โครงการส่งเสริมการได้รับวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี ครบตามเกณฑ์ โดยชุมชนมีส่วนร่วม ตำบลตะโละกาโปร์ ประจำปี 2568
-
นายมะโจฮัน สะวี ผช.นวก.สาธารณสุข
-
นายอับดุลเลาะ ตาเละ นวก.สาธารณสุขชำนาญการ
-
นางแวแอเสาะห์ เจ๊ะหมัด พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
นางสาวนิลิลลา ยอดวารี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
นางสาวอาตียะห์ บาราเฮง ผช.นวก.สาธารณสุข
-
เด็กอายุครบ 1 ปี ได้รับวัคซีนครบทุกชนิด45.59
-
เด็กอายุครบ 2 ปี ได้รับวัคซีนครบทุกชนิด26.76
-
เด็กอายุครบ 3 ปี ได้รับวัคซีนครบทุกชนิด22.32
-
เด็กอายุครบ 5 ปี ได้รับวัคซีนครบทุกชนิด23.73
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค หรือการให้วัคซีนทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน หรือความต้านทานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรค หรือทำให้โรคมีความรุนแรงน้อยลง วัคซีนทำหน้าที่เสมือนเป็นสิ่งกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไว้เป็นเครื่องป้องกันให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคบางชนิดได้ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียการให้วัคซีนเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงซึ่งมีความคุ้มค่ากว่าการให้การรักษาโรคเมื่อมีการติดเชื้อหรือเป็นโรคแล้วปัจจุบันการให้วัคซีนในเด็ก ๐-๕ ปี สามารถป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรควัณโรค โรคตับอักเสบบีโรคคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ โรคหัด และไข้สมองอักเสบ หากไม่ได้รับวัคซีนจะทำให้เกิดผลกระทบต่อตนเองในเรื่องความเสี่ยงของการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่วนผู้ปกครองเด็กก็จะมีผลกระทบในเรื่องรายได้ที่ต้องสูญเสียไปจากการที่ไม่สามารถประกอบอาชีพเมื่อต้องดูแลบุตรที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในโรงพยาบาล รวมถึงงบประมาณของสถานบริการสาธารณสุขในส่วนของยา และเวชภัณฑ์ที่ต้องใช้ไปในการดูแลรักษาผู้ป่วยแต่ละคนที่เพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อสังคมเมื่อเกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในพื้นที่ระบาด ข้อมูลผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ๐-๕ ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะโละกาโปร์ ปีงบประมาณ ๒๕๖7พบว่าในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า ๑ ปีมีความครอบคลุม ร้อยละ 45.59 ในกลุ่มเด็กอายุครบ ๒ ปี มีความครอบคลุม ร้อยละ 26.76 ในกลุ่มเด็กอายุครบ ๓ ปี มีความครอบคลุม ร้อยละ 22.32 และในกลุ่มเด็กอายุครบ 5 ปี มีความครอบคลุม ร้อยละ 23.73 (รง.ประจำปี จาก HDC รพ.สต.ตะโละกาโปร์ 2567) เกณฑ์มาตรฐานของการได้รับวัคซีนครบชุดตามเกณฑ์อายุกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๙๕ จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นชัดเจนว่าการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็ก ๐-๕ ปี ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะโละกาโปร์ เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานอัตราป่วยตายด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ตำบลตะโละกาโปร์ แต่พบว่าในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงของจังหวัดปัตตานี ได้เกิดการระบาดของโรคคอตีบ ไอกรน และโรคหัด สาเหตุ และปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะโละกาโปร์ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดที่ค้นพบจากการทำประชาคมสุขภาพในพื้นที่ คือ ขาดความต่อเนื่องของการติดตามเยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมายวัคซีนในเด็ก ๐-๕ ปี ไม่มีเวทีให้ชุมชนได้แสดงความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ดังนั้น กลวิธีการดำเนินงานสำหรับใช้แก้ปัญหาตามเหตุ และปัจจัยที่พบในครั้งนี้ คือ การใช้หลักการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลทางสาธารณสุขที่มีความสำคัญยิ่งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดประชากรเป้าหมายที่สุด รวมถึงผู้นำศาสนาก็เป็นอีกภาคีเครือข่ายหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเป็นผู้ดูแลเด็กโดยตรง และนำแนวคิดหรือทฤษฎีการสร้างแรงจูงใจต่อภาคีเครือข่ายในการดำเนินงานมาเสริมความเป็นบุคคลจิตอาสาของภาคีเครือข่ายที่มีอยู่แล้วเป็นทุนเดิมให้มีขวัญและกำลังใจเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะโละกาโปร์ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการได้รับวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี ครบตามเกณฑ์ โดยชุมชนมีส่วนร่วม เมื่อดำเนินการแล้วคาดว่าจะทำให้การดำเนินงานสร้างเสริภูมิคุ้มกันโรคมีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น และจะส่งผลทำให้ไม่มีอัตราป่วย หรืออัตราตายด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ตำบลตะโละกาโปร์
-
เพื่อเพิ่มอัตราความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ในเด็ก ๐-๕ ปี23.5930
อัตราความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ในเด็ก ๐-๕ ปี เพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี ได้รับความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน4550
ผู้ปกครองเด็ก0-5ปี ได้รับความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนมากขึัน
-
เพื่อให้อสม.ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน มีความรู้เกี่ยวกับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค7080
อสม.ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน มีความรู้เกี่ยวกับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน115
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ
ประชุมคณะทำงานประกอบด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อสม.ผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนา เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการ
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 90 คน x 30 x2 มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาท
-ค่าอาหารกลางวัน 90 คน x 60x1 มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาท -ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ จำนวน 7 คน, อสม.จำนวน 72 คน, ผู้นำศาสนา จำนวน 5 คน,ผู้นำชุมชน จำนวน 5 คน1 มกราคม 2568 ถึง 31 มกราคม 2568ประชุมคณะทำงานประกอบด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ อสม.เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน
8100 บาท -
อบรมให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กอายุ 0-5 ปี
อบรมให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กอายุ 0-5 ปี จำนวน 115 คน แบ่งออกเป็น ม.1 จำนวน 30 คน, ม.2 จำนวน 25 คน, ม.3 จำนวน 20 คน, ม.4 จำนวน 20 คน, ม.5 จำนวน 20 คน
-ค่าอาหารกลางวัน 115 คน X 60 บาท X 1 มื้อ เป็นเงิน 6,600 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่อง 115 คน X 30 บาท X 2 มื้อเป็นเงิน 6,900 บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
-ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 ม. x 2 ม.จำนวน 1 ป้ายเป็นเงิน 750 บาท1 กุมภาพันธ์ 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568ผู้ปกครองเด็ก ๐-๕ ปี และประชาชนทั่วไปในหมู่บ้านให้ความสำคัญในการพาบุตรหลานไปรับบริการฉีดวัคซีนตรงตามนัดทุกครั้ง
16050 บาท -
ติดตามและเชิงรุกส่งเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กที่ไม่มารับบริการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์
ติดตามและเชิงรุกส่งเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กที่ไม่มารับบริการฉีดวัคซีนตามเกณฑ์
-ค่าอาหารว่างและเครื่อง 90 คน X 30 บาท X 1 มื้อเป็นเงิน 2,700 บาท
-ค่าไวนิลประชาสัมพันธ์พร้อมขาตั้ง PP X STAND ขนาด 0.8 ม.x 1.8 ม.จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 1,500 บาท1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568เด็กอายุ 0-5 ปี ทุกคนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคครบตามเกณฑ์มากขึ้น
4200 บาท
1.อัตราความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ในเด็ก ๐-๕ ปี เพิ่มขึ้น
2.ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี ได้รับความรู้ความเข้าใจ ตระหนักถึงโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนมากยิ่งขึ้น
3.อสม.ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน มีความรู้เกี่ยวกับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคมากขึ้น
