โครงการทุ่งคมบางปลอดภัย ผู้บริโภคเข้าใจเฝ้าระวังภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปี 2568
การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ คือการคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพได้แก่ อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัตถุอันตราย วัตถุเสพติด ปัจจุบันนี้ปัญหาความไม่ปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญของผู้บริโภค อาทิ ปัญหาการจำหน่ายอาหารที่ไม่สะอาดปลอดภัยอาหารสด
ที่มีการปนเปื้อนจากสารเคมี การจำหน่ายยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาชุด ยาอื่นที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านของผู้ประกอบการในร้านชำ การปนเปื้อนของสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ การปนเปื้อนสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง เป็นต้น
จากการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในอำเภอรัตภูมิที่ผ่านมา พบปัญหาความไม่ปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สุขภาพในชุมชน ได้แก่ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในร้านชำ เช่น การจำหน่ายยาอันตรายยาปฏิชีวนะ ยาที่ไม่มีเครื่องหมาย “ยาสามัญประจำบ้าน” เป็นผลให้ประชาชนเสี่ยงต่อการแพ้ยา ดื้อยา การได้รับยาที่ไม่สมเหตุสมผล ผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีเครื่องหมาย อย.ผลิตภัณฑ์อาหารหมดอายุ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสงสัยมีสารห้ามใช้ โฆษณาเกินจริง ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายไม่มีเครื่องหมาย อย. พบปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพโอ้อวดสรรคุณเกินจริงในชุมชนและสื่อออนไลน์ การขายอาหารเสริมโอ้อวดสรรพคุณในกลุ่มผู้ป่วยทำให้ผู้ป่วยและผู้บริโภคที่ไม่รู้เท่าทันภัย หลงเชื่อเป็นผลให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ พบปัญหาการปนเปื้อนสารสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ
การปนเปื้อนสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง
การดำเนินงาน อย.น้อยในโรงเรียน พบปัญหาการเก็บรักษานมโรงเรียนไม่เหมาะสม พบรายการยาอันตรายในห้องพยาบาลในโรงเรียน การปนเปื้อนสารเคมีอันตรายในผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อในโรงเรียนหมดอายุ
งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาสีทอง จึงได้จัดทำโครงการโครงการทุ่งคมบางปลอดภัย ผู้บริโภคเข้าใจเฝ้าระวังภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปี 2568 ขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัย และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนักเรียน แกนนำ อย.น้อย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยในการขับเคลื่อนงานคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัย0.00
กลุ่มเป้าหมายในชุมชนผ่านการประเมินความรู้ด้วยแบบทดสอบและประเมินภาคปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ยคะแนนแบบทดสอบหลังอบรมเพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายครู/นักเรียน แกนนำ อย.น้อย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัย0.00
กลุ่มเป้าหมายนักเรียน แกนนำ อย.น้อย ผ่านการประเมินความรู้ด้วยแบบทดสอบและประเมินภาคปฏิบัติ มีค่าเฉลี่ยคะแนนแบบทดสอบหลังอบรมเพิ่มขึ้น
-
เพื่อเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัยในชุมชนและในโรงเรียน0.00
กลุ่มเป้าหมายสามารถเฝ้าระวังและแจ้งเตือนผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัยในชุมชนและในโรงเรียน ร้อยละ 60
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เตรีมการดำเนินงาน 1.1 ประชุมวางแผนการดำเนินงาน 1.2 เตรียมเอกสารความรู้ ประสานวิทยากร จัดทำแบบประเมินความรู้ก่อน - หลัง 1.3 จัดทำสื่อความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น เครื่องสำอาง ยาอันตราย ยาสามัญประจำบ้านเป็นต้น 1.4 ประสานกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วม
- ค่าสื่อความรู้การตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยใช้หุ่นไล่กา 6 อ-6 เอ๊ะ สื่อ x stand กระดาษ PP ขนาด 60x160 ซม. จำนวน 1 ชุด x 1,000 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าสื่อความรู้ผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัยในร้านชำ สื่อกระดาษ PP ขนาด 60x160 ซม. จำนวน 1 ผืน x 240 บาท เป็นเงิน 240 บาท
- ค่าสื่อความรู้ยา “ยาสามัญประจำบ้าน” สื่อกระดาษ PP ขนาด 60x160 ซม. จำนวน 1 ผืน x 240 บาท เป็นเงิน 240 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25681480.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ในชุมชน เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัยในชุมชน 2.1 ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 2.2 ทำแบบทดสอบก่อน-หลังการอบรม 2.3 อบรมให้ความรู้ในชุมชน เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัย มี การทดสอบ สเตียรอยด์ในยาแผนโบราณและการทดสอบสารห้ามใช้ในเครื่องสำอ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 25 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากร 2 คน x 3 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 60 คน x 70 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ 1.2 x 2.4 เมตร 1 ผืน x 432 บาทเป็นเงิน 432 บาท
- ค่าชุดทดสอบสเตียรอยด์ในเครื่องสำอาง จำนวน 1 กล่อง (1 กล่องมี 10 เทส) x 1,100 บาทเป็นเงิน 1,100 บาท
- ค่าชุดทดสอบปรอทในเครื่องสำอางจำนวน 1 กล่อง (1 กล่องมี 10 เทส) x 980 บาท เป็นเงิน 980 บาท
- ค่าชุดทดสอบกรดวิตามินเอในเครื่องสำอาง จำนวน 1 กล่อง (1 กล่องมี 25 เทส) x 1,100 บาท เป็นเงิน 1,100 บาท
- ค่าชุดทดสอบไฮโดรควิโนนในเครื่องสำอาง จำนวน 1 กล่อง (1 กล่องมี 20 เทส) x 980 เป็นเงิน 980 บาท
- ค่าชุดทดสอบสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ จำนวน 8 กล่อง (1 กล่องมี 1 เทส)x 400 บาท เป็นเงิน 3,200 บาท
- ค่าวัสดุในโครงการ กระเป๋าผ้า สมุด ปากกา จำนวน 50 ชุด x 75 บาท เป็นเงิน 3,750 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 256822342.00 บาท -
อบรมให้ความรู้นักเรียน/ครู เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัยในโรงเรียน 3.1 ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 3.2 ทำแบบทดสอบก่อน-หลังการอบรม 3.3 อบรมให้ความรู้ในโรงเรียน เรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ปลอดภัยในโรงเรียน มี การทดสอบสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณและการทดสอบสา
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 25 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1,500 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร 1 คน x 3 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าวัสดุในโครงการ กระเป๋าผ้า สมุด ปากกา จำนวน 50 ชุด x 75 บาท เป็นเงิน 3,750 บาท
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25687050.00 บาท -
เฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพและการจำหน่ายยาอันตรายในร้านชำ 4.1 ลงพื้นที่สำรวจร้านชำในพื้นที่ ม.9 บ้านทุ่งคมบาง เกี่ยวกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและการจำหน่ายยาอันตรายในร้านชำ 4.2 ติดตามร้านชำที่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและการจำหน่ายยาอันตรายในร้านชำ1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25680.00 บาท
-
สรุปผลการดำเนินโครงการ1 มีนาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25680.00 บาท
1 ผู้บริโภคในชุมชนเกิดความรอบรู้สุขภาพ ด้านคุ้มครองผู้บริโภคฯ รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยในชุมชน สามารถนำความรู้และทักษะไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2 นักเรียนในโรงเรียนเกิดความรอบรู้สุขภาพ ด้านคุ้มครองผู้บริโภคฯ รู้เท่าทันผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย ได้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยในโรงเรียน สามารถนำความรู้และทักษะไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 3 เกิดการเฝ้าระวังภัยร้านชำปลอดผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงชุมชนปลอดร้านชำที่ขายยาอันตรายในชุมชน ชุมชนเกิดการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยผู้บริโภคในชุมชนมีความเข้มแข็งในการใช้ทักษะและความรู้ที่ได้รับ นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง
