โครงการรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก
-
นางสาวอัญชลีดิเส็ม ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมา เพราะโรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอดและได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนักยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา ไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลายเป็นพาหะของโรค ปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเกิดโรคจำนวนมากขึ้นทุกปี โรคไข้เลือดออกระบาดในช่วงฤดูฝน ยุงลายชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ จานรองขาตู้กับข้าว เป็นต้น ปัญหาการระบาดของโรคไข้เลือดออกทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ไขปัญหา จากการตั้งรับไปสู่นโยบายเชิงรุกโดยใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงสภาพปัญหาของโรคไข้เลือดออก เกิดความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตนเอง พร้อมทั้งหาวิธีการแก้ไข ซึ่งปัญหาของโรคไข้เลือดออกเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ในปี 2567 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสะสมจำนวน 105,250 ราย กระจายในทุกจังหวัด จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน และพัทลุง สํานักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 13,635 ราย อัตราป่วย 275 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 11 ราย (จังหวัดยะลา 4 ราย จังหวัดสงขลา 3 ราย ปัตตานี 2 ราย นราธิวาส 1 ราย และพัทลุง 1 ราย) อัตราตาย 0.2 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.08 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุดคือจังหวัดพัทลุง อัตราป่วยเท่ากับ404.3 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือจังหวัด ปัตตานี(319.1), สงขลา(300), ยะลา(286.2), นราธิวาส(246.6), ตรัง(195.6) และสตูล(65.1) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่าย พบผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 25 ราย อัตราป่วย 733.33 ต่อประชากรแสนคน ส่วนใหญ่พบผู้ป่วยในหมู่ 1, 4, 10, 2 และ 7 ตามลำดับ
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งค่ายจึงจัดทำโครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ประจำปี 2568 เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก มีพฤติกรรมในการทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายที่ถูกวิธีและเหมาะสมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และลดอัตราการเกิดโรคไข้เลือดออก ในชุมชน
-
เพื่อให้แกนนำสุขภาพและประชนทั่วไปเกิดพฤติกรรมในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง0.00
แกนนำสุขภาพและประชนทั่วไปให้ความร่วมมือในการดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกและทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ร้อยละ 80
-
เพื่อให้แกนนำสุขภาพและประชนทั่วไปมีความรู้ ความเข้าใจ ในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ถูกวิธีและเหมาะสม0.00
แกนนำสุขภาพและประชนทั่วไปมีความรู้ ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ถูกวิธีและเหมาะสม ร้อยละ 90
-
เพื่อลดอัตราการเกิดโรคไข้เลือดออกในพื้นที่0.00
อัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกลดลงอย่างน้อยร้อยละ 80
-
แกนนำสุขภาพและประชนทั่วไป50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกและจัดทำกล่องเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว(SRRT)
- ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าป้ายให้ความรู้การรณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 500 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อมื้อละ 30 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 80 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าสเปรย์ฉีดยุง เพื่อใช้ในการควบคุมโรคเบื้องต้น จำนวน 2 ลังๆละ 1,000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568- แกนนำสุขภาพและประชนทั่วไปมีความรู้ ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ถูกวิธีและเหมาะสม
- ประชาชนเกิดพฤติกรรมในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
13600.00 บาท - ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 500 บาท
- ประชาชนเกิดพฤติกรรมในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกและทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ร้อยละ 80
- ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ถูกวิธีและเหมาะสม ร้อยละ 90
- ผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ลดลง ร้อยละ 80
