โครงการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ
-
ร้อยละของเด็กเล็ก (2-6 ปี) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีภาวะสมาธิสั้นและติดจอ100.00
สถานการณ์และปัญหาของเด็กและเยาวชนไทยขณะนี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงมากมายอันเกิดจากสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมอันตรายที่ล้อมรอบตัวเด็กแรงผลักดันที่ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงมาจากการพัฒนาด้านไอซีที ดิจิตอลต่างๆเช่นโทรศัพท์มือถืออินเทอร์เน็ต เกมออนไลน์มีเด็กและเยาวชนใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่นเกมออนไลน์ แนวโน้มของการใช้โทรศัพท์มือถือ การเล่นเกมและการใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนที่ในกิจกรรมต่างๆของเด็กยุคปัจจุบันทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์กับเด็ก ปัจจุบันผู้ปกครองหลายคนประสบปัญหาลูกมีพฤติกรรมอารมณ์ก้าวร้าว อยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้น ติดโทรศัพท์มือถือ ติดเกมผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับเด็กในการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่นรูปร่าง น้ำหนัก ส่วนสูง และปล่อยให้พัฒนาการของเด็กเกิดขึ้นเองตามวัยแต่ในปัจจุบันความรู้จากการศึกษาและความตื่นตัวในวิทยาการสมัยใหม่ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กมากขึ้น ซึ่งนอกจากปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนากรเด็กแล้ว เช่นพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อแม่แล้ว สิ่งแวดล้อมกับการเลี้ยงดู โดยการสร้างเสริมกิจกรรมกับเด็กผ่านการเล่นเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ผู้ปกครองควรทำในชีวิตประจำวันของเด็ก รวมถึงการติดตามพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสมตามวัยไม่ว่าด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญาเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจะละเลยไม่ได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีความสุขและมีคุณภาพต่อไป
-
1.เพื่อให้เด็ก ผู้ปกครอง ครูผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ100.0070.00
ร้อยละ 70 ของ เด็ก ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ
-
2.เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ เด็ก ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะการติดจอ100.0070.00
ร้อยละ 70 ของเด็ก ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กป้องกันเด็กสมาธิสั้น และลดภาวะติดจอ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน
ประชุมว่าแผนการดำเนินโครงการ
6 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569แผนการดำเนินโครการ
0.00 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ
อบรมให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ ใช้งบประมาณดังนี้
- ป้ายไวนิลขนาด 1.2x2.4 เมตร เป็นเงิน 430 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท รวม 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 25 คนๆละ 25 บาท 625 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน ผู้ปกครองและคณะทำงานจำนวน 15 คนๆละ60 บาท เป็นเงิน 900 บาท
6 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569เด็ก ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ
3755.00 บาท -
กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ป้องกันเด็กสมาธิสั้น และลดภาวะติดจอ
ทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กป้องกันเด็กสมาธิสั้นและลดภาวะติดจอ
- ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 25 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 625 บาท
- ค่าอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม 11 ชุดๆละ 1,000 บาท เป็นเงิน 11,000 บาท มีดังนี้
- เชื่อกกระโดด ราคา 60 บาท
- ลูกบอลยาง ราคา 50 บาท
- หนังสือนิทานเล่นบาง ราคา80 บาท
- ตุ๊กตา ราคา 150 บาท
- บล๊อกไม้สี 10 สี ราคา80 บาท
- บล๊อกไม้รูปทรงเลขาคณิต ราคา 100 บาท
- จิ๊กซอภาพ 8 ชิ้น ราคา 60 บาท
- บัตรภาพ เสื้อผ้า ราคา 80 บาท
- บัตรภาพ สัตว์ ราคา 80 บาท
- บัตรภาพ อาหาร ราคา 80 บาท
- ดินสอไม้ ปากกา กระดาษ A4 กระดาษสี ราคา 120 บาท
- อื่นๆ เช่น หวี ช้อน แปรงสีฟัน ถ้วย ฯลฯ ราคา 120 บาท
6 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569เด็ก ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กป้องกันเด็กสมาธิสั้น และลดภาวะติดจอ
13425.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1.เด็ก ผู้ปกครอง ครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ที่เกี่ยวข้องมีความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก 2.เด็ก ลดภาวะสมาธิสั้น และภาวะติดจอ
