โครงการปรับเปลี่ยนการบริโภค ลดความเสี่ยง เลี่ยงไตวาย ประจำปี พ.ศ.2567
จากสถานการณ์โรคไตกำลังเป็นปัญหาใหญ่ในระดับทั่วโลกในรอบ 10ปีที่ผ่านมา ข้อมูลในทางสถิติในประเทศไทยพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังร้อยละ 17.6 ของประชากร หรือประมาณ 8 ล้านคน ในจำนวนนี้ 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนไข้ระยะ 3-4 ที่ใกล้จะต้อง “ล้างไต” หรือระยะที่ 5ซึ่งในแต่ละปีมีคนไข้ที่ต้องล้างไตรายใหม่ประมาณ 7,000-8,000 รายปัจจุบันมีคนไข้ที่ต้องล้างไตประมาณ 50,000 รายและจากข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน2560มีผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายทั้งสิ้น 39,411 รายแยกเป็นผู้ป่วยล้างไตผ่านช่องท้อง จำนวน 20,993 รายผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จำนวน 13,503 รายซึ่งจากข้อมูลผู้ป่วย ที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตในประเทศไทย พบว่าสาเหตุหลักของไตวายเรื้อรังที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต ได้แก่โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรวมกันมากกว่าครึ่งซึ่งเป็นผลจากการรับประทานอาหารรสหวานหรือเค็มจัด และไม่ออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักตัวเกิน โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายเป็นโรคที่สร้างผลกระทบให้กับผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมาก ไม่เพียงแต่กระทบต่อสุขภาพ แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงของครอบครัวและเป็นภาระค่าใช้จ่ายของประเทศจากข้อมูลของประชาชนในตำบลลำใหม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการตรวจคัดกรองโรคไต จำนวน 1,692 คน พบว่า มีประชาชนกลุ่มเสี่ยง (ที่ตรวจแล้วเป็นโรคความดัน)จำนวน 340 คน กลุ่มสงสัย 285 คน และกลุ่มที่ต้องสั่งพบแพทย์จำนวน22 คน และมีประชาชนป่วยเป็นโรคเบาหวานจำนวน286 คนและป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน644 คนซึ่งจากการป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงนี้ ก็จะนำไปสู่การเป็นโรคไตขึ้นได้ จากการสอบถามประชาชน ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการทานอาหารรสหวานหรือเค็มจัดโดยเฉพาะในพื้นที่ของชุมชนหรือตลาดนัดตำบลลำใหม่ มักจะขายอาหารหลากหลายประเภทได้แก่ อาหารประเภทยำกล้วยทอดลูกชิ้นทอดข้าวเหนียวไก่ทอด ข้าวยำน้ำชา โรตี กาแฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็มักจะซื้ออาหารเหล่านี้มารับประทาน โดยไม่รู้ว่ามีส่วนผสมของเกลือ น้ำปลา และน้ำตาลในปริมาณที่สูงและนอกจากอาหารประเภทที่กล่าวมาแล้ว ประชาชนยังชอบการรับประทานขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ อาหารฟาสต์ฟู๊ด ที่มีเกลือในปริมาณสูง อาหารที่มีรสจัด ทั้งหวาน มัน เค็ม หรือพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีการเติมรสเค็มในทุกมื้ออาหารมากเกินไปล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงส่งผลให้เกิดภาวะโรคไตได้ทั้งสิ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า จากสถิติการตรวจคัดกรองโรคไตของประชาชนตำบลลำใหม่จึงเห็นควรนำเอากลุ่มเสี่ยงที่ตรวจแล้วเป็นโรคความดัน เป็นกลุ่มตัวอย่าง เนื่องจากการเป็นโรคความดันจะนำไปสู่การเป็นโรคไตซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่ามีประชาชนป่วยเป็นโรคความดันจำนวนมากจึงต้องป้องกันการเป็นโรคไตให้กับกลุ่มที่ป่วยเป็นโรคความดัน เพื่อควบคุมและลดอัตราการป่วยที่อาจจะป่วยเป็นโรคไตขึ้นมากกว่านี้
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตำบลลำใหม่ และผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้เกี่ยวกับโรคไต0.00
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงความรู้ความเข้าใจเรื่องไตจากการอบรม ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตำบลลำใหม่ และผู้เข้ารับการอบรม มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การบริโภคเพื่อลดการเกิดโรคไต0.00
ประชาชนปกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการอบรม มีพฤติกรรมการบริโภคเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต ร้อยละ 80
-
กลุ่มวัยทำงาน16
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการตรวจคัดกรอง
-วัดความดันในคนที่มีกลุ่มเสี่ยง -ค่าจัดซื้อเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 3,500 บาท
9 พฤษภาคม 2567 ถึง 9 พฤษภาคม 2567ประชาชน อสม. และอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น มีความตระหนักรู้ ต่อความเสี่ยงจากพฤติกรรมการบริโภคเพิ่มขึ้น
7000.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้
1.ค่าจ้างทำป้ายไวนิลโครงการฯขนาด 1x3 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน1,050 บาท 2.ค่าจ้างทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์เพื่อลดความเสี่ยงและการป้องกันโรคไต จำนวน 100 แผ่น ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน2,000 บาท 3.ค่าอาหารมื้อกลางวันพร้อมเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรม/วิทยากร/เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 81 คน ๆ ละ 60 บาท จำนวน1 มื้อ เป็นเงิน 4,860 บาท 4.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรม/วิทยากร/เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการจำนวน 81 คน ๆ ละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,860 บาท 5.ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท 6. ค่ากระเป๋า จำนวน 76 ใบ ๆ ละ 55 บาท เป็นเงิน 4,180 บาท 7. ค่าวัสดุเครื่องเขียน ประกอบด้วย -สมุดจดบันทึก จำนวน76 เล่ม ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 1,520 บาท -ปากกาน้ำเงิน จำนวน 76 ด้าม ๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน380 บาท 8. ค่าวัสดุอาหารสำหรับการสาธิต เป็นเงิน 500 บาท
9 พฤษภาคม 2567 ถึง 9 พฤษภาคม 2567ประชาชนอสม. และอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น ได้รับความรู้จากการอบรม สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้อย่างถูกต้อง
22950.00 บาท
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตำบลลำใหม่ และผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เกี่ยวกับโรคไต
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในตำบลลำใหม่ และผู้เข้ารับการอบรมมีการปรับเปลี่ยนการบริโภคในการดำเนินชีวิตเพื่อลดเสี่ยงจากโรคไต
- อัตราการเป็นโรคไตของประชาชนในตำบลลำใหม่ลดลง
