โครงการสานพลังภาคีร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ตอนล่าง "วัยรุ่นใต้ล่างรู้ทันบุหรี่ไฟฟ้า"
-
กลุ่มตันหยงชาบ๊าบ
-
นายอาบูซูฟียานเจะกาเจร์
-
นายอฟันร์ดีสือมาแห
-
นายอารีฟีน สะมาแอ
-
นายมูฮัมหมัดซูเพียนมูซอ
-
นายฮัมดัน เจะแต
สถานการณ์ปัญหาด้านบุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบันค่อนข้างน่าเป็นหว่ง แม้จะมีกฏหมายระบุชัดเจนถึงการห้ามขาย ห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แต่สถานการณ์ปัจจุบันก็ยังพบว่ามีการขายอย่างแพร่หลาย และมีการเข้าถึงสถานศึกษา มีการซื้อขายในโรงเรียน ครูบางคนยังไม่รู้จักและไม่รู้เท่าทันบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ปกครองบางคนยังเข้าใจผิด คิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัย จึงไม่ห้ามให้เด็กสูบ อีกทั้งผู้ขายหรือผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ได้ปรับรูปแบบ ปรับกลิ่นให้เข้ากับเด็กๆ และวัยรุ่น ซึ่งมีรูปแบบคล้ายขนม ของเล่นอุปกรณ์การเรียนมีสีสันสดใส แต่แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรงโดยจากข้อมูลในปัจจุบันจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2564 พบว่าผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า 78,742 คน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 30.5 เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ซึ่งขณะนี้บุหรี่ไฟฟ้าได้ระบาดมากขึ้นในเด็กอายุที่ต่ำลง ตัวเลขนี้ได้รับการยืนยันจาก ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงสถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนและคนไทยในปัจจุบัน พบว่าข้อมูลจากผลสำรวจในปี 2564-2565 บุหรี่ไฟฟ้ารุนแรงเพิ่มขึ้นจาก 80,000 คน เพิ่มมา 700,0000-800,000คน ในกลุ่มอายุ 18-30 ปี ผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในเยาวชนไทยอายุ 13-15 ปี จำนวน 6,700 คน ในโรงเรียนทั่วประเทศพบว่าปี 2565 เด็กไทยอายุ 13-15ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้า 17.6% เพิ่มขึ้น 5.3 เท่าจากปี 2558 ที่มีเพียง 3.3% และเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในปี 2566 ที่ผ่านมา อีกทั้งกลยุทธ์ส่งเสริมการขายผ่านสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย สะดวก รวดเร็ว ทำให้เด็กและเยาวชนถูกหลอกลวงได้ง่ายขึ้น โดยส่งผลกระทบต่อชีวิตและจิตใจของเด็กและเยาวชนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยงานวิจัยการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่ฯของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศจำนวน 6,045 ราย ในปี 2565 พบว่าเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มลองสูบบุหรี่ธรรมดา เพิ่มขึ้น 5 เท่า และมีแนวโน้มที่จะสูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า ซึ่งเป็นการย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูสู่การสูบบุหรี่ธรรมดาและสารเสพติดชนิดอื่นๆทั้งนี้ ในแง่ของนโยบายของรัฐบาล คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้มีมติเห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมาประกอบด้วย 5 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.พัฒนาและจัดการองค์ความรู้ 2.สสร้างการรับรู้ภยันและการเสพติดของบุหรี่ไฟฟ้าแก่เด็ก เยาวชน แลสาธารณชน 3.เฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 4.พัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกัน ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า 5.ยืนยีนนโยบายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการแพร่ระบาดบุหรี่ไฟฟ้า สำหรับในเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งประกอบด้วย 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง (จังหวัดตรัง,พัทลุง,สตูล,สงขลา,ปัตตานี,ยะลา,และนราธิวาส) มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนอยู่ที่ร้อยละ 8% ซึ่งน้อยกว่าภาพรวมของประเทศที่อยู่ที่ 9.1% โดยข้อมูลจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา (สคร.12) พบว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในนักเรียนมัธยมและเทียบเท่าในเขตพื้นที่ภาคใต้จำนวน 5,813 คน พบว่าร้อยละ 14..5 ของนักเรียนที่ตอบแบบสอบถาม เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยพบว่านักเรียนชายมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 19.6 มากกว่านักเรียนหญิงที่ใช้เพียงร้อยละ 11.2 อย่างไรก็ตามสัดส่วนการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบในนักเรียนเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ในฐานะองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงสภาพปัญหาดังกล่าวจึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการ “วัยรุ่นใต้ล่างรู้ทันบุหรี่ไฟฟ้า”โดยบูรณาการความร่วมมือและทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ ในเขตสุขภาพที่ 12 และกองทุนสุขภาพตำบลตันหยงพื้นที่นำร่อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหานำไปสู่การปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยบุหรี่ไฟฟ้าต่อไป
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มวัยทำงาน50
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน
วางแผนดำเนินงาน ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 15คน x 35 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 1050บาท ค่าอาหารกลางวัน15 คน x 50 บาท เป็นเงิน750บาท
20 พฤษภาคม 2568 ถึง 20 พฤษภาคม 2568มีแผนการดำเนินงาน
1800 บาท -
เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถาม
เก็บข้อมูลคัดกรองกลุ่มตัวอย่างผ่านแบบสอบถาม /เก็บข้อมูลผ่านกลุ่มย่อย Focus group -จัดจ้างทำแบบสอบถามและเก็บข้อมูล 30 บาท x 100 ชุดเป็นเงิน3,000 บาท
1 มิถุนายน 2568 ถึง 15 มิถุนายน 25683000 บาท -
อบรมให้ความรู้สร้างความเข้าใจต่อปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า
-อบรมให้ความรู้้แก่เยาวชน 50 คน ตัวแทนผู้ปกครอง 50 คน -อาหารว่างและเครื่องดื่ม35 บาท x 100 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน 7,000 บาท -อาหารกลางวัน 50 บาท x 100 คน เป็นเงิน 5,000 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 12 ชั่วโมงเป็นเงิน 7,200บาท -ชุดกระเป๋าเอกสารการอบรม กลุ่มเยาวชน90 บาท x 100 คน เป็นเงิน 9,000 บาท -วัสดุอื่นๆในการจัดกิจกรรมในวันอบรมเป็นเงิน3,000บาท
23 มิถุนายน 2568 ถึง 23 มิถุนายน 2568ร้อยละกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเรื่่องบุหรี่ไฟฟ้า
31200 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์/เอกสารแผ่นพับ
-จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อรณรงค์และสื่อสารปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม35 บาท x 20 คน เป็นเงิน 1,400บาท
-ค่าอาหารกลางวัน 50 บาทx 20 คน เป็นเงิน 1,000 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท -จัดทำไวนิลประสัมพันธ์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ในชุมชน
-ค่าป้ายไวนิล ขนาด 2.5 x 1.2 x250 บาท x 6 แผ่น เป็นเงิน 4,500 บาท20 เมษายน 2568 ถึง 27 เมษายน 2568มีสื่่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในชุมชน
10500 บาท -
เวทีสานพลังภาคีเครื่อข่ายร่วมปกป้องเด็ก/เยาวชนจากภัยบุหร่ีไฟฟ้า
สานพลังภาคีร่วมมือจัดทำมาตรการเชิงนโยบายฯ /เสวนาและส่งต่อสังคมสีขาวให้เยาวชน -อาหารว่างและเครื่องดื่ม35 บาท x 50 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท -อาหารกลางวัน 50 บาท x 50 คน เป็นเงิน 2,500 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 6 ชั่วโมงเป็นเงิน 3,600บาท
23 พฤษภาคม 2568 ถึง 23 มิถุนายน 2568มีกลุ่มภาคีเครื่อข่ายในชุมชน วัยรุ่นใต้ล่างรู้ทันบุหรี่ไฟฟ้า
9600 บาท -
ประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2
ถอดบทเรียน ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 15คน x 35 บาท เป็นเงิน 525บาท ค่าอาหารกลางวัน15 คน x 50 บาท เป็นเงิน750บาท
10 กรกฎาคม 2568 ถึง 10 กรกฎาคม 2568ถอดบทเรียนเพื่อการพัฒนาต่อไป
1275 บาท
มีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน วัยรุ่นใต้ล่างรู้ทันบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อป้องกันและลดปัญหาด้านสารเสพติด
