โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์และเภสัชกรรม (บวร. บ้าน วัด โรงเรียน)
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม กำกับ ดูแลและบังคับใช้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง ร้านขายของชำใน หมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพเหล่านี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน เช่น ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ตลอดจนผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้น หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ ลอกเลียนแบบ เจือปนสารอันตรายลงไป หรือหากบริการสุขภาพนั้นไม่ได้ มาตรฐานจะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจนอาจทำให้เสียชีวิตได้ ร้านขายของชำในหมู่บ้าน เป็น ร้านที่ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยและซื้อสินค้ามากที่สุด เนื่องจากเป็นร้านที่อยู่ในหมู่บ้าน สะดวกในการซื้อสินค้า และเป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด เช่น ยา เครื่องสำอาง อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส อาหาร แปรรูป บุหรี่และแอลกอฮอล์ แต่จากการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคพบว่า การใช้เครื่องอุปโภค บริโภคที่ ไม่ได้มาตรฐานจากร้านขายของชำในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ จำหน่ายให้กับประชาชนในชุมชน และยังจำหน่ายยาบางชนิดที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ในร้านขายของชำ ซึ่ง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอางที่มีคุณภาพ ความรู้เรื่องประเภทของยาแต่ละชนิดที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านขายของชำ และจำหน่ายให้กับร้านค้าใน ชุมชนได้สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบและเฝ้า ระวังความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ ตลอดจนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านขายของชำในเขตรับผิดชอบและเครือข่ายสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาปะขอ จึงได้จัดทำ โครงการนี้ ขึ้น
-
1.เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน (Active Community based Surveillance)0.00
1.มีระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านยาเชิงรุกในชุมชน (Active Community based Surveillance)
-
2.เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล(Community Participation)0.00
2.มีเครือข่ายในชุมชน เพื่อการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
-
3.เพื่อสร้างความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของประชาชน (RDU Literacy)0.00
3.ประชาชน มีความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU Literacy)
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน9
-
กลุ่มวัยทำงาน46
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรม ประชุม แกนนำ อสม. ร้านจำหน่ายของชำ ครู นักเรียน พระภิกษุ ผู้นำชุมชน เพื่อชี้แจงแนวทางและหาปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน จำนวน ๕๕ คน
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน ๖ ชม.ๆละ 600 บาทเป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม วิทยากร และผู้จัดการประชุม จำนวน ๖๐ คนๆละ 1 มื้อๆ ละ ๖๐ บาทเป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม วิทยากร และผู้จัดการประชุม จำนวน ๖๐ คนๆละ 2 มื้อๆละ 2๕ บาทเป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๐,๒๐๐ บาท -ค่าชุดทดสอบสเตียรอยด์ในยาสมุนไพร จำนวน ๑ ชุดๆละ๑,๔๐๐ บาทเป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท - ค่าชุดทดสอบสารบอแรกซ์ จำนวน ๕ ชุดๆละ ๒๘๐ บาทเป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท - ค่าชุดตรวจเครื่องสำอาง ๓ ชนิด (สารไฮโดรควิโนน, สารปรอท,กรดวิตามินเอ) จำนวน ๕ ชุดๆละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑๗,๘๐๐ บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 256728000.00 บาท
1.ร้อยละผู้ประกอบการร้านค้าขายของชำในชุมชนได้รับการตรวจตามเกณฑ์มาตรฐาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ 2.เกิดต้นแบบเครือข่ายชุมชนในการป้องกันภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพ 3.เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคีเครือข่าย(บวร.)ในการแก้ปัญหาการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพของชุมชน 4.เกิดชุมชนเข้มแข็งประชาชนในชุมชนสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว ชุมชน ได้
