จากการสำรวจสถานการณ์ปัญหาสุขภาพของสตรีตำบลยามูพบว่าปัญหาสุขภาพของสตรีวัยเจริญพันธ์ถึงวัยกลางคน ช่วงอายุ ๑๕ - ๕๙ ปี คือ การมีดัชนีมวลกายสูง กระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และมะเร็ง โดยโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมในสตรีเป็นปัญหาสุขภาพที่มีแนวโน้มสูงขึ้น นอกจากนี้พบว่าสตรีอายุ 15 - 59 ปี ที่มีปัญหาสุขภาพ เกิดจากการละเลยการตรวจสุขภาพอย่างเป็นประจำ ทั้งนี้อาจเนื่องมากจาก 1) บกพร่องความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเอง2) ขาดแรงจูงใจและแรงสนับสนุน โดยเฉพาะจากบุคคลในครอบครัว, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน และ3) ปัญหาในเรื่องของอุปสรรคด้านศาสนา/วัฒนธรรม คือ ความอาย จึงไม่กล้าที่จะไปตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจภายในสำหรับสตรีจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ในรูปแบบเครือข่ายสตรีส่งเสริมสุขภาพ โดยการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพร่วมกับการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยในแต่ละหมู่บ้าน
อนามัยเจริญพันธุ์เป็นสุขภาพอนามัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและหน้าที่ของการเจริญพันธุ์ในทุกช่วงของชีวิต โดยมีองค์ประกอบพื้นฐาน คือ สตรีที่มีความสามารถเจริญพันธุ์ได้ มีบุตรได้ และสามารถมีความสุข กับการมีความสัมพันธ์ทางเพศได้ สามารถมีบุตรที่สุขภาพแข็งแรง มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย การคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัว การดูแลสตรีระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด ระยะหลังคลอด อันจักส่งผลให้สตรีและบุตรได้รับความปลอดภัยตลอดการตั้งครรภ์ รวมทั้งการป้องกันตนจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์ ทั้งนี้การขาดการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์ อาจส่งผลเสียต่อสตรีเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และสังคม จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องมีบริการดูแลอนามัยเจริญพันธุ์ที่เหมาะสมเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การดูแล/ส่งเสริมให้สตรีมีการปฏิบัติตนเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีและเหมาะสมตามวัย รวมทั้งการได้รับบริการตรวจค้นหาเพื่อป้องกันโรคในสตรี การส่งเสริมอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี จึงเป็นการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรีให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพในกลุ่มสตรีที่สำคัญ คือ ความเจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคเบาหวาน ความดัน โรคไต โรคหัวใจ และโรคมะเร็งต่าง ๆ ในกลุ่มสตรี เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม เป็นต้นทั้งนี้โดยการกระตุ้นความคิดและส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม การออกกำลังกาย การพักผ่อนหย่อนใจเพื่อคลายเครียด การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การตรวจคัดกรองโรคด้วยตนเองเบื้องต้น และการส่งเสริมการออกกำลังกายซึ่งเป็นพฤติกรรมสุขภาพประการหนึ่งที่สำคัญ โดยการออกกำลังกายติดต่อกันอย่างน้อย 3 - 4 วันต่อสัปดาห์ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีทั้งต่อด้านร่างกายและจิตใจโดยประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ การออกกำลังกายทำให้ปอดขยายใหญ่ขึ้น เป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ได้ ช่วยให้การเผาผลาญพลังงานของร่างกายเพิ่มขึ้น ลดการสะสมระดับของไขมันในร่างกาย ป้องกันโรคไขมันอุตันในเส้นเลือดและโรคความดัน ในเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันโรค การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอประมาณ 4 ชั่วโมง หรือมากกว่านี้ต่อสัปดาห์ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นจนโตเป็นผู้ใหญ่ จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็ง และเพิ่มการไหลเวียนของเม็ดโลหิตขาวซึ่งจะช่วยลดปัญหาสุขภาพได้ส่วนด้านจิตใจ การออกกำลังกายทำให้ร่างกายสดชื่น อิ่มเอิบ อารมณ์ดี ลดความตึงเครียดและนอนหลับได้ดี และด้านสังคม คือ ช่วยให้มีสัมพันธภาพ และมิตรไมตรีต่อกัน มีความเอื้ออาทรต่อกันในชุมชน
อีกประเด็นที่สำคัญที่เป็นปัญหาที่ส่งผลให้การจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพอนามัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจในกลุ่มสตรีตามโครงการต่าง ๆ ที่เคยดำเนินการมา ไม่อาจบรรลุผลสัมฤทธิ์สูงสุดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในโครงการ/กิจกรรม คือ การไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ของกลุ่มสตรี อาจเนื่องด้วยความวิตกกัลวลว่าจะไม่มีใครคอยดูแลครอบครัวในขณะที่ตนเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ บางรายสามีที่เป็นหัวหน้าครอบครัวไม่เห็นความสำคัญหรือให้เวลาแค่บางช่วงเวลาเท่านั้น และหลายรายมีความคิดว่าการจัดกิจกรรม/โครงการในพื้นที่ มีข้อจำกัดด้านสถานที่ ด้านสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ไม่ดึงดูดใจ และต้องการเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ ที่จัดนอกสถานที่เพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตาในการสร้างการรับรู้สิ่งใหม่ ๆจึงไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการได้ครบตามห้วงเวลาที่กำหนดไว้
การที่ประชาชนทุกคนมีสุขภาพที่ดีนั้น ประชาชนจะต้องพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพให้มากขึ้น ทั้งนี้ทุกภาคส่วนควรตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพสตรี โดยเฉพาะการให้บริการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก เช่น การจัดโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพกาย ใจ ในกลุ่มสตรี การเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ โดยการผสมผสานการดูแลสุขภาพหลากหลายวิธีด้วยเหตุและผลทั้งหลายเหล่านี้ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลยามู จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาวะสตรีตำบลยามูหมู่ที่ 3 บ้านป่าหลวง ประจำปีงบประมาณ 2567 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเองของกลุ่มสตรีที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสตรี และให้สตรีมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและรับผิดชอบการดูแลสุขภาพตนเองอันจักนำไปสู่การส่งเสริมสุขภาพด้วยตนเองที่ยั่งยืน และช่วยป้องกันปัญหาและโรคภัยไข้เจ็บทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อไปในอนาคต
-
1. เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการดูแลสุขภาพสตรีในเรื่องของการออกกำลังกาย การจัดการความเครียด อาหาร และการป้องกันโรคต่าง ๆ ในสตรี20.000.00
-
2 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพสตรีเพื่อการป้องกันโรคต่าง ๆ ในสตรี20.000.00
-
3 เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดไปดูแลบุคคลในครอบครัวหรือบอกกล่าวแก่บุคคลอื่นได้20.000.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการส่งเสริมสุขภาวะสตรีตำบลยามู ประจำปีงบประมาณ 2567 (หมู่ที่ 3)
โครงการส่งเสริมสุขภาวะสตรีตำบลยามู ประจำปีงบประมาณ 2567 (หมู่ที่ 3)
ลำดับ
ที่ รายละเอียดค่าใช้จ่าย จำนวนเงิน
(บาท)
1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 ชุด ราคาชุดละ 25 บาท 3 มื้อ 4,500.-
2 ค่าอาหารเช้า จำนวน 60 ชุด ราคาชุดละ 50 บาท 1 มื้อ 3,000.-
3 ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 ชุด ราคาชุดละ 50 บาท 2 มื้อ 6,000.-
4 ค่าอาหารเย็น จำนวน 60 ชุด ราคาชุดละ 50 บาท 1 มื้อ 3,000.-
5 ค่าสัมมนาคุณวิทยากร จำนวน 10 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท 6,000.-
6 ค่าจ้างเหมารถโดยสารปรับอากาศไม่ประจำทาง จำนวน 1 คัน 2 วัน 28,000.-
7 ค่าจ้างเหมาเรือนแพสำหรับเป็นที่พัก และจัดฝึกอบรม 16,000.-
8 ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.25 × 3.2 เมตร ราคาตารางเมตรละ 250 บาท 1,000.-
รวมเป็นเงิน 67,500.-
9 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 256767500.00 บาท
.1 สตรีมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองทั้งในเรื่องของการออกกำลังกาย การจัดการความเครียด อาหาร อาณามัยเจริญพันธุ์ และการป้องกันโรคต่าง ๆ ในกลุ่มสตรี 2 สตรีมีความตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพสตรีในการป้องกันโรคมากขึ้น 3 เกิดเครือข่ายสตรีที่สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพอนามัยสตรีให้แก่สตรีในหมู่บ้าน/ชุมชน หรือแก่บุคคลในครอบครัวได้
