โครงการขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลปิตูมุดี (เข้าสุนัตหมู่)
การเข้าสุนัตเป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนมุสลิม ถือกันว่าคนมุสลิมที่แท้จริงต้องเข้าสุนัต และเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กผู้ชายชาวมุสลิมจะต้องผ่านให้ได้ พิธีเข้าสุนัตของเด็กไทยมุสลิมซึ่งภาษาอาหรับ เรียกว่าคีตาน ภาษามาลายู เรียก มาโซ๊ะยาวี ส่วนคนไทยโดยทั่วไป เรียกว่า พิธีเข้าสุนัต หมายถึง การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศของเด็กไทยมุสลิมทั้งชายและหญิงเมื่อย่างเข้าวัยอันควร คืออายุตั้งแต่5ปี ขึ้นไป การเข้าสุนัต การตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศของชาย ภาษาอาหรับเรียก “คิตาน” ทางการแพทย์เรียกว่า “เซอร์คัมซัสซัน” หมายถึง การศัลยกรรมที่ทำการตัดหนังหุ้มหลวม ๆ อยู่ตอนปลายอวัยวะสืบพันธุ์ของชาย หนังนี้ทางการแพทย์เรียกว่า “พรีพิวส์” คนไทยเข้าใจและเรียกว่า เข้าสุนัต อิสลามสอนให้มุสลิมเข้าสุนัตเพื่อความสะอาดเป็นประการสำคัญ และขจัดสิ่งสกปรกที่จะทำให้เกิดโรค อิสลามสอนให้มนุษย์ทำการภักดีต่อ อัลลอฮ (ซบ.) ด้วยความสะอาด จิตบริสุทธิ์ การตัดหนังหุ้มปลายอวัยวะสืบพันธุ์ของชายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสะอาด หากหนังหุ้มนั้นยังปกคลุมอยู่ ส่วนวัตถุที่คล้ายเนยแข็งซึ่งขับถ่ายออกมาโดยผิวหนังของบริเวณปลายอวัยวะสืบพันธุ์ที่เรียกว่า “เสมกม่า” ก็จะหมักหมมอยู่ การเข้าสุนัตเป็นการขจัดสิ่งนี้โดยวิธีที่ดีที่สุด อีกประการหนึ่งเพื่อป้องกันน้ำปัสสาวะค้างอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งสกปรกมีกลิ่นยากแก่การทำความสะอาด การเข้าสุนัตในด้านการแพทย์ให้ความเห็นว่า สุนัตเป็นมาตรการที่มีความสำคัญในทางสุขวิทยาเป็นอย่างมาก แพทย์บางท่านเห็นว่าสมัยนี้สุขวิทยาเจริญมากกว่าแต่ก่อนสมควรให้มีการเข้าสุนัต และแนะนำให้เด็กที่เกิดมาทุกคนได้รับการเข้าสุนัต โดยให้เหตุผลว่า “ในรายที่เด็กมีหนังหุ้มปลายอวัยวะสืบพันธุ์แคบและตึงมาก ไม่สามารถจะดึงให้หุ้มได้หมด ในรายที่มีหนังหุ้มยาวมากเกินควร จนขังน้ำปัสสาวะซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคขึ้นได้ ถ้าชำระความสะอาดทำได้ไม่สะดวก ในรายที่หนังหุ้มแคบมาก “ไพโมซิส” ซึ่งทำให้เจ็บปวดเมื่อแข็งตัว และปัสสาวะลำบากแก้ไขได้โดยการเข้าสุนัต” การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศส่งผลดีในการร่วมประเวณี และทำให้หลุดพ้นจากอันตรายจากการรวมตัวของหนังหุ้มขณะอวัยวะเพศขยายตัว ทำให้ลดอันตรายหลังการร่วมประเวณี เพราะหนังหุ้มปลายลังค์เป็นที่รวมของสิ่งสกหมกหากหมักหมม จะมีผลต่อระบบประสารทและอวัยวะเพศ การมีน้ำปัสสาวะและมีน้ำอสุจิค้างอยู่ในปลายลึงค์ที่ไม่ผ่านการขลิบ จะทำให้เสื้อผ้าในร่างกายเกิดความสกปรก ยิ่งไปกว่านั้นเป็นการลดบทบาทเรื่องความสะอาดในฐานะ “มุสลิม” และถ้าหนังปลายลึงค์ไม่ถูกตัดมันจะเป็นแหล่งรวมหยดปัสสาวะและสิ่งตกค้างจากการร่วมเพศ เช่น เชื้ออสุจิ ซึ่งสิ่งเหล่านี้โดยธรรมชาติแล้วมันจะเป็นอาหารของแบคทีเรียประเภทต่าง ๆ และการเพิ่มจำนวนของมันเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าเป็นระบบประสาทหรือระบบสืบพันธุ์ เนื่องจากทั้งสอง ระบบมีทางออกเดียวกัน องค์การบริหารส่วนตำบลปิตูมุดี ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมทางศาสนาอิสลาม และช่วยเหลือสนับสนุนเด็กเยาวชนในตำบลปิตูมุดี ให้ดำรงอยู่ในแนวทางการปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม ตลอดจนช่วยเหลือผู้ปกครองในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อีกทั้งค่าครองชีพในปัจจุบันก็เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอกับการใช้จ่าย จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน32
-
กลุ่มวัยทำงาน32
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิมตำบลปิตูมุดี (เข้าสุนัตหมู่)
- กิจกรรมเตรียมความพร้อม
1.1 จัดประชุมคณะกรรมการ และคณะทำงานสุขภาพชุมชนเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ
1.2 จัดประชุมสัมพันธ์ ลงพื้นที่สำรวจและรับสมัครเด็กและเยาวชนมุสลิมเข้าร่วมโครงการ
1.3 จัดตารางเวลา จัดให้มีการอบรมให้ความรู้ถึงความสำคัญและการดูแลรักษาความสะอาด ภายหลังรับบริการ กำหนดการเพื่อออกบริการทำสุนัตหมู่แก่เด็กและเยาวชนมุสลิม
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญและการการดูแลรักษาความสะอาดภายหลังรับบริการ
กิจกรรมออกบริการทำสุนัตแก่เด็กและเยาวชนมุสลิม
3.1 กิจกรรม ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Circumcision)
การติดตามและประเมินผล เพื่อติดตามและประเมินอาการหลังการทำสุนัต และความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็ก
สรุปผลการดำเนินโครงการในภาพรวม
ถึง49992.00 บาท
เด็กและเยาวชนมุสลิมในตำบลปิตูมุดีได้รับการทำสุนัต (ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย) สามารถลดภาวะเสี่ยงของการออกเลือด (bleeding) ภาวะแทรกซ้อน (การอักเสบรุนแรง) และการติดเชื้อ รวมทั้งสร้างความตระหนักแก่ผู้ปกครอง ชุมชนในการป้องกันโรคติดเชื้อ
