โครงการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Remission Service) ปีงบประมาณ 2568
-
นายสมนึกทองรอดประธานชมรม.อสม.รพสต.บ้านชะรัด
-
นางพนารัตน์คำทรา เลขานุการ
-
นางไหมหมาดเกื้อ เหรัญญิก
-
นางอะฉะนุ่นหยู่กรรมการ
-
นางนิตสาคร เอียดวงค์กรรมการ
-
ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี40.00
โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ผู้ป่วยเบาหวานหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ อาจส่งผลให้โรคเบาหวานทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต ปลายประสาท และเท้า ได้ อีกทั้งยังเกิดภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังอันนำไปสู่ ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติ ได้ ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 5 ล้านราย โดยมีผู้ป่วยเพียงครึ่งหนึ่งที่ได้รับการรักษา และในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา มีเพียง 1 ใน 3 คนที่สามารถบรรลุเป้าหมายของการรักษา สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด HbA1c ให้ลดลงได้ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่ รพสต.บ้านชะรัด ได้แก่ โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากเป็นอันดับ 1 ของสถิติผู้ป่วยนอก และมีแนวโน้มจำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มมากขึ้น ในปี 2566 พบผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 294ราย และปี 2567 จำนวน299ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.67ดังนั้นชมรม อสม. รพสต.บ่านชะรัด ตระหนักถึงความสำคัญ ของปัญหาดังกล่าว ในการจัดทำรูปแบบการจัดการโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละรายบุคคล รวมทั้งการใช้แบบบันทึกการติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานตามรูปแบบโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) และนำมาพูดคุยให้คำปรึกษา รวมทั้งหารือทีมสหวิชาชีพโรงพยาบาลเพื่อวางแผนการรักษาพยาบาลให้สอดคล้อง กับวิถีชีวิตของผู้เป็นเบาหวานแต่ละบุคคล และมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องรายบุคคล พูดคุย สอบถามแนะนำทางโทรศัพท์ หรือ ไลน์ ลดการเดินทางมาโรงพยาบาลและประหยัดเวลาในการ รอคอย ส่งผลให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อลดความ รุนแรงและความเสี่ยงของโรค คาดหวังให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้เป็นเบาหวานอย่างยั่งยืน รวมถึงลดและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมุ่งสู่เบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้
-
1.เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ40.0050.00
1.มีโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา 2.มีการออกกำลังกายของผู้ป่วยโดยใช้โปรแกรมขยับกาย 3.อสม.ผู้ดูแลสามารถใช้งาน กลุ่มไลน์ส่งข้อมูล และรายงานผลได้อย่างถูกต้อง
-
2.เพื่อให้กลุ่มผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีหยุดยาเบาหวานได้ (เข้าสู่ระยะสงบ)50.0050.00
1.ร้อยละการเข้าสู่เบาหวานระยะสงบอย่างน้อยร้อยละ50
2.ร้อยละการควบคุม HbA1C ในผู้ป่วยเบาหวานไม่เกิน 6.5 ต่อเนื่องไม่ต่ำกกว่า 3 เดือน ร้อยละ50
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) ของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ และคู่มือการดูแลตนเองที่บ้านฯ
- ประชุมเครือข่ายสหวิชาชีพและแกนนำ เพื่อออกแบบและจัดทำโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน
ค่าใช้-จ่ายดังนี้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคนๆละ 20 บาท จำนวน 30 คนเป็นเงิน600 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 1 มีนาคม 2568- ผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 30 คน
600.00 บาท - ประชุมเครือข่ายสหวิชาชีพและแกนนำ เพื่อออกแบบและจัดทำโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน ความรู้เรื่องโรค เบาหวาน อาการ การจัดการโรคเบาหวาน แก่กลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 20 คน
2.1 จัดตั้งกลุ่มดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน
2.2 จัดทำสมุดประจำตัว บันทึกข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
2.3 ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน อาการ การจัดการโรคเบาหวาน แก่กลุ่มอสม.เฝ้าระวัง12คน ค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าตอบแทนวิทยากร2 คนจำนวน 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาทเป็นเงิน2400บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 30 คนๆละ20บาทเป็นเงิน600 บาท
-ค่าอาหารกลางวันจำนวน30 คนๆละ60บาทเป็นเงิน1800 บาท
-ค่าป้ายไวนิลจำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 300บาท4 เมษายน 2568 ถึง 4 เมษายน 2568มีการจัดตั้งกลุ่มการดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสงบ จำนวน 1 กลุ่ม มีการจัดทำสมุดประจำตัว จำนวน20 เล่ม
5500.00 บาท -
กิจกรรมติดตามเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ 6 ครั้ง ติดตามเยี่ยมบ้านโดย อสม.7 ครั้ง
1.จัดหาอุปกรณ์ตรวจ คัดกรอง เฝ้าระวัง โรคเบาหวาน และส่งเสริมกิจกรรมทางกาย ค่าใช้จ่าย ดังนี้
-จัดหาเครื่องตรวจและแผ่นตรวจน้ำตาลตนเองจำนวน3 เครื่องๆละ2500บาทเป็นเงิน 7500บาท
-เครื่องวัดความดันโลหิตจำนวน 3เครื่องๆละ2500บาท เป็นเงิน 7500บาท
-จัดหาเครื่องนับก้าวจำนวน20เครื่องๆละ350บาท เป็นเงิน 7000บาท1 พฤษภาคม 2568 ถึง 1 พฤษภาคม 2568ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยสามารถหยุดยาเบาหวานได้
22000.00 บาท
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถหยุดยาเบาหวานได้
