โครงการส่งเสริมสุขภาพลดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2568
แนวโน้มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในชุมชน ให้มีการเร่งรีบแข่งขันกับเวลาเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงเช่นการเร่งรีบกับการทำงานบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงขาดการออกกำลังกายเครียดทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วม และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าคนไทยที่มีความดันโลหิตสูงจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ 3.7 เท่าของผู้ที่มีความดันโลหิตปกติและยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเกือบครึ่งหนึ่งจะตายด้วยโรคหัวใจ ส่วนโรคเบาหวาน จะเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาบอดไตวาย การถูกตัดอวัยวะ เป็นต้นปัญหาของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานที่พบบ่อยที่สุด คือการบริโภคอาหารไม่ถูกต้อง ยังพบการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มมัน และหวานสาเหตุ คือ ความเคยชิน โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่นการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการและมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม
ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแด พบผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง รายใหม่เพิ่มขึ้น ในปี พ.ศ. 2565 – 2567 เพิ่มขึ้น 62, 58 และ 113 ราย ตามลำดับและพบอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวานรายใหม่ในปี พ.ศ. 2565 – 2567 เพิ่มขึ้น 28,18 และ 33 ราย ตามลำดับและตรวจพบภาวะแทรกซ้อนทาง ตา ไต เท้า ปี พ.ศ. 2565 - 2567 เพิ่มขึ้น 5, 26, 32 ราย ตามลำดับ
ด้วยความตระหนักถึงปัญหาและภัยของโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาโงยบาแดจึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้เพื่อให้ประชาชนกลุ่มป่วยมีสุขภาพที่ดีมีความรู้ในการดูแลตนเอง ลดภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต เท้า และโรคอื่นๆ
-
1. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับความรู้และทักษะการดูแลสุขภาพตนเอง0.00
-
2. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามมารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ, 2ส0.00
-
3. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามประเมินภาวะแทรกซ้อนของโรคอย่างต่อเนื่อง0.00
-
4.เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตอยู่ในภาวะปกติ0.00
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้เรื่องโรคและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ,2ส แก่ ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง (แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน)
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 75 บาท x 1 มื้อ x 2 รุ่น เป็นเงิน 7,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 2 รุ่น เป็นเงิน 7,000 บาท
ค่าวิทยากรให้ความรู้ 500 บาท x 5 ชม. x 2 รุ่น เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าป้ายโครงการ ขนาด 2.5 x 1.2 ตรม. เป็นเงิน 900 บาท
ถึง20400.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ติดตามผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้ โดย นสค./ อสม.เขตรับผิดชอบ
ค่าเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 5 เครื่อง เครื่องละ 2,500 บาท เป็นเงิน 12,500 บาท
ค่าเครื่องตรวจวัดมวลร่างกาย จำนวน 1 เครื่อง เครื่องละ 6,900 บาท เป็นเงิน 6,900 บาท
(body composition)
ถึง19400.00 บาท
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับความรู้เรื่องโรคและภาวะแทรกซ้อนของโรค
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามมารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ,2ส เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรค
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามประเมินภาวะแทรกซ้อนของโรคอย่างต่อเนื่อง
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตอยู่ในภาวะปกติ
