โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด บ้านท่ามาลัย ปีงบประมาณ 2568
-
นาย อัสรุต กองบก
-
นาย ปรีชา ติงหวัง
-
นาย อะหมาด ปากบารา
-
นาย อดุลย์ สลับแสง
-
นางสาว แอนนิต้า อาหมัน
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแก่สังคม เนื่องจากเป็นภัยต่อความมั่นคง และกระทบต่อความสงบสุขของประชากรในประเทศไทย ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีความห่วงใยต่อประชาชนชาวไทยอย่างยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ระหว่าง 6-24 ปี จำนวน 21 ล้านคน ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จึงทรงรับเป็นองค์ประธานโครงกรรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยความร่วมมือและรวมพลังจากภาครัฐ และเอกชนกระตุ้น ปลูกจิตสำนึกของปวงชนในชาติให้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักว่าการที่จะเอาชนะปัญหายาเสพติดมิใช่หน้าที่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือ องค์กรใดองค์หนึ่ง แต่ทุกคนในชาติต้องร่วมแรงร่วมใจกันเป็นพลังของแผ่นดินที่จะต่อสู้เอาชนะปัญหายาเสพติด ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงมีพระประสงค์มุ่งเน้นการรณรงค์ ในกลุ่มเยาวชนเป็นเป้าหมายหลัก โดยวิธีการสร้างกระแสการไม่ข้องแวะยาเสพติด ด้วยการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ทั้งในสถานศึกษา และ นอกสถานศึกษาของทุกจังหวัดเพื่อให้เกิดค่านิยมของการเป็นหนึ่งได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติด และจัดระบบการบำบัดรักษารองรับภายใต้โครงการ ใครติดยายกมือขึ้น ทั้งนี้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่จะคืนคนดีสู่สังคม บ้านท่ามาลัยมีพื้นที่บ้านท่ามาลัย มีขนาดเนื้อที่ประมาณ 1,800 ไร่ จำนวน 339 หลังคาเรือนประชากรทั้งสิ้น 1,112คน เพศชาย 519 คน เพศหญิง 593 คน มีกลุ่มประชาชนอายุ 10 - 24 ปี จำนวน 284 คน ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปทั้งหมด 428 คน พื้นที่โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นราบชายฝั่งทะเล ประชาชนจึงประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ประมงชายฝั่ง เกษตรกรรมเกษตรกรรม และรับจ้างทั่วไปตามลำดับ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95 นับถือศาสนาอิสลาม ลักษณะการตั้งบ้านเรือนกระจายทั่วทั้งหมู่บ้าน โดยมีมัสยิดเป็นจุดศูนย์ของหมู่บ้านชุมชนบ้านท่ามาลัยกลุ่มเสี่ยงในชุมชนบ้านท่ามาลัย หมู่ที่ 6 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ในช่วงปี พ.ศ.2564-2566 ยังพบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดประเภท กระท่อม ยาบ้า ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้สารเสพติดจากทะเบียนผู้เข้ารับการบำบัด รักษาจากโรงพยาบาลละงู เป็นจำนวน 4 คน และกลุ่มใช้สารเสพติดที่สำรวจในชุมชนอีก 21 คน ตามลำดับ โดยในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดเป็นผู้ป่วยจิตเวช จำนวน 3 คน ซึ่งกลุ่มอายุส่วนใหญ่ที่ใช้สารเสพติดจะเป็นกลุ่มวัยทำงาน เยาวชน เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง สาเหตุหลักๆในการใช้สารเสพติดเพื่ออยากลอง อยากให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนในกลุ่ม มีเวลาว่างมากไม่มีงานทำ หรือมีงานทำเป็นระยะๆ เช่น ประมงชายฝั่ง จึงต้องมีการใช้สารเสพติดในช่วงเวลาว่างจากการทำงาน จากสภาพปัญหาดังกล่าวทำให้ ครอบครัว ชุมชน เกิดความวุ่นวาย หวาดกลัว เป็นภาระให้กับผู้นำชุมชนในการเฝ้าระวัง สอดส่อง ดูแลในยามค่ำคืน เกิดการลักขโมยสิ่งของในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาในชุมชนมีกิจกรรมต่างๆในการเฝ้าระวังแก้ปัญหาการใช้สารเสพติดอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมแข่งขันกีฬาในชุมชน การตั้งจุดตรวจในชุมชน การส่งเสริมกิจกรรมปลูกผักกินเองในครอบครัวเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
จากสถานการณ์ที่กล่าวมานั้น ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการดำเนินงานอย่างจริงจังและเข้มข้นโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ดังนั้นชุมชนบ้านท่ามาลัย หมู่ที่ 6 ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล จึงได้จัดทำโครงการ TO BE NUMBER ONEเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ขึ้น เพื่อเป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด บรรลุผลสำเร็จได้ด้วยดีและสร้างเครือข่าย TO BE NUMBER ONE ที่มีศักยภาพเพื่อจะทำให้การดำเนินป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อให้เกิดแกนนำในการต่อต้านป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด1.00
ร้อยละ 100 เยาวชนผ่านการอบรมเกิดทักษะเชิงบวกในการป้องกันสารเสพติดและมีแกนนำเยาวชนในการต่อต้านและป้องกันยาเสพติดในชุมชน
-
เพื่อให้ชมรม TO BE NUMBER ONEมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง1.00
เกิดกิจกรรมTO BE NUMBER ONE อย่างต่อเนื่อง
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
แต่งตั้งและประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน
กิจกรรมที่1 แต่งตั้งและประชุมคณะทำงาน จำนวน 5 คน
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่างคณะทำงาน 5x30 บาท เป็นเงิน 150 บาท
10 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568- แผนปฏิบัติงานโครงการ
150.00 บาท -
อบรมแกนนำเยาวชนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE บ้านท่ามาลัย
1.อบรมพัฒนาแกนนำเยาวชนสมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE จำนวน 50 คน วิธีการดำเนินงาน
-อบรม สมาชิก/แกนนำ TO BE NUMBER ONE ในชุมชน จำนวน 50 คน จำนวน 2 วัน
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คน x 80 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน8,000 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 30 บาท 4 มื้อเป็นเงิน 6,000 บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน 12 ชั่วโมงๆละ 600 บาทเป็นเงิน 7,200 บาท
-ค่าวัสดุอบรม ประกอบด้วย กระดาษเอ4 กระดาษชาร์ท ตัวหนีบกระดาษ ปากกาเคมี ปากกา เป็นเงิน 1,000 บาท
-ค่าป้ายไวนิลโครงการ 1.5*2 เมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 500 บาท
-ค่าป้ายโฟมบอร์ดแผ่นกลมTO BE NUMBER ONE 5 แผ่นเป็นเงิน 500 บาท
รวมเป็นเงิน 23,200 บาท
ตารางการอบรม
วันที่ 1
08.30น. - 09.00น. ลงทะเบียน
09.00น. - 10.30น. โทษภัยยาเสพติด
10.30น. - 10.45น. รับประทานอาหารว่าง
10.45น. - 12.00น. โทษภัยยาเสพติด (ต่อ)
12.00น. - 13.00น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00น. - 14.30น. ทักษะการปฏิเสธการใช้ยาเสพติด
14.30น. - 14.45น. รับประทานอาหารว่าง
14.45น. - 16.00น. ทักษะการปฏิเสธการใช้ยาเสพติด (ต่อ)
วันที่ 2
08.30น. - 09.00น. ลงทะเบียน
09.00น. - 10.30น. การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด
10.30น. - 10.45น. รับประทานอาหารว่าง
10.45น. - 12.00น. การป้องกันและแก้ปัญหายา
เสพติด (ต่อ)
12.00น. - 13.00น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00น. - 14.30น. การจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE
14.30น. - 14.45น. รับประทานอาหารว่าง
14.45น. - 16.00น. การจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE(ต่อ)
10 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568- แกนนำเยาวชนมีทักษะการเรียนรู้โทษภัยและสามารถป้องกันการใช้สารเสพติด
- มีชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนและมีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
23200.00 บาท -
กิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสการรับรู้การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน
-กิจกรรมเดินรณรงค์สร้างกระแสการรับรู้การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน จำนวน 2 ครัง ครั้งละ 100 คน
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน x 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 6,000 บาท
-ค่าป้ายไวนิลรณรงค์ ขนาด 1.5x2 เมตร จำนวน 10 ป้ายๆละ 500 บาทเป็นเงิน 5,000 บาท
รวมเงิน 11,000 บาท
10 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568-ชุมชนมีความตระหนักรู้ในโทษ พิษภัยของยาเสพติด
-ชุมชนตื่นตัวในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด
-กลุ่มเยาวชนตระหนักในการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด
11000.00 บาท -
กิจกรรมติดตามการดำเนินงานโครงการ
การดำเนินงาน
-แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการดำเนินกิจกรรมโครงการ จำนวน 20 คน ประกอบด้วย ผู้แทนท้องที่ ผู้แทนท้องถิ่น ผู้นำศาสนา อสม. ผู้แทนเยาวชน
ประชุมติดตาม จำนวน 2 ครั้ง
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 20 คน x 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 1,200 บาท
รวมเงิน 1,200 บาท
10 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568-กิจกรรมโครงการดำเนินงานตามแผนงาน
1200.00 บาท -
สรุปโครงการ
-ค่าเล่มเอกสาร จำนวน 2 เล่มๆละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท
10 มิถุนายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568เอกสารสรุปโครงการ
600.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.เยาวชนได้ตระหนักรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน 2.มีชมรม TO BE NUMBER ONE เพิ่มขึ้นในสถานศึกษาและชุมชนและมีการดำเนินกิจกรรมตามหลัก ๓ก 3ย อย่างเป็นรูปธรรม 3.เยาวชนเห็นคุณค่าในตนเอง มีความมั่นใจ กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม
