กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการสตรีร่วมใจ ป้องกันภัยมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ประจำปี 2569

แบบฟอร์มพัฒนาโครงการ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองสะเตงนอก

1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม

โครงการสตรีร่วมใจ ป้องกันภัยมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ประจำปี 2569

ชื่อโครงการควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน ควรจะระบุชื่อชุมชนในชื่อโครงการเพื่อความสะดวกในการค้นหา

2569

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองสะเตงนอก

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

นางสาวนูรีดา ตาเยะ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โทร 0848543930 (ผู้รับผิดชอบโครงการ)
นางสาววารุณี มะรุมดี ตำแหน่ง แพทย์แผนไทยชำนาญการ โทร 0894934166 (ผู้รับผิดชอบงานแผนงานโครงการ)
นายรูสลาม สาร๊ะ ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ โทร 086 288 1264 (ผอ.รพ.สต.สะเตงนอก)

พื้นที่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก (ม.4 ม.6 ม.9 ม.10 และ ม.12)

2. ความสอดคล้องกับแผนงาน

แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง , แผนงานมลพิษจากสิ่งแวดล้อม

3. สถานการณ์

สถานการณ์ปัญหาขนาด

โรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโรคมะเร็งทั้งหมดของสตรีไทย พบอัตราการเกิดโรคสูงในช่วงอายุ 30 - 50 ปี โดยทุกๆ 2 นาทีจะมีผู้หญิงเสียชีวิต 1 คน มีอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 7 คนต่อวัน เป็น 14 คนต่อวัน โดยโรคมะเร็งเต้านม มีสาเหตุโดยตรงจากปัจจัยทางพันธุกรรม ส่วนมะเร็งปากมดลูกพบว่า ประมาณ 70% ของผู้ป่วยโรคนี้มีสาเหตุมาจากการอักเสบเรื้อรังของปากมดลูกจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV virus) การป้องกันโรคมะเร็งเต้านมเบื้องต้นจะสามารถทำได้โดยการตรวจเต้านมด้วยตนเอง หรือได้รับการตรวจจากการตรวจเอ็กซเรย์ Mammogram ปีละ 1 ครั้งในกลุ่มเสี่ยง และการป้องกันมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 - 60 ปี ซึ่งมีการตรวจคัดกรอง 3 วิธี คือ 1) วิธี Pap smear เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด เพราะใช้เวลา 2 - 5 นาที และรู้ผลภายใน 2 – 4 สัปดาห์ เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจทางเซลล์วิทยาปากมดลูกแบบดั้งเดิม ทำการตรวจโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความชำนาญ ซึ่งจะใช้ไม้พายเก็บเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก แล้วนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ วิธีนี้อาจได้ความแม่นยำไม่มากนัก และจะแนะนำให้มาตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี 2) วิธี visual inspection with acetic acid (VIA) คือ การตรวจด้วยน้ำส้มสายชู เพื่อคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็งปากมดลูกโดยการใช้ สารละลาย Acetic acid เจือจาง 3-5% ชโลมบนปากมดลูกนาน 1 นาที แล้วสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของสีเยื่อบุปากมดลูก 3) วิธี HPV DNA Test คือ การตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวีที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก วิธีนี้มีความไวในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติสูงมาก โดยมีวิธีการตรวจเหมือนตรวจภายใน เก็บเซลล์ตัวอย่างที่ปากมดลูกช่องคลอดด้านใน ส่งตรวจเหมือนวิธีการตรวจด้วยน้ำยา ซึ่งเป็นการตรวจที่ง่ายโดยสตรีอายุ 30 – 60 ปี สามารถทำการเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง และปัจจุบันก็ยังเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นด้วย เพื่อลดปัญหาเรื่องความเขินอายจากการตรวจด้วยเจ้าหน้าที่ และเป็นปัญหาอย่างมากในกลุ่มสตรีมุสลิม ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก ปัญหาโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก แต่จะสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ถ้าพบผู้ป่วยโรคมะเร็งในระยะเริ่มแรก ดังนั้นหากสามารถกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าวพร้อมทั้งตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการตรวจค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก ก็จะทำให้อัตราการเกิดโรค อัตราการป่วยและอัตราการตายจากโรคมะเร็งลดลง
พื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก มีทั้งหมด 5 หมู่บ้าน เป็นประชากรเพศหญิง อายุระหว่าง 30 – 60 ปี ที่มีข้อมูลในฐานข้อมูลสุขภาพ (JHCIS Type 1 และ 3 ปี 2568 ) ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก จำนวน 2,881 คน ในปี 2568 ได้รับการตรวจมะเร็งปกมดลูก 81 คน คิดเป็นร้อยละ 2.81 ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรหญิง อายุ 30 - 60 ปี ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอกทั้งหมด หากสตรีเหล่านั้นไม่มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก รวมถึงได้รับการตรวจอย่างถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดโรคซึ่งเป็นปัญหาทั้งต่อตัวเองและบุคคลรอบข้างได้อีกด้วย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคให้แก่กลุ่มสตรีดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการสตรีร่วมใจ ป้องกันภัยมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ประจำปี 2569 ขึ้น โดยการค้นหากลุ่มเสี่ยงเพื่อให้การรักษา และส่งต่อได้อย่างทันท่วงที และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายประชาชนมีสุขภาพดีส่งผลต่อการมีสุขภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ระบุสถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด

  • บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
  • ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ / ตัวชี้วัดความสำเร็จขนาดเป้าหมาย 1 ปี
1 เพื่อให้สตรีอายุ 30-60 ปีได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม

อัตราการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30–60 ปี สะสมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 (618 คน)

0.00
2 เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านมอย่างครอบคลุม

อัตราการคัดกรองมะเร็งเต้านมในสตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจโดยเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 100

0.00
3 เพื่อให้สตรีกลุ่มที่พบความผิดปกติได้รับการส่งต่อ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที

สตรีในกลุ่มที่พบความผิดปกติได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 100

0.00

5. กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมายจำนวน(คน)
กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
กลุ่มวัยทำงาน
กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง 150
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]

6. ระยะเวลาดำเนินงาน

วันเริ่มต้น : 03/11/2025

กำหนดเสร็จ : 31/08/2026

7. วิธีการดำเนินงาน

  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด

กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมที่ 1 จัดอบรมให้ความรู้

ชื่อกิจกรรม
กิจกรรมที่ 1 จัดอบรมให้ความรู้
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ

กิจกรรม 1. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ เช่น หอกระจายข่าว ป้ายประชาสัมพันธ์ 2. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก 3. สอน สาธิต ทักษะการตรวจเต้านมด้วยตนเอง 4. สอน สาธิต ทักษะการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ค่าใช้จ่ายกิจกรรมที่ 1 การจัดอบรม 1. ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คน X 75 บาท X 3 รุ่นๆ ละ 1 วันเป็นเงิน 11,250 บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คน X 35 บาท X 2 มื้อ x 3 รุ่นๆ ละ 1 วัน เป็นเงิน 10,500 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากร 500 บาท x 3 ชม. X 3 วัน เป็นเงิน 4,500 บาท รวมค่าใช้จ่ายในการจัดอบรม 26,250 บาท

ระยะเวลาดำเนินงาน
1 มกราคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
  1. ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น
  2. ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจ ในการตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง
  3. ผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำการตรวจมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองได้
จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
26250.00

กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมที่ 2 จัดคลินิกให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม

ชื่อกิจกรรม
กิจกรรมที่ 2 จัดคลินิกให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ/อื่นๆ
  1. จัดคลินิกให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.สะเตงนอก
  2. แจ้งผลตรวจมะเร็งปากมดลูก นัดหมายมารับผลการตรวจใน 1 เดือน
  3. ติดตามและส่งต่อกลุ่มเป้าหมายที่ตรวจคัดกรองพบความผิดปกติเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาตามมาตรฐาน

ค่าใช้จ่ายกิจกรรม
1. ผ้าสำหรับทำความสะอาดก่อนและหลังทำการตรวจตรวจมะเร็งปากมดลูก ขนาด 24 นิ้ว X48 นิ้ว จำนวน 150 ผืน X 100 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท

ระยะเวลาดำเนินงาน
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569
ผลผลิต (Output) / ผลลัพธ์ (Outcome)
  1. ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 100
  2. ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
จำนวนเงินงบประมาณของกิจกรรม (บาท)
15000.00

งบประมาณโครงการ

จำนวนงบประมาณที่ต้องการสนับสนุน จำนวน 41,250.00 บาท

หมายเหตุ :

8. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง

ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

1. สตรีที่มีอายุ 30-60 ปี สามารถตรวจค้นหามะเร็งเต้านม และได้รับการตรวจค้นหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
2. สตรีที่มีอายุ 30-60 ปี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมปากและมะเร็งมดลูก
3. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น


>