โครงการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน ปี 2568
-
นางสาวฝาตีมะ มะอะนี ตำแหน่ง ประธานชมรมฯ เบอร์โทรศัพท์ 08-9465-7284
-
นางรามาวดี อาดำ เบอร์โทรศัพท์ 09-5039-4621
-
นางสาวสาลีณี หลงกูนัน เบอร์โทรศัพท์ 08-1429-0281
-
นางสาวเจ๊ะสาณี การังงัน เบอร์โทรศัพท์ 06-2912-1046
-
นางสาวรอณา ดาหลี เบอร์โทรศัพท์ 08-2632-9004
-
จำนวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน37
-
จำนวนประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน14
โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสีย ทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความพิการ เป็นผู้ป่วยติดเตียง นอกจากนี้ยังมีภาวะไตวายเรื้อรังซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อน ที่มีค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัวสำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ กรรมพันธุ์และพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวันจากผลการวิจัยหลายเรื่องชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการส่งเสริมความรู้และได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในเขตรับผิดชอบ มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป จากผลการคัดกรองสุขภาพประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ในปีงบประมาณ 2567 พบประชากรที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 14 คน โรคเบาหวาน จำนวน 6 คน เป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 3 คน รวมมีกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน จำนวน 23 คน และกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 8 คน โรคเบาหวาน จำนวน 5 คน เป็นกลุ่มสงสัยป่วยทั้งโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 1 คน รวมมีกลุ่มป่วยต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน จำนวน 14 คน กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของตนเองเพื่อให้รู้เท่าทันภาวะสุขภาพได้รับการติดตาม เฝ้าระวังและควรได้รับการส่งเสริมความรู้ในเรื่องของโรคเรื้อรังที่ต้องเฝ้าระวังการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันและความเชื่อต่างๆที่มีผลต่อการดูแลสุขภาพ เมื่อประชาชนมีสุขภาพที่ดีส่งผลให้อัตราการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดลงและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล จึงจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน ปี 2568 ขึ้นเพื่อเน้นการส่งเสริมความรู้ติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงสร้างความตระหนักและส่งเสริมการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่งผลให้ประชาชนหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควนมีสุขภาพที่ดีและลดอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงต่อไป
-
เพื่อให้ประชาชน กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการส่งเสริมความรู้ที่เหมาะสม52100
ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการส่งเสริมความรู้ที่เหมาะสม ร้อยละ 100
-
เพื่อให้ประชาชน กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามภาวะสุขภาพ45100
ประชาชน กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามภาวะสุขภาพ ร้อยละ 100
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง14
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง23
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เตรียมความพร้อมก่อนดำเนินกิจกรรมโครงการ
กิจกรรมที่ 1 เตรียมความพร้อมก่อนดำเนินกิจกรรมโครงการ
1. ประชาสัมพันธ์โครงการ โดยแกนนำ อสม.ลงพื้นที่แจ้งกลุ่มเป้าหมายที่รับผิดชอบ เข้าร่วมกิจกกรมโครงการตามวันและเวลาที่กำหนดพร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดกิจกรรมที่มีดังนี้มีการชั่งน้ำหนัก/คำนวณดัชนีมวลกาย/วัดรอบเอว/วัดความดันโลหิตตรวจหาระดับน้ำตาลในหลอดเลือดฝอย (DTX) เพิ่มเติมในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวาน และมีการส่งเสริมความรู้เรื่อง 3อ. 2ส. โดยเน้นในเรื่องของ อ.อาหารอ.ออกกำลังกาย และ ส.สูบบุหรี่ เพื่อให้เข้ากับบริบทของชุมชน และ จากข้อมูลที่ได้จากการคัดกรองพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญน้อยในเรื่องนี้
2. จัดทำเอกสารที่ใช้ในโครงการ แบบบันทึกวิเคราะห์ผล และสรุปผลการติดตาม
3. วางรูปแบบกิจกรรมการดำเนินงานและมอบหมายหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างชัดเจนงบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแกนนำ อสม.หมู่ที่ 6 จำนวน 13 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 390 บาท1 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568- ประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควนจำนวน 38 คน รับทราบแนวทางการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ
- ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านควน จำนวน 12 คน รับทราบแนวทางการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ
390 บาท -
ส่งเสริมความรู้ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
กิจกรรมที่ 2 ส่งเสริมความรู้ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
1. แกนนำ อสม.นำกลุ่มเป้าหมาย เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ โดยมีกิจกรรมดังนี้
-ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ
-เข้าร่วมฟังบรรยายให้ความรู้เรื่อง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะแทรกซ้อนอันตรายจากโรคเรื้อรังอ.อาหาร อ.ออกกำลังกาย และ ส.สูบบุหรี่
-เปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัย/เล่าประสบการณ์จากผู้เข้าร่วมกิจกรรมงบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแกนนำ อสม.หมู่ที่ 6 จำนวน 13 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 390 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 6 จำนวน 50 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,500 บาท
3.ค่าวิทยากรให้ความรู้เรื่อง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะแทรกซ้อนอันตรายจากโรคเรื้อรัง อ.อาหาร อ.ออกกำลังกาย และ ส.สูบบุหรี่ จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้เรื่อง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะแทรกซ้อนอันตรายจากโรคเรื้อรัง อ.อาหาร อ.ออกกำลังกาย และ ส.สูบบุหรี่ จำนวน 37 คน
3690 บาท -
ประชุมสรุปผลการติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ของแกนนำ อสม. ครั้งที่ 1
กิจกรรมที่ 3 ประชุมสรุปผลการติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ของแกนนำ อสม. ครั้งที่ 1
1.แกนนำ อสม.ลงพื้นที่ติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยมีกิจกรรมดังนี้ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว คำนวณดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิตเจาะเลือดปลายนิ้ว (เฉพาะกลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน) ครั้งที่ 1และแจ้งผลการคัดกรองให้ผู้รับบริการทราบถึงภาวะสุขภาพของตนเอง
2. แกนนำ อสม.รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการติดตามภาวะสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงครั้งที่ 1ส่งต่อแก่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 1 พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูล การดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานปัญหาสุขภาพของประชาชนในเขตรับผิดชอบของ แกนนำ อสม.แต่ละคน ร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขวางรูปแบบในการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงติดตามครั้งต่อไป
3. เปิดโอกาสให้แกนนำ อสม.ร่วมแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก ในการทำงานเชิงรุกในชุมชนพร้อมทั้งเสริมกำลังใจในการทำงานให้แกนนำ อสม. เพื่อสร้างพลังและความสามัคคีในการทำงานต่อไปงบประมาณ
1. ค่าแผ่นสตริปพร้อมเข็มเจาะยี่ห้อTERUMO รุ่น MEDISAFE EX ใช้ตรวจหาค่าระดับน้ำตาลในหลอดเลือดฝอย (1 กล่องมี 30 สตริป) จำนวน 1 กล่องๆ ละ 650 บาท เป็นเงิน 650 บาท
2. สำลีก้อนเล็ก 0.35 กรัม ห่อละ 450 กรัม จำนวน 1 ถุงๆละ 150 บาท เป็นเงิน 150 บาท
3. ลำลีชุบเอทิลแอลกอฮอล์ ( 8 ก้อน/แผง ) 1 กล่อง มี 12 แผง จำนวน 1 กล่องๆ ละ 130 บาท เป็นเงิน 130 บาท
4. กระปุกใส่เข็มที่ใช้แล้ว จำนวน 1 กระปุก เป็นเงิน 70 บาท
5. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแกนนำ อสม.หมู่ที่ 6 จำนวน 13 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 390 บาท
6. ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล จำนวน 1 เครื่องๆละ 1,390 บาท เป็นเงิน 1,390 บาท
7. ค่าสายวัด จำนวน 2 เส้นๆละ 150 บาท เป็นเงิน 300 บาท1 มีนาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามภาวะสุขภาพเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน
3080 บาท -
ประชุมสรุปผลการติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ของแกนนำ อสม. ครั้งที่ 2
กิจกรรมที่ 4 ประชุมสรุปผลการติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ของแกนนำ อสม. ครั้งที่ 2
1.แกนนำ อสม.ลงพื้นที่ติดตามภาวะสุขภาพกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยมีกิจกรรมดังนี้ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว คำนวณดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิตเจาะเลือดปลายนิ้ว (เฉพาะกลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวาน) ครั้งที่ 2 และแจ้งผลการคัดกรองให้ผู้รับบริการทราบถึงภาวะสุขภาพของตนเอง
2.แกนนำ อสม.รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการติดตามภาวะสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงครั้งที่ 2 ส่งต่อแก่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 1 พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูล การดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานปัญหาสุขภาพของประชาชนในเขตรับผิดชอบของ แกนนำ อสม.แต่ละคน ร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขวางรูปแบบในการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงติดตามครั้งต่อไป
3.เปิดโอกาสให้แกนนำ อสม. กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยร่วมแสดงความคิดเห็น แสดงความรู้สึก และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และคืนข้อมูล เพื่อลดการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ต่อไปงบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแกนนำ อสม.หมู่ที่ 6 จำนวน 13 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 390 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงหมู่ที่ 6 จำนวน 50 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,500 บาท1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 31 สิงหาคม 25681.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานได้รับการติดตามภาวะสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
2.ลดการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง1890 บาท
ทุกรายการสามารถถัวจ่ายกันได้
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับความรู้ การส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมเมื่อรู้เท่าทันสุขภาพตนเอง สามารถเฝ้าระวัง และส่งเสริมสุขภาพตนเองได้เหมาะสม สอดคล้องตามบริบทในชีวิตประจำวัน 2.เมื่อประชาชนกลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และได้รับการติดตามสุขภาพมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมส่งผลให้มีผู้ป่วยรายใหม่ลดลง 3.เมื่อประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ในเรื่องของโรคการเฝ้าระวังและการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีส่งผลให้สามารถควบคุมระดับความดันโลหิต และระดับน้ำตาลในหลอดเลือดฝอยให้อยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจากโรคได้ 4.ประชาชนเกิดความตระหนัก และให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพเฝ้าระวัง และติดตามสุขภาพของตนเอง อย่างต่อเนื่องเพื่อให้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเองสามารถจัดการสุขภาพของตนเองได้เหมาะสมได้รับการดูแลรักษา ทันท่วงทีเมื่อมีการเจ็บป่วย
