โครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงอายุในชุมชน ประจำปี 2568
-
นายโรจน์ทองรอด
-
นางจารุภาภาคเพิ่ม
-
นายเจือบคงสิน
-
นางหยิ้งชมภูพล
-
นายพินหนูผัน
ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะการที่ต้องเผชิญกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่น้อยลง ในขณะที่ประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ประเทศไทยเข้าสู่ระดับสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เมื่อพิจารณาแนวโน้มมีการคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2583 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 12 ล้านคน เป็น 20.5 ล้านคน (นิตยา ดิษฐาน, 2567) ผู้สูงอายุภาคใต้ ปี พ.ศ. 2556 - 2566 พบว่า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจังหวัดตรัง และอำเภอย่านตาขาว ได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยม (รพ.สต.) ตำบลทุ่งค่าย เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอย่านตาขาว มีประชากรผู้สูงอายุในเขตพื้นที่รับผิดชอบจำนวน 808 คน คิดเป็นร้อยละ 19.42 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และมีแนวโน้มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในไม่ช้า เพื่อลดภาวะวิกฤตในสังคมผู้สูงวัยที่จะมาถึง ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยม จึงให้ความสำคัญในการปรับใช้กับสังคมผู้สูงวัยที่เพิ่มมากขึ้น โดยส่งเสริมให้ผู้คนมีสุขภาพดี ทำให้ทุกคนมีหลักประกันและความมั่นคงในชีวิต รวมถึงทำให้ผู้สูงวัยได้มีส่วนร่วม และมีคุณค่าทางสังคม จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ชมรมผู้ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยมได้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพแและการเรียนรู้ของชมรมผู้ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควนเคี่ยม จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงอายุในชุมชน ประจำปี 2568 ขึ้น เพื่อขับเคลื่อนด้านการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ผู้สูงอายุในชุมชนในรูปแบบมหาลัยชีวิตของผู้สูงอายุ เพื่อช่วยเพิ่มพูนความรู้ ทักษะชีวิตที่จำเป็นและมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม และบริการสาธารณะ ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมแก่บุคคลอื่น เพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน ซึ่งผู้สูงอายุเป็นทุนทางสังคมที่มีศักยภาพ สมควรส่งเสริมให้เป็นทรัพยากรที่เข้มแข็งและมีคุณค่าให้ยาวนานที่สุด กิจกรรมที่เป็นประโยชน์นี้ทำให้ผู้สูงอายุเกิดปิติสุขได้บริหารกาย จิต สังคม เป็นบุคคลที่พัฒนาไปตามกาลสมัยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พึ่งตนเองได้และสามารถเป็นพลังให้การพึ่งพาแก่ชุมชนและสังคม ให้มีการบริหารจัดการที่เข้มแข็งยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม0.00
สมาชิกชมรมได้รับการตรวจสุขภาพและคัดกรองความสามารถในการดำรงชีวิตประจำวันร้อยละ 90
-
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง0.00
ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถผลิต แชมพูสมุนไพรสมุนไพรจากสมุนไพรที่มีอยู่ในชุมชนได้ ร้อยละ 90
-
กลุ่มผู้สูงอายุ70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม
1.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คน คนละ 70 บาท รวมเป็นเงิน 4,900 บาท
2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 70 คน คนละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ รวมเป็นเงิน 4,200 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 3,600 บาท
4. ค่าเอกสารประกอบการบรรยาย จำนวน 70 ชุด ชุดละ 40 บาทรวมเป็นเงิน 2,800 บาท
5. ค่าไวนิล จำนวน 1 ผืน ผืนละ 500 บาทรวมเป็นเงิน 500 บาท6 กรกฎาคม 2568 ถึง 6 กรกฎาคม 2568ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนมีความรู้เรื่องการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เพิ่มขึ้น และได้รับการตรวจสุขภาพและคัดกรองความสามารถในการดำรงชีวิตประจำวัน
16000.00 บาท -
ฝึกการผลิตแชมพูสมุนไพร
ค่าขวดแชมพู จำนวน 70 ขวดๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
ค่าน้ำมะกรูด จำนวน 5 ลิตร ๆ ละ 140 บาท เป็นเงิน 700 บาท
ค่าน้ำดอกอัญชัญ จำนวน 2 ลิตรๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน 200 บาท
ค่าชุดทำแชมพู จำนวน 5 ชุด ชุดละ 200 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
6 กรกฎาคม 2568 ถึง 6 กรกฎาคม 2568ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถผลิต แชมพูสมุนไพรสมุนไพรจากสมุนไพรที่มีอยู่ในชุมชน สามารถช่วยลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสารเคมีได้
4000.00 บาท
ผู้สูงอายุมีการพัฒนาตนเอง มีการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้อย่าง เหมาะสมในสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และผู้สูงอายุมีการรวมกลุ่มพัฒนาทักษะ ความรู้ที่เหมาะสม
