-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน8.86
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง7.18
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย4.14
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย4.143
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
ผู้ป่วย NCD ที่มารับบริการคลินิกโรคเรื้อรังที่โรงพยาบาล/รพ.สต. ไม่น้อยกว่า 80% ใช้กระเป๋ายาและนำยาที่เหลือมาตรวจทุกครั้ง601
ร้อยละของผู้ป่วยที่มีความรู้และพฤติกรรมการกินยาที่ถูกต้อง ไม่น้อยกว่า 85%
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กระเป๋ายา NCD ลดมูลค่ายา ดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
1️⃣ ประชุมชี้แจงโครงการแก่ทีมสหวิชาชีพ และ อสม.
ชี้แจงวัตถุประสงค์ แนวทาง และบทบาทหน้าที่
วางแผนการติดตามผล ร่วมกับ อสม. และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.
2️⃣ จัดหากระเป๋ายาสำหรับผู้ป่วย NCD
จัดซื้อกระเป๋ายาที่ทนทาน มีป้ายชื่อหรือสัญลักษณ์เพื่อระบุตัวตนง่าย
จัดทำ QR code หรือป้ายแนะนำการใช้กระเป๋า
3️⃣ ประชาสัมพันธ์และแจกกระเป๋ายาแก่ผู้ป่วย NCD
สอนวิธีการใช้งาน และเน้นให้นำยาที่เหลือใส่มาในกระเป๋าทุกครั้งที่นัด
ประชาสัมพันธ์ผ่านคลินิก NCD และผ่าน อสม.
4️⃣ ตรวจสอบยาที่เหลือโดยเจ้าหน้าที่
พยาบาล/เภสัชกร เปิดกระเป๋ายาตรวจนับยาที่เหลือจริง
ให้คำแนะนำวิธีการกินยาอย่างถูกต้อง ลดการลืมยา
5️⃣ บันทึกข้อมูลยาที่เหลือโดยใช้ Google Form
เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูล เช่น จำนวนยาที่เหลือ, BP, FBS ลง Google Form
ข้อมูลจะถูกสรุปเป็นรายงานมูลค่ายาที่เหลือ เพื่อติดตามและประเมินผลแบบ real-time
6️⃣ แพทย์ใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณาสั่งยา
ปรับแผนการรักษาและจำนวนยาตามยาที่เหลือ ลดการจ่ายเกินความจำเป็น
7️⃣ ติดตามประเมินผลและรายงานต่อกองทุนสุขภาพตำบล
รวบรวมข้อมูลจาก Google Sheet สรุปผลเป็นรายงานรายเดือน / รายไตรมาส
ประเมินผลตามตัวชี้วัด เช่น % การนำกระเป๋ามาตรวจ, % มูลค่ายาลดลง
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้ป่วย NCD นำกระเป๋ายามาตรวจทุกครั้ง ไม่น้อยกว่า 80% ของผู้ป่วย NCD ที่นัดมาตรวจจะนำกระเป๋ายาและยาที่เหลือมาตรวจทุกครั้ง
มูลค่ายาที่เหลือใช้ลดลง มูลค่ายาเหลือใช้ (ยาคงค้าง/ยาซ้ำซ้อน) ลดลงอย่างน้อย 20% ภายใน 6 เดือน
แพทย์ปรับการจ่ายยาได้อย่างเหมาะสม แพทย์สามารถปรับจำนวนยาตามการใช้งานจริงได้ ไม่น้อยกว่า 30% ของผู้ป่วยมีการปรับแผนการสั่งยาเพื่อลดการจ่ายเกินจำเป็น
ผู้ป่วยมีวินัยและเข้าใจการกินยาดีขึ้น
ผู้ป่วยร้อยละ 85% มีความรู้และพฤติกรรมการใช้ยาที่ถูกต้อง เช่น ไม่ลืมกินยา ไม่หยุดยาเอง และรู้วิธีนำยาที่เหลือมาตรวจสอบ
ได้ข้อมูลการใช้ยาที่แม่นยำ บริหารจัดการง่าย มีระบบข้อมูลผ่าน Google Form/Sheet ที่แสดงจำนวนยาเหลือและรายงานผลได้ทันที ช่วยให้ทีมดูแลผู้ป่วยได้อย่างเป็นระบบ
คุณภาพชีวิตผู้ป่วยดีขึ้น ระดับน้ำตาล ความดัน หรือค่าเป้าหมายทางคลินิกของผู้ป่วยมีแนวโน้มควบคุมได้ดีขึ้น
5000 บาท
