โครงการป้องกัน ควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านทุ่งยาว
-
นายเอนก กลิ่นรส
-
นางสาวณัฎฐณิชา สมจิตร
-
นางสาวเบญจมาศ เกื้อสุข
-
ยางกิตติยา พรหมปาน
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน12.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง25.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)20.00
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยข้อมูลจากรายงานของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยพบว่าในปี 2560 นั้นมีจำนวนผู้ป่วยเบาหวานที่ถูกตรวจพบทั้งหมดในเมืองไทยคือ 4,400,000 ราย และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความชุกในทุกๆปี นอกจากนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รายงานผลการตรวจคัดกรองระดับน้ำตาลในเลือดของประชาชนกว่าร้อยละ 80 ที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไปทั่วประเทศ พบว่า เฉลี่ยร้อยละ 12.23 ของผู้ได้รับการคัดกรอง หรือกว่า 3,424,400 คนมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน หากยังไม่มีมาตรการป้องกันและรักษาพยาบาลกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานที่ดี เมื่อเวลาผ่านไปผู้ที่เสี่ยงต่อเบาหวานเหล่านี้จะมีโอกาสกลายโรคเบาหวานในระยะ 5-10 ปี ด้วยเหตุผลนี้การลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยลดผลกระทบและภาระโรคที่เกิดจากโรคเบาหวานได้สำหรับประเทศไทยและความชุกของคนไทยที่อ้วน ร้อยละ 37 พ.ศ. 2558 จังหวัดพัทลุง มีอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร 7,171.90 อัตราตายด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร 27.27 มีอัตราอุบัติการณ์โรคเบาหวานต่อแสนประชากร 601.41 อำเภอเมืองพัทลุงมีอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร 8,993.24 มีอัตราตายด้วยโรคเบาหวานต่อแสนประชากร46.41 มีอัตราอุบัติการณ์โรคเบาหวานต่อแสนประชากร 601.41 ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว รับผิดชอบพื้นที่ หมู่ที่ 1,7,9 ตำบลโคกชะงายอำเภอเมืองจังหวัดพัทลุง มีประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 1,300 คน มีความชุกของโรคเบาหวาน ร้อยละ 11.54ความชุกโรคเบาหวาน ร้อยละ29.92 ซึ่งอัตราป่วยของประชาชนในพื้นที่เป็นภาระด้านการรักษาพยาบาลของชาติจึงมีความจำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นประจำทุกปีเพื่อลดการป่วยรายใหม่ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต่อไป
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน10.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง20.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)15.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน1300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ตรวจคัดกรอองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
- เข็มเจาะน้ำตาลในเลือด จำนวน 26 กล่องๆละ 50 ชิ้น ราคากล่องละ 250 บาท เป็นเงิน 6,500 บาท
- แถบตรวจวัดน้ำตาลในเลือดปลายนิ้วมือ จำนวน 26 กล่องๆละ 50 ชิ้น ราคากล่องละ 700 บาท เป็นเงิน 18,200 บาท
- เคื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา จำนวน 3 เครื่องๆละ 2,500 บาท เป็นเงิน 7500 บาท
- เครื่องชั่งน้ำหนักแบบระบบดิจิทอล จำนวน 3 เครื่องๆละ 1,500 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท
16 ตุลาคม 2567 ถึง 18 ธันวาคม 2567ประชาชนอายุ 35 ปี ขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
36700.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสุขภาพกลุ่มเสี่ยงฯ จำนวน 100 คน
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 6 ชั่งโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คนๆละ 2 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ดำเนินกิจกรรม DPAC สุขใจไร้พุง
6 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568กลุ่มเสี่ยงฯ ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทุกคน
13600.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงซ้ำ/ส่งต่อกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านการคัดกรองพบว่ายังมีความเสี่ยงพบแพทย์
การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงซ้้ำ
กลุ่มเสี่ยงจากการตรวจคัดกรองซ้ำยังพบความเสี่ยงส่งต่อพบแพทย์
17 มิถุนายน 2569 ถึง 4 กรกฎาคม 2568กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการตรวจคัดกรองซ้ำทุกคน
กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานยังพบความเสี่ยงได้รับการส่งต่อพบแพทย์ทุกคน
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 การติดตามเยี่ยมบ้าน/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้/การประเมินผล
ประเมินผลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
ประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
เยี่ยมครัวเรือนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเรื่องการบริโภคหวาน มัน เค็ม
16 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568ประเมินผลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงทุกคน
ประเมินผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทุกคน
ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทุกกลุ่ม
เยี่ยมครัวเรือนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเรื่องการบริโภคหวาน มัน เค็ม ทุกครัวเรือน
0.00 บาท
- ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
- กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 1.2
- กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงเป็นผู้รายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 2.7
