โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยรับยาต่อเนื่องในหน่วยปฐมภูมิบ้านต้นไทร ปีงบประมาณ 2568
-
นางสุกัญญา ขำยาประธานชมรมคลินิกเติมยาผู้ป่วยเรื้อรังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นายสมศักดิ์ปุรินทราภิบาลรองประธานชมรมคลินิกเติมยาผู้ป่วยเรื้อรังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางหทัยพร ดำฝ้าย เลขานุการชมรมคลินิกเติมยาผู้ป่วยเรื้อรังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางจุไรนาคมิตร ประชาสัมพันธ์ชมรมคลินิกเติมยาผู้ป่วยเรื้อรังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางทัตพิชาหวานสี เหรัญญิกชมรมคลินิกเติมยาผู้ป่วยเรื้อรังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร ในปี 2567 จากได้ดำเนินการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 1,372 คน คิดเป็นร้อยละ 100 พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 195 คน พบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานจำนวน 67 คน ได้รับการตรวจคัดกรองซ้ำ จำนวน 262 คน หน่วยปฐมภูมิบ้านต้นไทร มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยโรคและขึ้นทะเบียนเป็นโรคเบาหวานรายใหม่ จำนวน 13 คน โรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 50 คน รวมผู้ป่วยมารับยาต่อเนื่องในหน่วยปฐมภูมิโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร โรคเบาหวาน จำนวน 119 คน โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 331คน รวมผู้ป่วยเรื้อรังรับยาต่อเนื่องในหน่วยปฐมภูมิโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร จำนวน 450 คน
ในการนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การเกิดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยรับยาต่อเนื่องในหน่วยปฐมภูมิบ้านต้นไทร ปีงบประมาณ 2568ขึ้น โดยสำรวจประชาชนกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยเรื้อรังที่ขึ้นทะเบียนรับยาต่อเนื่องในหน่วยปฐมภูมิบ้านต้นไทร จำนวน 360 คน ซึ่งจัดผู้ป่วยในกลุ่มติดสังคม สามารถเข้าร่วมอบรม ได้รับความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน มีการติดตามตรวจสุขภาพเพื่อดูผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง และป้องกันผู้ป่วยขาดยาต่อไป
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเรื้อรังมีความรู้ ความเข้าใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจำนวน 360 คน288.00
ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยเรื้อรังมีความรู้ ความเข้าใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อให้ผู้ป่วยเรื้อรังมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรับยาต่อเนื่อง จำนวน 360 คน324.00
ร้อยละ 90 ของผู้ป่วยเรื้อรังมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรับยาต่อเนื่อง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง360
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- ประชุมวางแผน กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์จำนวนกลุ่มเป้าหมายเนื้อหา และรูปแบบวิธีการดำเนินงาน
- ติดต่อประสานงานหน่วยงาน / ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันดำเนินงาน
- จัดทำโ ครงการเพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาโหนด
- อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมป้องกันภาวะแทรกซ้อน จำนวนทั้งหมด 360 คน
โดยแบ่งเป็น 3 รุ่นๆละ120 คน
รุ่นที่ 1 วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 120คน
รุ่นที่ 2 วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 120คน รุ่นที่ 3 วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 120คน
โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 360 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน9,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรจำนวน 1 คนๆละ 3 รุ่นๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับตรวจติดตามสุขภาพ แถบตรวจน้ำตาลในเลือด(1กล่อง /50 แถบ)จำนวน30 กล่องๆละ 800 บาท เป็นเงิน 24,000 บาท เข็มเจาะเลือด (1 กล่อง/100ชิ้น) จำนวน 15 กล่องๆละ 500 บาท เป็นเงิน 7,500 บาท งบประมาณ 44,100 บาท
6. มีการตรวจติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง
7. สรุปผลการดำเนินงานและรายงานให้คณะกรรมการกองทุนฯ ทราบเมื่อสิ้นสุดโครงการการ1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 25681.ผู้ป่วยเรื้อรังเห็นความสำคัญ สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพป้องกันภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น
2.ผู้ป่วยเรื้อรังมีความรู้ ความเข้าใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างถูกต้อง
3.ไม่พบภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยเรื้อรัง
44100.00 บาท - ประชุมวางแผน กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์จำนวนกลุ่มเป้าหมายเนื้อหา และรูปแบบวิธีการดำเนินงาน
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง มีความรู้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองได้ถูกต้องและเหมาะสม
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนทาตา ไต เท้า
3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับเบาหวานได้ดีเพิ่มขึ้น
4.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีเพิ่มขึ้น
