โครงการมหกรรมอาหารสะอาดปราศจากสารเคมี ชีวีปลอดภัย ประจำปี 2568
-
นายนิยมบุญเฟื่อง
-
นางบุญพาพรหมแก้ว
-
นางเพียร กวดขัน
-
นางสมจิตรเอียดมาก
-
นางสุกัญญา เพ็ชรจำรัส
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม35.00
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)30.00
-
ร้อยละของพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เกษตรทั้งหมด25.00
-
ร้อยละของประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย80.00
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)20.00
ประชากรในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านฝาละมีส่วนใหญ่มีอาชีพพื้นฐานอยู่ในภาคเกษตรกรรม ทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากสภาพภูมิอากาศที่ร้อนจัด ท่าทางการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการปวดหลังและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมทั้งการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมีพิษทั้งแบบเฉียบพลัน และเรื้อรังตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษ และปริมาณที่ได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนังที่ไม่สวมถุงมือและรองเท้าบูท ป้องกันขณะทำงานกับสารเคมี การสูดหายใจละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน พฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกษตรกรมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีเพิ่มขึ้นยกตัวอย่างเช่น ใช้ถังภาชนะบรรจุสารเคมีที่รั่วซึม ฉีดพ่นสวนทิศทางลมทำให้เสื้อผ้าเปียกชุ่มสารเคมีโดยไม่อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซึมเปื้อนทันที เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ กล่าวคือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมองผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตาซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้จึงแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้นตำบลฝาละมีเป็นพื้นที่ ที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ที่ใช้ในการเกษตรมากถึงร้อยละ 80 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ทำสวนยางพาราทำนา และทำสวนปาล์มผลกระทบจากการใช้สารเคมีในการควบคุมและกำจัดศัตรูพืช จึงกระจายและขยายเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในระดับที่รุนแรงและสูงอยู่ จากข้อมูลดังกล่าวชมรม อสม. ตำบลฝาละมี จึงได้จัดทำโครงการมหกรรมอาหารสะอาดปราศจากสารเคมี ชีวีปลอดภัย ประจำปี 2568 ขึ้นเพื่อให้เกษตรกรกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อไป และได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการดำเนินงานอาหารปลอดภัยในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม45.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่กินผัก ผลไม้ อย่างน้อยวันละ 500 กรัม
-
เพื่อลดคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)20.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์35.00
ร้อยละของพื้นที่เกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่เกษตรทั้งหมด
-
เพื่อลดประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย60.00
ร้อยละของประชาชนที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อน15.00
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
-
กลุ่มวัยทำงาน300
-
กลุ่มผู้สูงอายุ300
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมค้นหากลุ่มเป้าหมาย
1.ประชุมชี้แจงโครงการในที่ประชุมประจำเดือน อสม. เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมาย
-ไม่ใช้งบประมาณ
1 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568ผลผลิต -ได้กลุ่มเป้าหมายตามที่กำหนด
ผลลัพธ์ -กลุ่มเป้าหมายได้เข้าร่วมโครงการ
0.00 บาท -
กิจกรรมเฝ้าระวังการสัมผัสสารเคมีตกค้าง
ตรวจหาระดับปริมาณสารเคมีตกค้างของกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2 ครั้ง
-ให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองจากสารเคมีในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่าย 1.ชุดหายาฆ่าแมลงในเลือดเกษตรกร (กระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส)พร้อมอุปกรณ์ 10 ชุดๆ ละ 100 ชิ้น ราคา 1,800 บาท จำนวน 10 ชุด เป็นเงิน 18,000 บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม รวมผู้จัด จำนวน 300 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 7,500 บาท 3.ค่าสมนาคุณวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาทจำนวน 3 ชั่วโมง จำนว5ครั้ง เป็นเงิน 9,000 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568ผลผลิต -ผู้เข้าร่วมได้รับการคัดกรองตรวจสารเคมีตกค้างในเลือด และได้รับความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากสารเคมีตกค้าง
ผลลัพธ์ -ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้่ไปปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงของการมีสารเคมีตกค้างได้
34500.00 บาท -
จัดประชุมกลุ่มผู้สนใจทั่วไป ในการลดสารเคมี ในกระแสเลือด และปลูกผักปลอดสารเคมี
จัดประชุมกลุ่มผู้สนใจทั่วไปในการป้องกันสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด และการปลูกผักปลอดสารเคมีโดยใช้วัสดุในพื้นที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ผสมเอง เช่น มูลสัตว์,แกลบดำ,ขุยมะพร้าว,ยูเรีย,รำและกากน้ำตาล/พันธ์ผักต่าง ๆ เพื่อประกอบอาหารกับตนเอง/คนในชุมชนทุกอายุ/เพิ่มรายได้ต่อครัวเรือน/ปลอดโรค รายละเอียด
โยมี ค่าใช้จ่าย ดังนี้- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม รวมผู้จัด จำนวน 300 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าวัสดุสาธิตการผลิตปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพจำนวน 300 ชุด ละ 60 บาทเป็นเงิน18,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาทจำนวน 3ชั่วโมง เป็นเงิน 1,800 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 25681.ผู้เข้ารับการอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ในการลดการใช้สารเคมีเพื่อป้องกันสารเคีมีตกค้างในกระแสเลือด และมีความรู้และความสามารถ ในการปลูกผักปลอดสารเคมีได้อย่างถูกต้อง
27300.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม รวมผู้จัด จำนวน 300 คน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 7,500 บาท
-
จัดเวทีประชาคมเพื่อคืนข้อมูล และสรุปบทเรียน การดำเนินงานอาหารปลอดภัย การประกวดเมนูสุขภาพ
จัดเวทีประชาคมเพื่อคืนข้อมูล และสรุปบทเรียน การดำเนินงานอาหารปลอดภัย มีค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าใช้จ่ายในการจัดนิทรรศการ สรุปผลเรียน ผลการดำเนินงานจำนวน 5 ชุด ละ 3,000 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้ร่วมประชุม จำนวน 300 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ 25 บาท จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน15,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้ร่วมประชุม จำนวน 300 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 70 บาท จำนวน 1 ครั้ง เป็นเงิน 21,000 บาท (อาหารเสริม เครื่องดื่ม)
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดกิจกรรม ของขวัญรางวัล การประกวดเมนูสุขภาพจำนวน 9,200 บาท
5.ค่าเช่าเหมาเต็นท์ พร้อมโต๊ะเก้าอี้ จัดนิทรรศการ จัดประชุม จำนวน1ชุดๆ 15,000 บาทเป็นเงิน 15,000 บาท
6.ค่าไวนิลป้ายโครงการ เป็นเงิน 3,000 บาท
7. ค่าเช่าเหมาเวที พร้อมระบบแสงสว่างการจัดกิจกรรมจำนวน 10,000 บาทค่าเช่าเหมาเครื่องเสียง จำนวน 1 ครั้งๆละ 4,000 บาท เป็นเงิน จำนวน 4,000 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาทจำนวน 6ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท
1 มิถุนายน 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568ประชาชนในพื้นที่ รพ.สต.บ้านฝาละมี เกิดความรู้ ความเข้าใจ ต่ออันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สารเคมีในชีวิตประจำวัน
- ประชาชนในพื้นที่ รพ.สต.บ้านฝาละมี ทราบสถานการณ์ทางระบาดวิทยาของปัญหาการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในชีวิตประจำวัน
95800.00 บาท
1.ทราบถึงสถานการณ์สารเคมีตกค้างในเลือดของประชาชนทั่วไปกลุ่มเสี่ยง 2.ประชาชนมีทักษะและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดการเกิดโรคจากสารเคมี 3.ประชาชนได้รับการบริโภคผักปลอดภัย 4. ประชาชนในพื้นที่ ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนร่วมกันในการดำเนินการอาหารปลอดภัยในชุมชน
