โครงการสุขภาพดี ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปี 2569
-
น.ส.สูกายนาห์ ดูละสะ
การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งปากมดลูกมีความสำคัญและมีหลักการดำเนินงานอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งสูงมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในประชากรไทย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตลำดับต้น ๆ ทั้งในเพศชายและเพศหญิงมะเร็งปากมดลูก เคยเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับหนึ่งในสตรีไทย และถึงแม้จะมีแนวโน้มลดลงหลังมีโครงการคัดกรองอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ โดยมีผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ในอัตราที่สูง สามารถตรวจคัดกรองและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มะเร็งทั้งสองชนิดนี้มีระยะก่อนเป็นมะเร็ง (Pre-cancerous lesions) หรือระยะเริ่มแรกที่สามารถตรวจพบได้โดยการคัดกรอง ซึ่งการรักษาในช่วงนี้มีโอกาสหายขาดสูงกว่าและมีผลการรักษาที่ดีกว่าการรักษาในระยะลุกลาม ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุข การลงทุนในการคัดกรองและรักษามะเร็งในระยะเริ่มแรกมีความคุ้มค่ามากกว่าการรักษาในระยะลุกลามที่ต้องใช้งบประมาณสูงและมีผลการรักษาที่จำกัดกว่า การเข้าถึงบริการสุขภาพเพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่มีอายุ 50-70 ปี สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ และสตรีอายุ 30-60 ปี สำหรับมะเร็งปากมดลูก สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองได้ง่ายและครอบคลุมทั่วถึง จากสถานการณ์อุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในปี 2568 รพ.สต.บาละ มีผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จำนวน 4 รายได้ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในอัตราร้อยละ 10 ของกลุ่มเสี่ยงชายและหญิงอายุ 50 - 70 ปีเป็นจำนวน 110 ราย พบผิดปกติ 11 ราย ส่งต่อ รพ.กาบัง 7 ราย และโรคมะเร็งปากมดลูกในปี 2568 รพ.สต.บาละ มีผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จำนวน 8 รายได้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในอัตราร้อยละ 10 ของกลุ่มเสี่ยงหญิงอายุ 30 - 60 ปีเป็นจำนวน 123 ราย พบผิดปกติ 4 ราย ส่งต่อ รพ.กาบัง 4 ราย
ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพดำบลบาละ จึงได้จัดทำโครงการ “สุขภาพดี ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่ปี 2569” โดยการให้ความรู้ คันหาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประชาชนอายุ 50 -70 ปี และสตรีอายุ 30-60 ปี สำหรับมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการป่วยสูง เพื่อให้ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและเพื่อลดอัตราการเกิดมะเร็งระยะลุกลาม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่ให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้เข้าถึงการรับบริการต่อไป
-
กลุ่มวัยทำงาน120
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ เรื่องโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และวิธีการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบบ FIt Test กลุ่มเป้าหมาย อายุ 50-70 ปี
- อบรมให้ความรู้ เรื่องโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และวิธีการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบบ FIt Testกลุ่มเป้าหมาย อายุ 50-70 ปี 1.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 30 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน3,600 บาท 1.2 ค่าอาหารกลางวันจำนวน60 คนๆละ 60 บาท 1 มื้อเป็นเงิน3,600 บาท 1.3 ค่าสมนาคุณวิทยากร 5 ชม.ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน1,500บาท
- แกนนำสุขภาพมีความรู้/ทักษะการเก็บสิ่งส่งตรวจและการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (fit test) คัดกรองมะเร็งปากมดลูกการตรวจ HPV DNA Testจำนวน 60 คน (เพื่อนช่วยเพื่อน) 2.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 30 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน3,600บาท 2.2 ค่าอาหารกลางวันจำนวน 60 คนๆละ 60 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน3,600บาท 2.3 ค่าสมนาคุณวิทยากร 5 ชม.ๆ ละ 300 บาทเป็นเงิน1,500บาท 2.4 ค่าป้ายไวนิลโครงการฯขนาด 1.2 เมตร X 2.5 เมตร X 250 บาทเป็นเงิน720บาท
- ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในพื้นที่รับผิดชอบ 6 หมู่บ้าน จำนวน250คน 3.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 250 คนๆละ 30 บาท 1 มื้อ เป็นเงิน7,500บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น25,620.- บาท (เงินสองหมื่นห้าพันหกร้อยยี่สิบบาทถ้วน) ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามระเบียบที่หน่วยงานถือปฏิบัติ
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- ด้านสุขภาพของประชาชน (Health Outcomes)
• ลดอัตราการเสียชีวิต: อัตราการเสียชีวิต (Mortality Rate) จากมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มประชากรเป้าหมายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถค้นพบโรคได้ในระยะเริ่มต้น
• เพิ่มโอกาสการหายขาด: ผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นจะมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปี (5-year Survival Rate) ที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับการตรวจพบในระยะลุกลาม
• ลดความรุนแรงของโรค: สามารถตรวจพบและกำจัดรอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง (Pre-cancerous lesions) เช่น ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งลุกลามได้
- ด้านการเข้าถึงและการจัดการโรค (Programmatic Outcomes)
• เพิ่มความครอบคลุมของการคัดกรอง: ร้อยละของประชากรกลุ่มเป้าหมาย (เช่น สตรี 30-60 ปี และประชากร 50-70 ปี) ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งทั้งสองชนิดจะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนด (เช่น ร้อยละ 80 สำหรับมะเร็งปากมดลูก และร้อยละ 60 สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่)
• การส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ: ร้อยละ 100 ของผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติ (ผลบวก) จะได้รับการส่งต่อเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยยืนยัน (เช่น การส่องกล้อง) และการรักษาอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง
• ข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำ: หน่วยบริการจะมีข้อมูลและสถิติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเกิดโรคและการเข้ารับบริการในพื้นที่ เพื่อนำไปวางแผนและปรับปรุงระบบสุขภาพต่อไป
- ด้านความรู้และความตระหนัก (Knowledge and Attitude Outcomes)
• ประชาชนมีความรู้เพิ่มขึ้น: ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง อาการ และความสำคัญของการตรวจคัดกรองด้วยวิธีที่เหมาะสม
• พฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น: กลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง รวมถึงการเข้าถึงการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ
• ลดภาระทางเศรษฐกิจการลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงมากในระยะยาวของประเทศ และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัวผู้ป่วย
25620.00 บาท
- ด้านสุขภาพของประชาชน (Health Outcomes) • ลดอัตราการเสียชีวิต: อัตราการเสียชีวิต (Mortality Rate) จากมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มประชากรเป้าหมายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสามารถค้นพบโรคได้ในระยะเริ่มต้น • เพิ่มโอกาสการหายขาด: ผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นจะมีอัตราการรอดชีวิต 5 ปี (5-year Survival Rate) ที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับการตรวจพบในระยะลุกลาม • ลดความรุนแรงของโรค: สามารถตรวจพบและกำจัดรอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง (Pre-cancerous lesions) เช่น ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งลุกลามได้
- ด้านการเข้าถึงและการจัดการโรค (Programmatic Outcomes) • เพิ่มความครอบคลุมของการคัดกรอง: ร้อยละของประชากรกลุ่มเป้าหมาย (เช่น สตรี 30-60 ปี และประชากร 50-70 ปี) ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งทั้งสองชนิดจะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนด (เช่น ร้อยละ 80 สำหรับมะเร็งปากมดลูก และร้อยละ 60 สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่) • การส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ: ร้อยละ 100 ของผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติ (ผลบวก) จะได้รับการส่งต่อเพื่อเข้ารับการวินิจฉัยยืนยัน (เช่น การส่องกล้อง) และการรักษาอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง • ข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำ: หน่วยบริการจะมีข้อมูลและสถิติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเกิดโรคและการเข้ารับบริการในพื้นที่ เพื่อนำไปวางแผนและปรับปรุงระบบสุขภาพต่อไป
- ด้านความรู้และความตระหนัก (Knowledge and Attitude Outcomes) • ประชาชนมีความรู้เพิ่มขึ้น: ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง อาการ และความสำคัญของการตรวจคัดกรองด้วยวิธีที่เหมาะสม • พฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น: กลุ่มเป้าหมายมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง รวมถึงการเข้าถึงการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ • ลดภาระทางเศรษฐกิจการลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงมากในระยะยาวของประเทศ และลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของครอบครัวผู้ป่วย
