โครงการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหาร
ด้วยปัจจุบันประเทศไทย ได้มีการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การจัดการด้านอาหารฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2561 – 2579) มุ่งสู่วิสัยทัศน์ที่ว่า “ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการ เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการเพื่อชาวไทยและชาวโลกอย่างยั่งยืน” โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเทศบาลเมืองเบตง ถือได้ว่าเป็นแหล่งวัฒนธรรมด้านอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองเบตง ให้เป็นที่รู้จักและถือเป็นดินแดนแห่งความอร่อยแห่งหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันจำนวนร้านอาหารที่เปิดให้บริการในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเบตงมากกว่า 200 แห่ง ที่พร้อมต้อนรับและให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งมีสิ่งจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึง 2 ประการ ประการแรกได้แก่ คุณค่าทางโภชนาการและปริมาณอาหารซึ่งจะต้องบริโภคให้พอที่ร่างกายต้องการ เพื่อไม่ให้เกิดโรคขาดสารอาหารหรือได้รับอาหารเกิน ประการที่สองคือ คุณภาพอาหารจะต้องมีความสะอาดและปลอดภัย ถ้ามีเชื้อโรคหรือสารเคมีปะปนอยู่ในอาหารเกินมาตรฐานที่กำหนด จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อาจเป็นสาเหตุทำให้มีอาการผิดปกติหรือเจ็บป่วยเกิดขึ้น และอาจถึงแก่ชีวิตได้
จากสถานการณ์การเจ็บป่วยของประชาชนการเฝ้าระบาดทางระบาดวิทยา กลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาโรคติดต่อ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่าเกิดโรคอาหารเป็นพิษ (Food Poisoning) ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีสิ่งปนเปื้อน ได้แก่สารพิษที่แบคทีเรีย สร้างไว้ในอาหาร รวมทั้งสารเคมีต่าง ๆ ในปี 2565 พบอัตราป่วย 83.79 ต่อประชากรแสนคนเสียชีวิต 1 ราย อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง 1 : 1.67 พบมากในกลุ่มอายุ 15-24 ปี (14.35 %) ซึ่งถือว่ายังอยู่ในอัตราป่วยที่สูง ซึ่งผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหาร ถือเป็นบุคคลสำคัญ ในการจัดหาวัตถุดิบ ปรุงประกอบ ให้บริการที่สะอาดปลอดภัย รวมถึงมีคุณค่าทางโภชนาการ จึงทำให้มีความจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องหลักการสุขาภิบาลอาหาร รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้นำความรู้ไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและสามารถประกอบอาหารที่สะอาดปลอดภัยสู่ผู้บริโภค รวมถึงการบริการที่ดี พร้อมทั้งพัฒนาสถานที่จำหน่ายอาหารให้เป็นไปตามมาตรฐาน ของอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) ส่งเสริมให้มีความรู้ ความเข้าใจ หลักเกณฑ์และแนวทางในการพัฒนาสถานที่จำหน่ายอาหารให้มีการจัดการของสถานที่ อาหาร ภาชนะ อุปกรณ์ และผู้สัมผัสอาหารให้มี สุขลักษณะที่ดี เพื่อให้อาหารที่จำหน่ายสะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค จากข้อมูลดังกล่าว เทศบาลเมืองเบตงในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาศัยอำนาจหน้าที่ ตาม มาตรา 50 (2) (3) พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 และมาตรา 16 (18) (24) พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549 ได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหารขึ้นใน ทุก ๆ ปี เนื่องจากได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ ความตระหนักรู้และความสำคัญในหลักการสุขาภิบาลอาหารการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยต่อผู้บริโภคการสนับสนุนสร้างแรงจูงใจยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่สถานประกอบกิจการที่มุ่งมั่นพัฒนา และยกระดับจนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ประกอบกิจการด้านอาหาร และผู้สัมผัสอาหารเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก แต่เนื่องจากมีสถานประกอบการบางแห่งได้ปิดตัวลง บางแห่งได้เปลี่ยนผู้ประกอบกิจการรายใหม่ผู้สัมผัสอาหารมีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงโรคอุบัติใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโรคติดเชื้อทางเดินอาหารและน้ำหรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การดำเนินงานยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์เท่าที่ควรและยังไม่ครอบคลุมสถานประกอบกิจการด้านอาหารในเขตเทศบาลทั้งหมด เทศบาลเมืองเบตง จึงมีความจำเป็นต้องมีการจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหาร ในปี งบประมาณ 2567 ขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา อนึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว จะส่งผลให้เกิดการยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารสร้างความมั่นใจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์และวัฒนธรรมด้านอาหารอย่างยั่งยืนต่อไป
-
กลุ่มวัยทำงาน300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการอบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหาร
กิจกรรมที่ 1. อบรมบรรยายให้ความรู้ (หลักสูตรผู้ประกอบการ)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่
(35 บาท x 2 มื้อ x 3 วัน x 150 คน) เป็นเงิน 31,500 บาท
ค่าอาหาร สำหรับผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่
(75 บาท x 1 มื้อ x 3 วัน x 150 คน) เป็นเงิน 33,750 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร (ภาคบรรยาย)
( 6 ชั่วโมง 30 นาที x 3 คน x 3 วัน x 600 บ/ชม.) เป็นเงิน 33,300 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดอบรมและจัดกิจกรรม
1) ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน เป็นเงิน 1,500 บาท
2) สมุดปกอ่อน เป็นเงิน 1,500 บาท
3) แฟ้มพลาสติกชนิดมีกระดุม ขนาดA4 เป็นเงิน 2,250 บาท
4) เอกสารประกอบการอบรมฯ เป็นเงิน 4,650 บาท
5) อุปกรณ์สำหรับการสาธิต เป็นเงิน 4,000 บาท
กิจกรรมที่ 1. อบรมบรรยายให้ความรู้ (หลักสูตรผู้สัมผัสอาหาร)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่
(35 บาท x 1 มื้อ x 1 วัน x 100 คน) เป็นเงิน 3,500 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร (ภาคบรรยาย)
( 3 ชั่วโมง 30 นาที x 2 คน x 1 วัน x 600 บ/ชม.) เป็นเงิน 3,900 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดอบรมและจัดกิจกรรม
1) ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน เป็นเงิน 1,500 บาท
2) สมุดปกอ่อน เป็นเงิน 1,500 บาท
3) แฟ้มพลาสติกชนิดมีกระดุม ขนาดA4 เป็นเงิน 2,250 บาท
4) เอกสารประกอบการอบรมฯ เป็นเงิน 3,100 บาท
8 พฤษภาคม 2567 ถึง 31 ธันวาคม 25671 ผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหารมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องหลักการสุขาภิบาลอาหาร รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้นำความรู้ไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและสามารถประกอบอาหารที่สะอาดปลอดภัยสู่ผู้บริโภค รวมถึงการบริการที่ดี
2 เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหาร สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
3 ทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ลดการเกิดโรคติดต่อจากอาหารและน้ำ
128200.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่
1 ผู้ประกอบกิจการด้านอาหารและผู้สัมผัสอาหารมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องหลักการสุขาภิบาลอาหาร รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้นำความรู้ไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและสามารถประกอบอาหารที่สะอาดปลอดภัยสู่ผู้บริโภค รวมถึงการบริการที่ดี 2 เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของสถานที่จำหน่ายอาหาร สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว 3 ทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ลดการเกิดโรคติดต่อจากอาหารและน้ำ
