุมไม่ให้เหาแพร่กระจาย และป้องกันไม่ให้เกิดการติดเหาซ้ำ โดยใช้ยาเพื่อฆ่าเหาซึ่งยามีทั้งในรูปครีม เจลโลชั่น และยาสระผม ซึ่งวิธีการรักษาเหาในรูปแบบดังกล่าวเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย และเห็นผลชัดเจน ดังนั้นโรงเรียนบ้านปูโป๊ะ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของนักเรียนที่เป็นเหา จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อกำจัดเหาในนักเรียน และให้นักเรียนได้รู้จักรักษาความสะอาดของร่างกาย
-
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ในการกำจัดเหา และสามารถกำจัดเหาได้อย่างถูกวิธี0.0080.00
ร้อยละ 80 ของเด็กนักเรียนมีความรู้ในการกำจัดเหา และสามารถกำจัดเหาได้ถูกวิธี
-
เพื่อให้นักเรียนมีสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้น0.0090.00
ร้อยละ 90 นักเรียนมีสมาธิในการเรียนเพิ่มมากขึ้น
-
เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดี0.0070.00
ร้อยละ 70 ของนักเรียนที่กำจัดเหามีบุคลิกภาพที่ดีมากขึ้น
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน180
-
คณะทำงาน43
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการ เหาหายสบายหัว
- ค่าอาหารกลางวันคณะทำงานและแกนนำนักเรียน 50 บาท x 43 คน x 1 วันเป็นเงิน 2,150 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 25 บาท x 1 มื้อ x 43 คนเป็นเงิน 1,075 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน 3 ชั่วโมงๆละ 500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม
- ค่ายากำจัดเหา เป็นเงิน 6,000 บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์กำจัดเหา เช่นยาสระผม หมวกคลุมผม - หวีเสนียด ผ้าขนหนูผืนเล็ก เป็นเงิน 3,500 บาท 5. ค่าทำป้ายไวนิลโครงการฯ 1 x 2 เมตร (ตารางเมตรละ 250 บาท) เป็นเงิน 500 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 256714725.00 บาท
1.นักเรียนได้รับการกำจัดเหาอย่างถูกวิธี 2.นักเรียนมีสมาธิในการเรียน 3.นักเรียนมีบุคลิกภาพที่ดี
