โครงการ รำมโนราห์พากายใจเป็นสุข
ปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์จากสภาพสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม
เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและสภาพแวดล้อม ทำให้หลายคนมองข้ามการออกกำลังกาย หลายคนอ้างไม่มีเวลา บางคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในชีวิตประจำวันเป็นการออกกำลังกาย จึงเป็นเหตุให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอลง บางรายประสบกับปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วนโรค มะเร็ง ความเครียด ฯลฯ ทำให้ระบบสุขภาพของคนไทยต้องเน้นการ สร้าง มากกว่าการ ซ่อม สุขภาพ ซึ่งเป็นการเน้นระบบสุขภาพเชิงรุกและการสร้างเสริมสุขภาพ เนื่องจากประชาชนป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณและค่าใช้จ่ายในการเยียวยารักษา จึงได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนได้มาใส่ใจในการออกกกำลังกาย เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย 5 อ. เป็นหลักในการสร้างสุขภาพแก่ประชาชนประกอบด้วย การออกกำลังกาย อาหารปลอดภัย อารมณ์และสุขภาพจิต อนามัยชุมชน และอโรคยา ซึ่งให้เริ่มจากการจัดกิจกรรมออกกำลังกายเป็นเรื่องแรกและบูรณาการกับกิจกรรมอื่นๆ ที่จำเป็นในการสร้างสุขภาพของบุคคล ครอบครัวและชุมชน ให้ภาครัฐสนับสนุนองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นในการสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งของประชาชนที่จะร่วมใจแก้ปัญหาสุขภาพของตนเองและชุมชนโดยมีเป้าหมายส่งเสริมให้คนไทยอายุ ๖ ปีขึ้นไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการออกกำลังกายแบบต่างๆ เช่น การเดิน วิ่ง การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค และการฝึกรำมโนราห์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เพราะการเคลื่อนไหวร่างกาย ร่ายรำประกอบจังหวะดนตรี เป็นการออกกำลังกายในรูปแบบหนึ่งที่ไม่หนักจนเกินไป รวมทั้งฝึกระบบความจำในสมอง ในการจดจำท่ารำ โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ เป็นการป้องกันโรคสมองเสื่อมก่อนวัย รวมทั้งยังเป็นส่งเสริมการรวมกลุ่มการทำกิจกรรม ได้พบปะพูดคุย ทำกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันหรือต่างวัย ทำให้มีสังคม มีอารมณ์แจ่มใสและสุขภาพจิตที่ดี อีกทั้งยังสามารถนำวัฒนธรรมพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพได้โดยใช้มรดกทางวัฒนธรรม คือ รำมโนราห์
ชมรมคนรักสุขภาพบ้านหลวงจันทร์ ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้จัดทำ “โครงการรำมโนราห์พากายใจเป็นสุข“ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีการออกกำลังกาย ส่งผลทำให้ร่างกายแข็งแรง ผ่อนคลายความเครียด เสริมสร้างความสามัคคี และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค
-
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย มีทักษะในการออกกำลังกาย0.00
-
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง0.00
-
เพื่อส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมได้ พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน มีสุขภาพจิตดีขึ้น0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท
วันที่ 1
- ค่าตอบแทนวิทยากรให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย
เวลา 09.00–12.00 น. (600 บาท * 3 ชม.) เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรแนะนำท่ารำมโนราห์แต่ละท่า ให้ผู้เข้าอบรมฝึกท่า
เวลา 13.00–17.00 น. (600 บาท * 4 ชม.) เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกาย
วันที่ 2
ค่าตอบแทนวิทยากรในการสอนท่ารำมโนราห์
เวลา 13.00-17.00 น. (600 บาท * 4 ชม.) เป็นเงิน 2,400 บาท
วันที่ 3
ค่าตอบแทนวิทยากรในการสอนท่ารำมโนราห์
เวลา 13.00-17.00 น. (600 บาท * 4 ชม.) เป็นเงิน 2,400 บาท
ค่าอาหารกลางวัน วันที่ 1 (กล่องละ 60 บาท * 30 กล่อง) เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าอาหารว่าง
วันที่ 1 (ชุดละ 35 บาท * 30 ชุด) *2 เบรค เป็นเงิน 2,100 บาท
วันที่ 2-3 (ชุดละ 35 บาท * 30 ชุด) *2 วัน เป็นเงิน 2,100 บาท
ค่าถุงผ้า ถุงละ 25 บาท * 30 ชิ้น เป็นเงิน 750 บาท
ค่าสมุด เล่มละ 10 บาท * 30 เล่ม เป็นเงิน 300 บาท
ค่าปากกา ด้ามละ 10 บาท * 30 เล่ม เป็นเงิน 300 บาท
4 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256816.00 บาท
1.ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย มีทักษะในการออกกำลังกาย 2.ผู้เข้าอบรมได้ยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 3.มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน มีสุขภาพจิตดีขึ้น
