โครงการเกษตรกรตำบลศาลาใหม่ปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ปี 2567
การประกอบอาชีพเกษตรกรรมถือเป็นกำลังสำคัญที่เป็นรากฐาน ทางเศรษฐกิจของชาติ ประชากรไทยมีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบผู้มีรายได้น้อย แต่ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษแบบเฉียบพลันและเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทางโดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ทป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น การดูแลสุขภาพเกษตรกรจึงเป็นงานสำคัญประการหนึ่ง จากการดำเนินงานโครงการเกษตรกรปลอดโรคปลอดภัยจากสารเคมี ในปีงบประมาณ 2566 มีเกษตรกรและผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไม่ได้เป็นเกษตรกร) ได้รับคัดกรองประเมินความเสี่ยง (แบบ นบก.1)จำนวน 55 คน จากการคัดกรองฯ พบว่าส่วนใหญ่มีความเสี่ยงต่ำ จำนวน 55 คน และไม่พบคนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงจนถึงเสี่ยงสูงมาก และได้รับการตรวจสารโคลีนเอสเตอเรสโดยใช้กระดาษ Reactive paper ทุกคนๆละ 2 ครั้ง โดยผลครั้งที่ 1 มีผลปลอดภัย ร้อยละ 36.36 และโดยผลตรวจครั้งที่ 2 มีผลปลอดภัยมากขึ้น ร้อยละ 50.90 และจากการสำรวจกลุ่มเกษตรกรและผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไม่ได้เป็นเกษตรกร) บางส่วนยังใช้และสัมผัสกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สารกำจัดศัตรูพืชในกระบวนการเตรียมพื้นที่การเกษตรก่อนการเพาะปลูกถึงแม้ว่าจะไม่มีการใช้กับพืชโดยตรงแต่อาจพบสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างหลังจากเก็บผลผลิตทางการเกษตรได้ จึงมีความจำเป็นจะต้องดูแลสุขภาพของเกษตรกรและผู้สัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่องและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศาลาใหม่ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น
-
1. เพื่อให้มีการจัดบริการเฝ้าระวังสุขภาพและคัดกรองความเสี่ยงเชิงรุกแก่เกษตรกร1.00
- กลุ่มเกษตรกรทั่วไป/กลุ่มที่ใช้หรือสัมผัสสารเคมีกำจัดพืช/กลุ่มเกษตรกรได้รับการคัดกรองจากแบบสัมภาษณ์ นบก.1 ทุกคน ร้อยละ 100
- กลุ่มเกษตรกรทั่วไป/กลุ่มที่ใช้หรือสัมผัสสารเคมีกำจัดพืช/กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการคัดกรองจากแบบสัมภาษณ์ นบก.1แล้วผลมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงถึงเสี่ยงสูงมากได้รับการเจาะเลือดตรวจคัดกรองสารโคลีนเอสเตอเรสโดยใช้กระดาษ Reactive paper อย่างน้อย 1 ครั้ง ร้อยละ 100
-
2. เพื่อให้เกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชมีความรู้ และความตระหนักในการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช1.00
- ไม่พบสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกในพื้นที่ตำบลศาลาใหม่ จากการสุ่มตรวจตามแผงที่วางขายทั้งในและนอกพื้นที่
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมประชุมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเรื่องอันตรายจากการใช้สารกำจัดศัตรูพืช
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50คนๆละ 1 มื้อๆ ละ 25.-บาท เป็นเงิน 1,250.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ 1 มื้อๆละ 70.-บาท เป็นเงิน 3,500.-บาท
รววเป็นเงิน 4,750.-บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ประชาชนได่รับความรู้ และสามารถค้นหาผู้ที่มีภาวะเสี่ยง
4750.00 บาท -
2. จัดกิจกรรมการเจาะเลือดตรวจคัดกรอง Cholinesterase
- ค่าชุดตรวจ Cholinesterase กระดาษ Reactive paper จำนวน 1 ชุดๆละ 800.-บาท เป็นเงิน 800.-บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ค้นหาเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง และสามารถระบุระดับความเสี่ยง
800.00 บาท
- เกษตรกรและผู้บริโภคมีความปลอดภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- เกษตรกรและผู้ใช้สารเคมีศัตรูพืชหลีกเลี่ยงการใช้หรือลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
