โครงการหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค
-
นางสุจินดาภูมิมาตร
-
นางศิรินทราชิตแก้ว
-
นางอติพรอินทรทอง
-
นางเตือนใจคงรอด
-
น.ส.รัชณีย์มุกดามนตรี
-
ร้อยละของพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด20
-
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย50
ปัจจุบัน ปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุการตายอันดับแรกๆของประเทศไทย คือ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูงโรคหัวและหลอดเลือด มีอันตราย 85.04,3.64,55.25 ต่อแสนประชากรตามลำดับ (ข้อมูลจากสำนักโรคไม่ติดต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2550) และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก เฉพาะโรคมะเร็งอย่างเดียว ประมาณคนละ 1 ล้านบาท ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง คือขาดการออกกำลังกาย มีการรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอ แม้ประชาชนจะมีความรู้ แต่ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้ถูกต้อง และจากการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยอายุมากกว่า 15 ปี พบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้วยการปฏิบัติจริง 2 กระบวนการได้แก่ 1. การออกกำลังกายสม่ำเสมอละอย่างน้อย 3-5 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที 2. การรับประทานผักและผลไม้สด วันละครึ่งกิโลกรัม หรือรับประทานผักในปริมาณครึ่งหนึ่งของอาหารแต่ละมื้อและลดการรับประทานอาหารไข้มัน จะสามารถทำให้ประชาชนลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ถึงร้อยล่ะ 20-30 โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ก็ลดลงมากเช่นกัน ทั้งการออกลังกายและการปลูกผักร่วมกันยังเป็นกิจกรรมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวอีกด้วย กลุ่มสตรี เทศบาลตำบลโคกหล่อ จึงได้จัดทำ โครงการหมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคขึ้นในสมัยปัจจุบันวิทยาการทั้งหลายเจริญขึ้นโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว เช่น ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมี การใช้สารเคมี กำจัดศัตรูพืช การใช้สารเร่งการเจริญเติบโตในสัตว์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีในการตัดต่อพันธุกรรมพืชและสัตว์ เทคโนโลยีที่อ้างว่า ทันสมัยกลับทำให้ดินเสีย น้ำเสีย ระบบนิเวศโดยรวมเสีย ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนในสมัยปัจจุบัน ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรที่จะใช้เป็นอาหารปนเปื้อนด้วยสารพิษที่ตกค้างเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในที่สุด
-
เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์2040
ร้อยละของพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด
-
เพื่อลดประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย5010
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง240
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมตรวจประเมินสุขภาพ/อบรมให้ความรู้ จำนวน 2 วัน
ตรวจสารพิษตกค้างและอบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพ -ค่าไวนิลโครงการ 1 * 3 ม.1 แผ่น เป็นเงิน450 บาท -ค่าตรวจสารพิษ/สารเคมี ตกค้างในกระแสเลือด จำนวน 240 คนๆ50 บาท เป็นเงิน12,000 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากรให้ความรู้ 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 2 วันเป็นเงิน6,000 บาท -ค่าเอกสารประกอบการอบรม 20 บาท จำนวน 240 คน เป็นเงิน4,800 บาท -ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าอบรมจำนวน 2 วันๆละ 120 คนๆละ 80 บาทเป็นเงิน 19,200บาท -ค่าอาหารว่าง จำนวน 2 วันๆละ 120 คน2 มื้อๆละ 30 บาทเป็นเงิน 14,400บาท
1 มิถุนายน 2567 ถึง 20 มิถุนายน 2567สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจคัดกรองสารพิษตกค้างในกระแสเลือด และมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันสารพิษตกค้างในร่างกาย
56850 บาท -
กิจกรรมสนับสนุนพันธุ์พืชเป็นการสาธิตแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ
ค่าพันธุ์ผัก 240 ครัวเรือนๆละ 265 บาทเป็นเงิน 63,600 บาท
26 มิถุนายน 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2567กลุ่มเป้าหมายได้พันธุ์พืชผักในการสาธิตในการปลูกและเข้าใจในการปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมี
63600 บาท -
กิจกรรมประเมินผลการดำเนินตามแผนงาน
ค่าอาหารว่างประชุม 15 คน จำนวน 2 ครั้งๆละ 30 บาท เป็นเงิน 900 บาท
-ค่าเกียรติบัตรหมู่บ้านต้นแบบ 500 บาท
1 กันยายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567สรุปผลการดำเนินโครงการ และได้หมู่บ้านต้นแบบในการปลูกผักปลอดสารพิษ
1400 บาท
- เกิดหมู่บ้านต้นแบบในการสร้างเสริมสุขภาพ
- ลดอัตราการเจ็บป่วยที่เกิดจากการมีพฤติกรรมในการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง
- ประชาชนมีความตระหนักในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยตัวเอง
