รู้เร็วรู้ไว ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) ปีงบประมาณ ๒๕๖๗
หลักการและเหตุผล
โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย องค์การอัมพาตโลก (World Stroke Oraninztion :WSO ) รายงานสาเหตุการตายด้วยจากโรคหลอดเลือดสมอง เป็นอันดับ 2 ของประชากรอายุมากกว่า 60 ปี ทั่วโลกและเป็นสาเหตุการตายเป็นอันดับ 5 ของประชากรอายุมากกว่า 15 -59 ปีคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีโรคหัวใจและหลอดเลือดเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ เพศ และปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย อาหาร การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และเบาหวาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด ในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งบุคคลที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น การเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าและเป็นภาวะวิกฤตของแต่ละบุคคล หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและเหมาะสมอาจเกิดการสูญเสียชีวิต รวมทั้งเกิดความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะที่สำคัญ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรืออฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่่ง ได้แก่กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด(Cardiovascular Disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นรายโรคและพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดทั้งในเพศชายและเพศหญิงคือโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบอัตราการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 28 ในเพศหญิง และร้อยละ 10.6 ในเพศชาย ส่วนผู้รอดชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดความพิการหลงเหลือตามมามากที่สุดแต่ถ้าหากผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินเหล่านี้ได้รับการช่วยเหลือได้รวดเร็วทันเวลา จะสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 30 และลดความพิการที่อาจเกิดตามมาภายหลังได้ หากได้รับการนำส่งโรงพยาบาลอย่างถูกวิธี จากสถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าจำนวนการป่วย และการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ซึ่งเป็นภัยคุกคามทางด้านสุขภาพ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในเมืองรับผิดชอบทั้งหมด 6 หมู่บ้านด้วยกัน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านเกาะยวน หมู่ที่ 4 บ้านลาหงา หมู่ที่ 6 บ้านหัวทาง หมู่ที่ 12 บ้านในเมือง หมู่ที่ 15 บ้านในใส และหมู่ที่ 17 บ้านวังช่อนชัย มีประชาการส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ 54.37 วัยเด็กคิดเป็นร้อยละ 26.80 และวัยผู้สูงอายุคิดเป็นร้อยละ 16.30 จากข้อมูลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในเมือง พบว่ามีผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) ทั้งหมด 27 ราย แบ่งเป็น หมู่ที่ 3จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.11 หมู่ที่ 4 จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.11 หมู่ที่ 6 จำนวน6 ราย คิดเป็นร้อยละ 22.22 หมู่ที่ 12 จำนวน 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.81 หมู่ที่ 15 จำนวน 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.33 และหมู่ที่ 17 จำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.40 จากสถานการณ์ดังกล่าวพบว่าหมู่ที่ 15 บ้านในใส มีผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง ร้อยละ 33.33 ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่พบผู้ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองมากที่สุด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านในเมืองจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการรู้เร็วรู้ไว ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ปีงบประมาณ 2567 ขึ้นโดยการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนร่วมกับบุคลากรสาธารณสุข เพื่อให้มีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งในการดำเนินงานป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในพื้นที่เพื่อลดความพิการและเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง
-
เพื่อประชาสัมพันธ์การรู้เท่าทันการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบ0.00
ร้อยละ 90 ประชาชนในเขตรับผิดชอบได้รับความรู้จากการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง
-
เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองแก่ประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ0.00
ร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมายได้รับการเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้รับการเยี่ยมบ้าน0.00
ร้อยละ 100 ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้รับการเยี่ยมบ้าน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ
- จัดประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ได้เเก่ เจ้าหน้าที่รพ.สต.บ้านในเมือง จำนวน 3 คน อสม. จำนวน 13 คน ผู้นำชุมชน จำนวน 4 คน
รายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
-ค่าอาหารว่างเเละเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆละ 30 บาท จำนวน20 คน เป็นเงิน 600 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567คณะทำงานรับทราบถึงรายละเอียดการจัดโครงการเเละดำเนินการตามเเผนที่วางไว้
600.00 บาท - จัดประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ได้เเก่ เจ้าหน้าที่รพ.สต.บ้านในเมือง จำนวน 3 คน อสม. จำนวน 13 คน ผู้นำชุมชน จำนวน 4 คน
-
กิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
เคาะประตูบ้านประชาสัมพันธ์การรู้เร็วรู้ไว ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองเเก่ประชาชนในเขตรับผิดชอบโดยการเเจกโปสเตอร์ความรู้เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง โดยหมู่ที่ 15 บ้านในใสมีประชากรทั้งหมด 908คน 254 ครัวเรือน
รายละเอียดงบประมาณดังนี้
-ค่าสื่อความรู้โปสเตอร์จำนวน254 เเผ่น เเผ่นละ 2 บาท เป็นเงิน 508 บาท1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ประชาชนในเขตรับผิดชอบได้รับความรู้จากการประชาสัมพันธ์เรื่องหลอดเลือดสมองอย่างทั่วถึง
508.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke)
อบรมให้ความรู้เเก่กลุ่มเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เเละมีการประเมินความรู้หลังการอบรม - ค่าวิทยากรให้ความรู้ 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าอาหารว่างเเละเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 30 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,000 บาท - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 80 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 4,000 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง ตลอดจนนำความรู้ไปเผยเเพร่ให้เเก่ครอบครัว ชุมชน
10600.00 บาท -
เยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
-ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ให้คำเเนะนำในเรื่องของการดูเเลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เช่น การทำกิจกรรมฟื้นฟู การทำกายภาพบำบัด การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร -ติดตามเยี่ยมบ้านร่วมกับคณะทำงาน
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้รับการเยี่ยมบ้าน
0.00 บาท -
สรุปผลเเละประเมินผลโครงการ
จัดประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปผลการทำโครงการ ได้เเก่ เจ้าหน้าที่รพ.สต.บ้านในเมือง จำนวน 3 คน อสม. จำนวน 13 คน ผู้นำชุมชน จำนวน 4 คน รายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้ -ค่าอาหารว่างเเละเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อๆละ 30 บาท จำนวน20 คน เป็นเงิน 600 บาท
1 กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน 2567-คณะทำงานร่วมประชุมสรุปผลการจัดโครงการและร่วมกันเเก้ไขปัญหาอุปสรรคในการจัดโครงการใครั้งนี้ -เพื่อประเมินว่าการจัดโครงการในครั้งนี้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่
600.00 บาท
1.ประชาชนในเขตรับผิดชอบได้รับความรู้จากการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองอย่างทั่วถึง 2.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มมากขึ้น 3.ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองได้รับการเยี่ยมบ้าน
