โครงการขับขี่ปลอดภัย สร้างเสริมวินัยจราจรในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปีแย๊ะ ปีงบประมาณ 2569
-
นางพาตีเม๊าะ ดอละ
-
นางสาวฮาบีบ๊ะ กอแล
-
นายนรินทร์ มาดีโมง
-
นายมะฮาซัม ดอเลาะ
หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะขับขี่ยานพาหนะสองล้อ เช่น รถจักรยาน และจักรยานยนต์ และการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสส่วนใหญ่มาจาก อาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งหมวกนิรภัยมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บที่ ศีรษะและ ลดอาการรุนแรงของอาการบาดเจ็บลงได้การส่งเสริมให้ผู้ขับขี่มีวินัยและสวมหมวกนิรภัยมากขึ้น จึงเป็นวิธีการสำคัญ ในการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บที่ศีรษะอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหรือเสียชีวิตจากการบาดเจ็บประเภทนี้ นอกจากนี้ผู้ขับขี่ที่ไม่สวม หมวกนิรภัยยังเพิ่มภาระให้แก่โรงพยาบาลที่รับตัวเข้ารักษา เป็นภาระแก่บุคคล ครอบครัว (หรือผู้ดูแล) และสังคม หากต้องกลายเป็นคนพิการ สาเหตุการชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย 99% เกิดจากการไม่สวมหมวกนิรภัย โดยรายงานของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ยังเผยว่า มีเด็กไทยเพียง 7% เท่านั้นที่ใส่หมวกนิรภัยระหว่างการเดินทาง ซึ่งอัตราการใช้หมวกนิรภัยจำนวนน้อยนี่เอง สะท้อนให้เห็นถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าภัยอันตรายรอบตัวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน และเป็นเรื่องที่น่ากังวลที่พ่อแม่และผู้ปกครองหลายๆ คนไม่ตระหนักถึงความสำคัญในการให้บุตรหลานสวมใส่หมวกนิรภัยขณะเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ แล้วก็ยังมีอีกหลายครอบครัวที่แม้จะสวมหมวกนิรภัยให้เด็ก แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้หมวกนิรภัยที่มีคุณภาพ มีขนาดพอดีกับศีรษะเด็ก และจะสวมใส่หมวกนิรภัยให้เด็กอย่างถูกวิธีได้อย่างไร และพฤติกรรมการขับขี่ที่ประมาท ขาดความระมัดระวัง ชะล่าใจ ขับขี่ด้วยความเร็ว การฝ่าสัญญาณไฟ การขับขี่ในช่องจราจรที่ไม่ถูกต้อง การเปลี่ยนช่องทางจราจรโดยไม่เปิดสัญญาณไฟ เนื่องจากอาจเข้าใจว่าเป็นพื้นที่ที่การจราจรไม่ได้หนาแน่นเหมือนในเมือง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้การรณรงค์ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยและได้มาตรฐาน รวมถึงการเรียนรู้วิธีการใช้ถนนอย่างถูกต้อง จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการป้องกันและสร้างความตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ ดังนั้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่ถูกต้องในการใช้ถนน การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เด็ก พ่อแม่และผู้ปกครอง ให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้หมวกนิรภัย พร้อมอบรมวินัยจราจร ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากในการช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุและจำนวนตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่ถือเป็นอนาคตของชาติ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปีแย๊ะ ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนของเด็กปฐมวัย จึงได้จัดทำ โครงการส่งเสริมวินัยจราจรและรณรงค์การสวมหมวกกันน็อคในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปีแย๊ะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขึ้น โดยการจัดอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางท้องถนนและการสาธิตการใช้หมวกนิรภัยอย่างถูกวิธีให้กับครู เด็กปฐมวัยและผู้ปกครอง โดยเน้นให้เด็กๆ เป็นศูนย์กลาง ส่วนครูและผู้ปกครองจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลและให้ความรู้ที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กๆ ได้เดินทางไปกลับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้อย่างปลอดภัย และหวังจะลดจำนวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กไทยจากอุบัติเหตุทางถนน
-
เพื่อให้เด็กปฐมวัย ครูและผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนนและกระตุ้นให้ครูและผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการใส่หมวกนิรภัยให้กับเด็กเล็ก
-
เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใส่หมวกนิรภัยและมีวินัยจราจรในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านปีแย๊ะ
-
เพื่อส่งเสริมนโยบายรัฐในการรณรงค์ให้พื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางถนนด้วยการสวมหมวกนิรภัย 100%
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฏจราจรและมารยาทในการขับขี่
อบรมให้ความรู้ 1.ค่าป้ายไวนิลตามโครงการฯ ขนาด 1.00×3.00 เมตร (1ป้าย) เป็นเงิน 900.-บาท 2.ค่าอาหารกลางวันนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 1 มื้อๆละ ุ70 บาท × 67 คน เป็นเงิน 4,690.-บาท 3.ค่าวิทยากร 600 x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท4.วัสดุจัดบอร์ด 4.1ฟิวเจอร์บอร์ดขนาด 65×122 ซม. 4 แผ่นๆละ 50 บาท เป็นเงิน 200.-บาท 4.2 กาวลาเท็กซ์ ขนาด 32 ออนซ์ 1 ขวด เป็นเงิน 75.-บาท 4.3 สติ๊กเกอร์เส้นเลเซอร์ 5 มิล 5 ม้วนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 250.-บาท 4.4 ภาพโปสเตอร์เกี่ยวกับจราจร 2 ใบๆละ 75 บาทเป็นเงิน 150.-บาท 5. ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม (สมุด, ปากกา,แฟ้ม) 5.1 สมุด จำนวน 67 เล่มๆละ 10 บาท เป็นเงิน 670.-บาท 5.2 ปากกา จำนวน 67 ด้ามๆละ 5 บาท เป็นเงิน 335.-บาท 5.3 แฟ้มซองพลาสติก ขนาด A4 จำนวน 67 ใบๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,675.-บาท
ถึง20165.00 บาท -
การสาธิตสวมหมวกนิรภัยโดยให้เด็กฝึกปฏิบัติ
การสาธิตการสวมหมวกนิรภัยย 1.วัสดุอุปกรณ์ในการสาธิตหมวกนิรภัยเด็กแบบครึ่งใบ จำนวน 12 ใบๆละ 300.- บาท เป็น 3,600.- บาท 2.ค่าอาหารว่างนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2 มื้อๆละ 30 บาท × 67 บาท เป็นเงิน 4,020.-บาท
ถึงบาท
- เด็กปฐมวัย ครูและผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนนครูและผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการใส่หมวกนิรภัยให้กับเด็กเล็ก
- เด็กมีวินัยสามารถปฏิบัติตนตามกฎจราจร มีความปลอดภัยในการเดินทาง
- ส่งเสริมนโยบายรัฐในการรณรงค์ให้พื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางถนนด้วยการสวมหมวกนิรภัย 100%
