หนูน้อยร่มไทร สุขภาพดี เริ่มที่วัคซีน
-
นางสาวเฟาซียะห์ เกิดทวี
-
นางสาวเจ๊ะรุสนานี มะลี
-
นางสาวรูบี ตอหะ
-
นางสาวรอดียะห์ ยามา
-
นางสัลหม๊ะ มามะ
-
ร้อยละของเด็กเล็ก(0-5ปี) ได้รับฉีดวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์35.44
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนในเด็กเป็นมาตรการสาธารณสุขที่มีประสิทธิผลสูงสุดในการป้องกันการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อตั้งแต่ในวัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) รายงานว่าปี 2567 มีทารกทั่วโลกประมาณร้อยละ 89 ที่ได้รับวัคซีน DTP อย่างน้อย 1 เข็ม และร้อยละ 85 ที่ได้รับครบ 3 เข็ม แต่ยังคงมีเด็กจำนวนมากประมาณ 14.3 ล้านคนที่ไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว (Zero-dose) ซึ่งชี้ให้เห็นความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงบริการวัคซีนทั่วโลกและความเสี่ยงต่อการเกิดการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน (องค์การอนามัยโลก, 2567)
ประเทศไทยมีนโยบายงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่มุ่งให้เด็กทุกคนได้รับวัคซีนพื้นฐานอย่างทั่วถึง และเท่าเทียม กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคปี 2563 ครอบคลุมวัคซีนป้องกันโรค ทั้งหมด 13 โรค โดยให้บริการฟรีแก่เด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 12 ปี ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐและสถานพยาบาลในเครือข่ายสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง แต่รายงานพบว่าความครอบคลุมการได้รับวัคซีนในเด็กบางพื้นที่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งจากรายงานของสำนักระบาดวิทยา (กรมควบคุมโรค 2566) พบว่าในปี 2566 จังหวัดชายแดนใต้ยังคงพบการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนและเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตและพิการด้วยโรคติดต่อของเด็ก 0-5 ปี เช่น โรคคอตีบ ไอกรน และโรคหัด โดยจังหวัดนราธิวาส พบผู้ป่วย 173 ราย จากผู้ป่วยทั้งหมด 2,560 ราย สาเหตุสำคัญมาจากความครอบคลุมการได้รับวัคซีนต่ำกว่ามาตรฐาน ประกอบกับปัจจัยเชิงวัฒนธรรม ข้อมูลผิดเกี่ยวกับวัคซีน ความกังวลด้านความปลอดภัยและการเข้าถึงบริการที่จำกัด ส่งผลให้ผู้ปกครองบางส่วนเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการรับวัคซีน
ตำบลร่มไทร อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มีบริบทคล้ายคลึงกับภาพรวมสามจังหวัดชายแดนใต้โดยข้อมูลจากระบบศูนย์ข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center : HDC) ปี 2568 รายงานว่า ความครอบคลุมการได้รับวัคซีนแต่ละชนิดครบตามเกณฑ์ในเด็กอายุครบ 5 ปี (fully immunized) ในตำบลร่มไทร อยู่ในระดับที่ต่ำ ร้อยละ 35.44 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เป้าหมายร้อยละ 90 สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนามาตรการเชิงรุกเพื่อเพิ่มการเข้ารับวัคซีนในพื้นที่
ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาจึงได้จัดทำโครงการ “หนูน้อยร่มไทร สุขภาพดี เริ่มที่วัคซีน” เพื่อยกระดับสุขภาพเด็กในตำบลร่มไทร มุ่งเน้นให้เกิดการเข้าถึงบริการวัคซีนอย่างครอบคลุม ปลอดภัย และเป็นมิตร โดยใช้กลไกการติดตามเชิงรุก การให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง การสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง และการมีส่วนร่วมของผู้นำศาสนาและชุมชน เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับวัคซีนครบถ้วนตามวัย ลดการเกิดโรคระบาด และส่งเสริมให้ชุมชนมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
-
เพื่อเพิ่มอัตราการเข้ารับบริการวัคซีนครบตามวัยของเด็กอายุ 0–5 ปี35.4460.00
เด็กอายุ 0-5 ปี เข้ารับบริการวัคซีนครบตามวัย เพิ่มขึ้น
-
เพื่อเสริมสร้างความรู้ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนแก่ผู้ปกครองเด็กอายุ 0-5 ปี50.0080.00
ผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ และทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน เพิ่มขึ้น
-
เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนาในการรณรงค์ฉีดวัคซีน50.0080.00
ผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนามีส่วนร่วมในการรณรงค์ฉีดวัคซีน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
ผู้ปกครองเด็กอายุ 0-5 ปี50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่อง หนูน้อยร่มไทร สุขภาพดี เริ่มที่วัคซีน
1.อบรมให้ความรู้ เรื่อง สุขภาพดี เริ่มได้ที่วัคซีน
- วัคซีนนั้น สำคัญฉไหน - สถานการณ์และผลกระทบจากการไม่ได้รับวัคซีน - ผลข้างเคียงและวิธีการดูแลเบื้องต้นหลังฉีดวัคซีนงบประมาณ 1.ค่าวิทยากร 600 บาท/ชั่วโมง x 6 ชั่วโมง = 3,600 บาท 3.ค่าสื่อให้ความรู้ (แบบสอบถามก่อน-หลังอบรม แบบสอบถามความพึงพอใจ และแผ่นพับเกี่ยวกับวัคซีน) จำนวน 50 ชุด x 20 บาท = 1,000 บาท 4.วัสดุในการอบรม = 4,000 บาท (รายละเอียด ปากกา 10 บาท X 50 คน = 500 บาท, สมุด 20 บาท X 50 เล่ม = 1,000 บาท, กระเป๋าผ้า 50 ใบ x 50 บาท = 2,500 บาท)
รวมทั้งหมด 8,600 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 23 มกราคม 2569ผลผลิต (Output) สิ่งที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการดำเนินโครงการ ผลลัพธ์ (Outcome)การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากมีผลผลิตเหล่านั้น
1.ผู้ปกครองได้รับการอบรมให้ความรู้ และสื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวัคซีน 2.ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนเพิ่มขึ้น 3.ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการพาเด็กมารับวัคซีนตรงตามวัย 4.ความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนลดลง เพราะรู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง 5.ผู้ปกครองมีทัศนคติเชิงบวกต่อวัคซีน และมีแนวโน้มพาเด็กมารับวัคซีนสม่ำเสมอมากขึ้น
8600.00 บาท -
2.กิจกรรมภารกิจพิชิตด่าน
ด่านที่ 1 ตอบคำถามเกี่ยวกับวัคซีน -อุปกรณ์ : ลูกเต๋า + กระดาษคำถาม/คำสั่ง งบประมาณ = 50 บาท
ด่านที่ 2 ภูมิคุ้มกันทำงานยังไง?
-อุปกรณ์ : น้ำ + สบู่ + พริกไทย •ให้ผู้ปกครองจุ่มนิ้วลงในถ้วยน้ำที่มีพริกไทย → พริกไทยเกาะนิ้วเหมือนเชื้อโรค → ทาสบู่และจุ่มอีกครั้ง → พริกไทยกระจายออก งบประมาณ = 50 บาทด่านที่ 3 ถูกคู่ ถูกใจ
-อุปกรณ์ : การ์ดกระดาษ •ให้ผู้ปกครองจับคู่ ชื่อวัคซีน กับ โรคที่ป้องกันได้ด่านที่ 4 สถานการณ์จำลอง -อุปกรณ์ : การ์ดสถานการณ์ เช่น เด็กมีไข้หลังฉีดวัคซีน บวมแดงหรือเจ็บบริเวณที่ฉีด ร้องไห้หรือไม่สบายตัว •ให้ผู้ปกครองเลือกวิธีการดูแลที่ถูกต้องตามสถานการณ์ → อธิบายเหตุผลและแนวทางปฏิบัติ
ด่านที่ 5 ประเมินกิจกรรม
1.ค่าวัสดุอุปกรณ์รวม = 100 บาท 2.ค่าอาหารว่าง 2 มื้อ x 25 บาท x 50 คน = 2,500 บาท 3.ค่าอาหารกลางวัน 60 บาท x 50 คน = 3,000 บาท รวมทั้งหมด 5,600 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 23 มกราคม 25691.ผู้เข้าร่วมเข้าใจหลักการทำงานของภูมิคุ้มกันและความสำคัญของวัคซีน 2.ผู้ปกครองมีความมั่นใจ สามารถดูแลเด็กหลังฉีดวัคซีน ลดความกังวลและความเครียด 3.เด็กและครอบครัวมีแรงจูงใจเข้ารับวัคซีนครบตามวัย สนุกกับกิจกรรมและสร้างพฤติกรรมเชิงบวกต่อสุขภาพ
5600.00 บาท
1.อัตราการได้รับวัคซีนครบตามวัยของเด็กอายุ 0–5 ปี เหมาะสมตามวัยเพิ่มขึ้น ใกล้หรือถึงเป้าหมายร้อยละ 90
2.ผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีทัศนคติที่ดีและตระหนักถึงความสำคัญของการนำเด็กเข้ารับวัคซีนตามวัยมากขึ้น
3.ผู้ปกครองมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพบุตรที่เหมาะสมและต่อเนื่อง
4.ระบบติดตามและเข้าถึงเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5.ผู้นำศาสนาและชุมชนมีบทบาทสนับสนุนการรณรงค์เข้ารับวัคซีนมากขึ้น
