หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ โดยข้อมูลปี 2566 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ จำนวน 13.03 ล้านคนจากจำนวนประชากรรวม 66.06 ล้านคน โดยคิดเป็นร้อยละ 19.74 ของประชากรรวม(ที่มา:กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) และคาดว่า ในปี 256๘ ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society)(ที่มา:กองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ) คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพสุขภาพช่องปากถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญกับสุขภาพทางด้านร่างกาย อาทิ การสูญเสียฟันจำนวนมากจะลดประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต เป็นต้นดังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ความว่า “เวลาไม่มีฟันกินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุขจิตใจก็ไม่สบายร่างกายก็ไม่แข็งแรง” จากรายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากระดับประเทศ ครั้งที่ ๘ ประเทศไทย พ.ศ. 2566 ในกลุ่มอายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป พบว่าร้อยละ 56.1 ของผู้สูงอายุ มีฟันอยู่ในสภาพใช้งานได้ ๒๐ ซี่ และผู้สูงอายุมีฟันแท้คู่สบ ๔ คู่ ขึ้นไป ร้อยละ 40.2 ทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหารลดลงชัดเจน แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุตอนต้นจะมีจำนวนมากกว่าครึ่ง มีฟันถาวร 20 ซี่ แต่ฟันถาวรที่เหลือนั้นยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามที่นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ปัญหาที่สำคัญได้แก่ การสูญเสียฟันโดยเฉพาะการสูญเสียฟันทั้งปากในผู้สูงอายุ 60-74 ปี พบร้อยละ 8.7 แต่เมื่ออายุ 80-85 ปี เพิ่มสูง ถึงร้อยละ 31.0(ที่มา:การตรวจประเมินสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุในเขตรพ.สต.บ้านเกาะเคียน โดยกลุ่มงานทันตสาธารณสุข รพ.บางแก้ว ปี2566) ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านการบดเคี้ยวอย่างมาก และผู้สูงอายุยังขาดความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การสูญเสียฟันเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการลดการสูญเสียฟัน ให้กลุ่มผู้สูงอายุมีฟันใช้เคี้ยวอาหารอย่างเหมาะสมยืดอายุการใช้งาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะเคียน ได้จัดทำโครงการผู้สูงวัย ใส่ใจสุขภาพช่องปาก เพื่อเป็นการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบ ให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากตนเองได้ ซึ่งในระยะยาวจะลดการสูญเสียฟันเมื่ออายุเพิ่มขึ้นต่อไป
-
1.เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคในช่องปากและการดูแลสุขภาพช่องปากที่ถูกต้อง0.00
1.ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคในช่องปากและสามารถดูแลสุขภาพช่องปากได้ถูกต้อง
-
2.เพื่อตรวจประเมินสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ0.00
2.ผู้สูงอายุที่เข้ารับการอบรมได้รับการตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม
-
กลุ่มผู้สูงอายุ100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้และดำเนินการตรวจประเมินสุขภาพในช่องปาก ครั้งที่ 1 จำนวน 50 คน (หมู่ที่ 6และหมู่ที่8 ตำบลนาปะขอ)
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 55 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,375 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800.- บาท
21 สิงหาคม 2567 ถึง 21 สิงหาคม 25673175.00 บาท -
2. กิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้และดำเนินการตรวจประเมินสุขภาพในช่องปาก ครั้งที่ ๒ จำนวน ๕๐ คน (หมู่ที่ ๑๓ ตำบลนาปะขอ)
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800.- บาท
22 สิงหาคม 2567 ถึง 22 สิงหาคม 25673050.00 บาท -
3. ค่าวัสดุอื่นๆ
- ค่าวัสดุในการจัดอบรม(ปากกา สมุดโน้ต แฟ้มใส่เอกสาร) เป็นเงิน 4,500 บาท
21 สิงหาคม 2567 ถึง 22 สิงหาคม 25674500.00 บาท
๑. ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่องโรคและการดูแลสุขภาพช่องปาก ๒.ผู้สูงอายุมีทักษะการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างถูกต้อง ๓. ผู้สูงอายุในเขตรับผิดชอบได้รับการตรวจประเมินสุขภาพช่องปากเบื้องต้น
