โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานนิบงบารู เพื่อป้องกันและชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี 2569
-
นางสาวนุรไอซะห์ เซะบากอ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โทร 0858412418 (ผู้รับผิดชอบโครงการ)
-
นางวนิดา หะยีอุมา ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โทร 085-0793636 (ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู)
โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นโรคซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงทั้งสิ้น 189 ล้านคน และคาดว่าในอีก 20 ปี ข้างหน้าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นถึง 324 ล้านคน ที่น่าเป็นห่วงคือผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงและน้ำตาลได้ไม่ดี และส่วนใหญ่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ อีกทั้งยังพบว่า อายุเฉลี่ยของการเริ่มต้นป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วยวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และความเครียดจากการทำงาน โรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน นอกจากจะเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแล้ว ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ “พันธุกรรม” และ “สิ่งแวดล้อม” ในส่วนของพันธุกรรมนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่ก็สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวได้
มีผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ ส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางพันธุกรรม อีกทั้งยังเป็นการควบคุมโรค และป้องกันโรคแทรกซ้อนในผู้ป่วยเพราะการควบคุมอาหารอย่างถูกต้องและเหมาะสมจะช่วยควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงและน้ำตาลในเลือดสูงได้ ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู หมู่ที่ 3 จำนวน 362 คน หมู่ที่ 7 จำนวน 215 คนและหมู่ที่ 13 จำนวน 104 คน รวมทั้งสิ้น 681 คน สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี จำนวน 393 คน คิดเป็นร้อยละ 57.71 ซึ่งถือว่ายังควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมดและกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู หมู่ที่ 3 จำนวน 183 คน หมู่ที่ 7 จำนวน 108 คนและหมู่ที่ 13 จำนวน 60 คน รวมทั้งสิ้น 351 คน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี จำนวน 85 คน ร้อยละ 24.22 เห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่มผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีน้อยกว่าเกณฑ์ ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนิบงบารู ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาการควบคุมระดับความดันโลหิตสูงและน้ำตาลให้ครอบคลุมกลุ่มป่วยทุกคน ดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานนิบงบารู เพื่อป้องกันและชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี 2569 ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเองให้ถูกต้องเหมาะสม และสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตและน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย และไม่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย
-
1.เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง0
1.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมโรคได้ดี ร้อยละ 70
-
2.เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ดี0
2.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูและผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถป้องกันและชะลอภาวะไตเสื่อม ร้อยละ 70
-
3.เพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง98
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มเป้าหมาย
รายละเอียดกิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการแก่กลุ่มเป้าหมาย - การบริโภคอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน - การออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน - การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วย และการสังเกตตนเองเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย - การรับประทานยาในผู้ป่วย และการขาดยาจะส่งผลอย่างไร - การนับคาร์บ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) งบประมาณ - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 49 คน X 75 บาท X 1 มื้อ X 2 รุ่น X 1 วัน เป็นเงิน 7,350 บาท
- ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม จำนวน 49 คน X 35 บาท X 2 มื้อ X 2 รุ่น X 1 วัน เป็นเงิน 6,860 บาท1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569-กลุ่มเป้าหมายมีการความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
14210 บาท -
ออกกำลังกายง่ายๆด้วยผ้าขาวม้า
รายละเอียดกิจกรรม -วิทยากรสาธิตการออกกำลังกายง่ายๆได้ที่บ้านด้วยผ้าขาวม้า งบประมาณ -ค่าผ้าขาวม้า จำนวน 98 คน X 100 บาท เป็นเงิน 9,800 บาท
1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569-มีกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
9800 บาท -
เจาะเลือดติดตามภาวะแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
รายละเอียดกิจกรรม
1.สร้างทะเบียนและนัดกลุ่มเป้าหมายมารับบริการเจาะเลือด
2.เจาะเลือดติดตามภาวะแทรกซ้อนของโรค
3.แจ้งผลเลือดและนัดหมายมารับผลเลือด
4.ติดตามและส่งต่อกลุ่มเป้าหมายในรายที่พบความผิดปกติหรือมีภาวะแทรกซ้อน
งบประมาณ
-ไม่มีงบประมาณ
1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569-เพื่อติดตามภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
0 บาท
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง
- ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลได้ดี มากกว่าร้อยละ 70
- อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยลดลง
