โครงการภาคีร่วมใจ ใส่ใจสุขภาพตำบลน้ำผุด
ความเท่าเทียมในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพถือเป็นเป้าหมายนโยบายที่สำคัญต่อสุขภาวะของประชากรโดยรวมในทุกประเทศ และเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations) การปรับปรุงความสามารถในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาคจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตรวจสอบและประเมินการเข้าถึงบริการสุขภาพนั้นค่อนข้างซับซ้อน หลายประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายในการเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ในการศึกษาการลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงบริการสุขภาพ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (geographic information system: GIS) ได้ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ความต้องการด้านการรักษาพยาบาล การเข้าถึง และการได้รับประโยชน์จากบริการสุขภาพ โดยเชื่อมโยงความหลากหลายของประชากรกับข้อมูลสิ่งแวดล้อม เพื่อวิเคราะห์และกำหนดลักษณะความต้องการในมิติต่าง ๆ จากการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า อุปสรรคทางภูมิศาสตร์ในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลทำให้การได้รับประโยชน์จากบริการสุขภาพลดลง ลดการเข้าถึงบริการเชิงป้องกัน และลดอัตราการรอดชีวิต ซึ่งอาจส่งผลให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล รวมถึงไม่ได้รับประโยชน์จากการรักษาเฉพาะทางซึ่งมักพบในเมืองใหญ่มากกว่า จึงไม่สามารถเข้าถึงได้สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและชุมชนห่างไกล แม้ว่าประชาชนทุกคนควรได้รับบริการด้านสุขภาพอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติยังมีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีจำกัด เช่น สถานพยาบาล หรือบุคลากรในวิชาชีพด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ ดังนั้น การให้บริการทางสุขภาพในพื้นที่ จึงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ได้รับการยอมรับ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพ สนับสนุนและบรรเทาความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพในพื้นที่ยากลำบากและด้อยโอกาส โดยนำระบบดูแลสุขภาพออกจากโรงพยาบาลไปสู่ประชาชน รูปแบบการให้บริการสุขภาพนี้สามารถขยายการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมจึงร่วมมือกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จัดโครงการภาคีร่วมใจ ใส่ใจสุขภาพตำบลน้ำผุด ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคลดภาวะการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ตลอดจนสามารถยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ น่าอยู่ น่าอาศัยต่อไปในอนาคต
-
เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ ปรับทัศนคติให้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง0
ร้อยละ80ของผู้ร่วมโครงการมีความรู้ในการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
บรรยายให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย
งบประมาณ
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าเช่าเต็นท์ครอบเวทีขนาด 12x18เมตร หลังเป็นเงิน 12,000 บาท
- ค่าเช่าเต็นท์ขนาด 4x12เมตร จำนวน 5หลังๆละ 1,500 เป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าเช่าโต๊ะ 30 ตัวๆละ 50 บาทเป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าเช่าเก้าอี้ 250 ตัวๆละ 5บาท เป็นเงิน 1,250 บาท
- ค่าไวนิลขนาด2.5x6 เป็นเงิน1,800บาท
- ค่าเช่าเครื่องเสียง 1,500 บาท
- ค่าเช่าเวทีขนาด2.4x8 เมตรเป็นเงิน 7,000 บาท
- ค่าอาหาร 200 คนๆละ 1 มื้อๆละ 80 บาท เป็นเงิน 16,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 200 คนๆละ 2 มื้อๆละ 35 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท
- ค่าวัสดุ/อุปกรณ์ในการอบรม
1. ค่ากระเป๋า 200 ใบๆละ 35 บาทเป็นเงิน 7,000 บาท
2.ค่าสมุด 200 เล่มๆ10บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
3.ค่าปากกา 200 เล่มๆ10บาท เป็นเงิน2,000บาท1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256876350 บาท -
ตลาดเพื่อสุขภาพดีคนน้ำผุด
งบประมาณ -ค่าบูทความรู้สุขภาพ 10บูทๆละ1,000บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
-บูทคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิต ดัชนีมวลกาย
-บูทโรคติดต่อ(โรคไข้เลือดออก)
-บูทสาธิตน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
-บูทแพทย์แผนไทย
-บูทสาธิตอาหารเพื่อสุขภาพ
-บูทto be number one
-บูทยาเสพติด/โรคเอดส์
-บูทยาดมสมุนไพร
-บูทสาธิตการออกกำลังกายการละเล่น
-บูทสาธิตการทำไม้กวาดจากขยะ(ขวดพลาสติก)13 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 256810000 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้
- ประชาชนมีองค์ความรู้ ปรับทัศคติให้มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง
