โครงการแกนนำเข้มแข็ง ชุมชนปลอดภัย ห่างไกลวัณโรค
-
นางทิวาพรปิงเมืองและคณะ
วัณโรค (Tuberculosis:TB) เป็นโรคติดต่อที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข เป็นสาเหตุของการป่วย และการเสียชีวิตในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ที่ติดเชื้อวัณโรคประมาณ ๒ พันล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลก มีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิต 1.90 ล้านคนในแต่ละปี การขยายงานในการควบคุมวัณโรค ทั้งปัจจัยด้านผู้ป่วย สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ เช่น ความยากจน การด้อยโอกาสทางการศึกษา ชุมชนแออัด ปัญหายาเสพติด แรงงานย้ายถิ่น แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำ เป็นต้น จากการคำนวณทางระบาดวิทยาในรายงานขององค์การอนามัยโลกคาดว่า ประเทศไทยน่าจะมีผู้ป่วยรายใหม่ ทุกประเภทประมาณ 92,300 คน ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 44,475 คนเป็นผู้ป่วยที่สามารถแพร่เชื้อได้ และมีผู้ป่วยวัณโรคเสียชีวิตปีละ 12,089 ราย นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์รายใหม่ตรวจพบวัณโรคร่วมด้วย ประมาณร้อยละ 17 กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าวัณโรคยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคมากกว่าปีละ 10,000 รายปัญหาวัณโรคในแรงงานข้ามชาติ ที่ประมาณการว่ามีมากถึง 4.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราป่วยวัณโรคสูงกว่าไทย มีการย้ายถิ่นเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สถานการณ์วัณโรคในจังหวัดพะเยาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 – 2566 มีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 355 ราย, 337 ราย และ 331 ราย ตามลำดับ ซึ่งในปี 2564 – 2566 มีรายงานความครอบคลุมการคัดกรองวัณโรคจากกลุ่มเสี่ยง ปี 2566 ร้อยละ 92.15 ผลการรักษาผู้ป่วยวัณโรค ในปีงบประมาณ 2564 - 2566 พบว่าผู้ป่วย วัณโรครายใหม่เสมหะพบเชื้อ มีอัตราความสำเร็จของการรักษาวัณโรค(Success rate) ร้อยละ 80.56, ร้อยละ 71.59 และร้อยละ 79.17 ซึ่งได้ต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมาย มากกว่าหรือเท่ากับ ร้อยละ 90ซึ่งต้องเร่งรัดในการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มประชากรด้อยโอกาส และกลุ่มเสี่ยงต่างๆให้คลอบคลุม เพื่อลดอัตราการตายของผู้ป่วย อีกทั้งป้องกันปัญหาวัณโรคดื้อยาหลายขนานด้วย อาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)เป็นตัวแทนประชาชน ที่ถูกคัดเลือกให้ทำงานด้านสาธารณสุข ปัจจุบันได้รับการยอมรับจากส่วนต่างๆ ทั้งระดับประเทศ และในชุมชนเอง เป็นอย่างดี ซึ่งมีความคล่องตัวต่อการดำเนินงานปรับเงื่อนไขทางสังคม และวัฒนธรรมของชุมชน ให้เอื้อต่อการป้องกันวัณโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง อสม. นับเป็นแกนนำด้านสุขภาพที่มีความสำคัญในชุมชน ได้รับการพัฒนาศักยภาพจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง อสม. เป็นบุคคลที่อาศัยและทำงานในชุมชนประจำ มีระบบเครือญาติและระบบเครือข่ายทางสังคม ย่อมมีความคุ้นเคย เข้าใจสภาพปัญหาในชุมชน ทำให้รู้ปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชนตนเอง ทำให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาวัณโรค ด้วยชุมชน และเพื่อชุมชนตนเองอสม. เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค การติดต่อความรุนแรงของโรค ที่ดีระดับหนึ่ง และเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิด คุ้นเคยกับชุมชน ทำให้เข้าใจสภาพปัญหาต่างๆในชุมชน อย่างดีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายในกลุ่ม การระดมความคิดเห็นในการดำเนินงาน การร่วมกำหนดบทบาทหน้าที่ของตนเองในการดำเนินงาน การร่วมวางแผนดำเนินงานการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยกิจกรรมดังกล่าว จะเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้ อสม. ในพื้นที่มีความสามารถในการดำเนินงานป้องกันวัณโรคปอดได้ด้วยชุมชนเอง ทำให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาวัณโรคในชุมชน ต่อไป โดยตำบลจำป่าหวาย พบผู้ป่วยโรควัณโรคที่รักษาที่โรงพยาบาลพะเยาในปี 2564 – 2566 จำนวน 13 ราย 11 รายและ 9 รายตามลำดับ โดยพบว่าผู้ป่วยจำนวนหนึ่งกินยาไม่สม่ำเสมอ ทำให้ผลการรักษาไม่เป็นไปตามแผนการรักษา เสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคดื้อยา เพื่อให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำป่าหวาย เห็นควรมีกิจกรรมในโครงการแกนนำเข้มแข็ง ชุมชนปลอดภัย ห่างไกลวัณโรค จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้สร้างเครือข่ายแกนนำในการเฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยวัณโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง65
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำทะเบียนประชากรกลุ่มเป้าหมาย
-จัดทำทะเบียนประชากรกลุ่มเป้าหมาย
-ประชุมชี้แจงการดำเนินงานคัดกรองกลุ่มเสี่ยงวัณโรคปอดแก่อสม.
-จัดทำแผนการตรวจคัดกรองโดยการ X-ray ปอดพร้อม
16 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 25671.มีทะเบียนประชากรกลุ่มเป้าหมาย
2.มีแผนการตรวจคัดกรองวัณโรคโดยการ X-ray ปอดพร้อม
0.00 บาท -
คัดกรองกลุ่มเสี่ยงวัณโรค
1.คัดกรองกลุ่มเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่รพ.สตจำป่าหวาย/อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านใช้แบบคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคปอด
2.จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยง
3.ดำเนินการส่งตรวจคัดกรองด้วยการ X-ray ปอด ร่วมกับโรงพยาบาลพะเยา
8 มีนาคม 2567 ถึง 8 มีนาคม 25671.กลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองคัดกรองเพื่อค้นหาวัณโรครายใหม่โดยเจ้าหน้าที่ และส่งต่อด้วยการ X-ray ปอดกรณีสงสัย 2.กลุ่มเสี่ยงที่สงสัยและมีผลการคัดกรองผิดปกติเข้ารับส่งต่อและการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค 2.ผู้ป่วยวัณโรคได้รับการรักษาโดยเร็วเพื่อลดการพร่กระจายเชื้อ
0.00 บาท -
จัดอบรมให้ความรู้แก่แกนนำเฝ้าระวังและดูแลวัณโรคในชุมชน
- ประสานวิทยากรให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมาย การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย
-จัดเตรียมป้ายอบรม สื่อ วัสดุประกอบการอบรมให้พร้อม
-จัดอบรมให้ความรู้แก่แกนนำเฝ้าระวังและดูแลวัณโรคในชุมชน โดยจัดให้มีแกนนำในทุกหมู่บ้าน จำนวน 13 หมู่บ้าน จำนวน 65 คน
ให้มีความรู้ ความสามารถในการคัดกรอง เฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงวัณโรคในชุมชน
งบประมาณ จำนวน 14,910.00 บาท รายละเอียด ดังนี้
ค่าอาหารและเครื่องดื่ม เป็นเงิน 3,250.00 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เป็นเงิน 3,250.00 บาท
ค่าเอกสารประกอบการอบรม เป็นเงิน 1,950.00 บาท
ค่าวัสดุ เป็นเงิน 325.00 บาท
ค่าวัสดุ เป็นเงิน 975.00 บาท
ค่าป้ายไวนิล เป็นเงิน 360.00 บาท
ค่าป้ายเอ็กสแตนความรู้เกี่ยวกับโรควัณโรค เป็นเงิน 3,000.00 บาท
ค่าสัมนาคุณวิทยากร เป็นเงิน 1,800.00 บาท
13 มีนาคม 2567 ถึง 13 มีนาคม 25671.เกิดแกนนำที่มีความรู้ความเข้าใจด้านการเฝ้าระวังและดูแลวัณโรคในชุมชน จำนวน 65 คน
2.แกนนำสามารถการคัดกรอง เฝ้าระวังและดูแลผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงวัณโรคในชุมชนได้
14910.00 บาท -
สรุปผลการดำเนินโครงการ
1.ประชุมถอดบทเรียนการดำเนินโครงการ
2.สรุปรายงานผลและคืนข้อมูลการดำเนินโครงการ
31 สิงหาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567-สรุปรายงานผลการถอดบทเรียนและการดำเนินโครงการ
ผลลัพธ์
-โครงการได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขี้น
0.00 บาท
- มีแกนนำในการคัดกรอง ดูแลผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงวัณโรคในชุมชนทุกหมู่บ้าน
- แกนนำมีความรู้ ความสามารถในการคัดกรองและดูแลกลุ่มเสี่ยงรวมถึงผู้ป่วยวัณโรคในชุมชน
- ผู้ป่วยวัณโรคและกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองและรักษาตามระบบโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแกนนำ
- มีอัตราการรักษาวัณโรคสำเร็จเพิ่มขึ้น
- มีความร่วมมือของภาคี เครือข่ายในการดำเนินงานเสริมสร้างความรู้ ความ เข้าใจเกี่ยวกับวัณโรคในชุมชน อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกันควบคุมวัณโรคที่ถูกต้อง
