โครงการตรวจคัดกรองและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านพังดาน
-
ร้อยละประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน27.00
-
ร้อยละประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง35.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง(CVD)25.00
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และความเจริญทางเทคโนโลยีมีผลทำให้สุขภาพของประชาชนป่วยหรือตายด้วยโรคไม่ติดต่อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจก่อให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก (กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข : พ.ศ.2564) มีจำนวนผู้ป่วย 463 ล้านคน และคาดว่าในปี 2588 จะมีผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 629 ล้านคน สำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียน 3.2 ล้านคน ของกระทรวงสาธารณสุข ก่อให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปีและหากรวมอีก 3 โรค คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณในการรักษารวมกันสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปีโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆในกลุ่มโรค NCDs อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต ฯลฯ และกระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายคนไทยห่างไกลโรคและภัยสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)ซึ่งมุ้งเน้นการลดจำนวนผู้ป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังรายใหม่เช่นโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และลดความรุนแรงของผู้ป่วยรายเก่าด้วยการส่งเสริมให้มีการปรับพฤติกรรมสุขภาพเช่นการรับประทานอาหารการนับคาร์บการออกกำลังกายที่เหมาะสมซึ่งได้มีระบบบริการตั้งแต่การส่งเสริมป้องกันการคัดกรองการตรวจวินิจฉัยการรักษาจนถึงการดูแลผู้ป่วยเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพังดาน ตำบลนาขยาดอำเภอควนขนุนจังหวัดพัทลุง ปี 2567คัดกรองโรคเบาหวานกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปจำนวน 1,355 คนพบกลุ่มแฝง/เสี่ยง จำนวน 201 คน คิดเป็นร้อยละ 14.83 และกลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 1.69 พบผู้ป่วยรายใหม่ 4 คนคิดเป็นร้อยละ 0.29 คัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบกลุ่มแฝง/เสี่ยง จำนวน 238 คน คิดเป็นร้อยละ 17.56 กลุ่มสงสัยเป็นโรค จำนวน 27 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.99 พบผู้ป่วยรายใหม่ 6คนคิดเป็นร้อยละ 0.44จากข้อมูลดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านพังดาน เล็งเห็นความสำคัญในการตรวจคัดกรอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยงหลังได้รับการคัดกรองที่ควรดำเนินการต่อเนื่องในทุกๆปีการค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้รับการักษารวดเร็ว และรักษาต่อเนื่องเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน และลดอัตราการตายด้วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังดังกล่าว
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง27.0025.00
ลดอัตราป่วยด้วยโรคเบาหวาน
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเความดันโลหิตสูงลดลง35.0030.00
ลดอัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง
-
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเความดันโลหิตสูงลดลง25.0020.00
ลดอัตราการป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง120
-
กลุ่มผู้สูงอายุ230
-
กลุ่มวัยทำงาน340
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองโรคเรื้อรังในชุมชน
คัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1,544 คน โดยการออกตรวจคัดกรองในหมู่บ้าน และแยกผลการคัดกรองกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผิดปกติ
1. จัดซื้้อเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจำนวน 4 เครื่องๆละ 2,850 บาท เป็นเงิน 11,400 บาท
2. แถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะ จำนวน 31 กล่องๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 31,000 บาท (กล่องละ 50 ชิ้น)
3. สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์สำเร็จรูป แผงละ 10 ก้อน ราคาแผงละ 12 บาท จำนวน 150 แผง เป็นเงิน 1,500 บาท
4. เครื่องชั่งน้ำหนักพร้อมที่วัดส่วนสูง จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 8,500 บาท26 พฤษภาคม 2568 ถึง 10 มิถุนายน 2568ประชาชนรับการคัดกรองโรคเบาหวานโรคความดันร้อยละ 95/ ได้จำนวนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วย
52400.00 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ครั้งที่ 1
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ตามหลัก 3อ 2ส (อ.อาหาร , อ.อารมณ์, อ.ออกกำลังกาย , ส.ไม่สูบบุหรี่ ,ส.ไม่ดื่มสุรา)
– ไม่มีค่าใช้จ่าย
29 พฤษภาคม 2568 ถึง 17 มิถุนายน 2568ผลผลิต - กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 90 - กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 100
ผลลัพธ์ - กลุ่มเสียงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นกลุ่มปกติได้ - กลุ่มสงสัยป่วยสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลับมาเป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มปกติได้0.00 บาท -
ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส. ครั้งที่ 2
1.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มสงสัยป่วย (ครบ 1 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิต
2.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง (ครบ 6 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิต
3.สรุปผลการติดตาม คืนข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมาย
ไม่มีค่าใช้จ่าย20 มิถุนายน 2568 ถึง 14 กรกฎาคม 2568ผลผลิต - กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 100
- กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 90
ผลลัพธ์ - กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามครบตามแนวทาง0.00 บาท -
กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ เข้าสู่ระบบการรักษา
ประชาชนกลุ่มที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือด และค่าระคับความดันโลหิตสูง อยู่ในกลุ่มสงสัยป่วยได้เข้าสู่ระบบการรักษาต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.(หมอคนที่ 2) เพื่อส่งต่อแพทย์ (หมอ 3) เพื่อการวินิจฉัย
-ไม่มีค่าใช้จ่าย16 กรกฎาคม 2568 ถึง 22 กันยายน 2568ผลผลิต กลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เป็นผู้ป่วย และเข้าสู่ระบบการรักษาร้อยละ 100 ผลลัพธ์ กลุ่มป่วยได้รับการรักษาและไม่มีภาวะแทรกซ้อน
0.00 บาท
- ประชาชน 35ปี ขึ้นไปทุกคน ได้รับการตรวจคัดกรองโรค NCDs และทราบสถานสุขภาพของตนเอง
- ประชาชนกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วยโรค NCDs ลดลง
- ประชาชนกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัย รักษาได้เร็ว ลดภาวะแทรกซ้อน
- อัตราการป่วยโรคหลอดเลือดสมองลดลง
