โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2567
-
นางสุพัฒน์วงษาศรี
-
น.ส.กาญจนาศักดิ์อาจ
-
น.ส.อัมพรครองยุทธ
-
น.ส.อัญชลีทองติด
-
น.ส.ปรียาวัธน์ชินทวัน
-
จำนวนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีการปรัเปลี่ยพฤติกรรมสุขภาพ ให้มีแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม102.00
-
จำนวนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง มีความรู้เรื่อง อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย102.00
หลักการและเหตุผล โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้นอกจากจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่ โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดโรคไตเรื้อรัง สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค คือ “กรรมพันธุ์” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ จากข้อมูลอัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเหล่า อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2565-2566 พบว่า ประชาชนกลุ่มป่วยโรคเบาหวานในเขตรับผิดชอบทั้งหมด 271 ราย และ 302 ราย ตามลำดับ พบกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบ 486 ราย และ 663 ราย ตามลำดับ และพบว่ามีกลุ่มเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น หากไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ในอนาคต การรักษาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยการให้ความสำคัญเฉพาะด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอ เพื่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรครวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำลังกายที่ถูกต้อง พร้อมทั้งได้รับการกระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ค่ายเบาหวาน ความดันหรือกิจกรรมชมรมอย่างสม่ำเสมอซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะต้น ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อนได้ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเหล่า ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง และไม่เพิ่มกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรค โดยได้จัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วยต่อโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ขึ้นโดยเน้นกิจกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงอย่างเข้มข้น และกลุ่มเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น จึงขอเสนอโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพื่อขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเหล่า
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ให้มีแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม102.0080.00
จำนวนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง มีการปรัเปลี่ยพฤติกรรมสุขภาพ ให้มีแนวทางปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสม ลดลง
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง มีความรู้เรื่อง อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย102.0080.00
จำนวนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง มีความรู้เรื่อง อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ขั้นตอนวางแผนงาน
1.1 ร่วมกันประชุมวางแผน กำหนดเป้าหมาย เนื้อหาและรูปแบบวิธีการดำเนินงานโครงการ
1.2 นำเสนอโครงการเพื่อขอรับการพิจารณาอนุมัติ
1.3 จัดทำแผนปฏิบัติการโครงการฯ
1 เมษายน 2567 ถึง 31 พฤษภาคม 2567จัดทำโครงการ / วางแผนการดำเนินงาน
0.00 บาท -
2. ขั้นตอนการดำเนินงาน
2.1 อบรมเชิงปฏิบัติการบรรยายเนื้อหาโดยวิทยากร ดังนี้
เรียนรู้จากโภชนาการ
การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ต้องมีพฤติกรรมการบริโภค การมีกิจกรรมทางกาย และการจัดการความเครียดให้เหมาะสม
เรียนรู้เรื่องกิจกรรมทางกาย/การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกายและจิต
หลักการ เรื่อง 2อ 3ส
2.2 ประชาสัมพันธ์โครงการและออกดำเนินการตรวจคัดกรอง ร่วมกับ อาสาสมัครสาธารณสุข ตามโปรแกรมที่วางไว้
2.3 สรุป / ประเมินผลพฤติกรรมสุขภาพโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลังการอบรมฯ 2 เดือน
งบประมาณ
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คนๆละ 50 บาทx 1 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆละ 25 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าวิทยากร 2 คนๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าป้ายอบรม เป็นเงิน 300 บาท
1 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 สิงหาคม 2567สร้างเสริมพฤติกรรมให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
11500.00 บาท -
3. ประเมินผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการส่งให้กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบล
1 กันยายน 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผลสำเร็จของการดำเนินงานตามโครงการ
0.00 บาท
- ประชากรกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และ ทัศนคติที่เหมาะสม ในเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ประชากรกลุ่มเสี่ยงมีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง อาหาร อารมณ์ การออกกำลังกาย
