โครงการเยาวชนตื่นรู้ ทันภัยยาเสพติด
-
นายวิศรุต วงศ์กฤตพร ตำแหน่ง ประธานสภาเด็กและเยาวชนตําบลบ้านควน เบอร์โทรศัพท์ 0971264753
-
นายนิอับดุลเลาะ นิสาและ ตำแหน่ง รองประธานสภาเด็กและเยาวชนตําบลบ้านควน เบอร์โทรศัพท์ 0968029700
-
นางสาวอานิต้า ยาบี ตำแหน่ง ผู้ช่วยรองประธานสภาเด็กและเยาวชนตําบลบ้านควน เบอร์โทรศัพท์ 0837587651
-
นางสาวสุภาวดี มันเล๊ะ ตำแหน่ง เลขานุการสภาเด็กและเยาวชนตําบลบ้านควน เบอร์โทรศัพท์ 099023102
-
นายสุทธิศักดิ์ สัตย์สุข ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการสภาเด็กและเยาวชนตําบลบ้านควน เบอร์โทรศัพท์ 0963365299
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด22.00
การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการ โดยผนึกกำลังของทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ปัญหายาเสพติดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างภูมิคุ้มกันสร้างกิจกรรม กระบวนการ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนได้ดำเนินการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินการอย่างยั่งยืน ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่แทรกซึมและบ่อนทำลายสังคม เศรษฐกิจที่ร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อทุก ๆ หน่วยสังคม เป็นปัญหาของสังคมที่สำคัญ และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะต้องอาศัยการประสานความร่วมมือ ร่วมใจ จากทุก ๆ ฝ่ายของสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาเสริมสร้างพลังองค์กรชุมชนและสังคม โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความสำคัญมากที่สุด และมีสัดส่วนมากที่สุด และเป็นการวางรากฐานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัว เป็นหน่วยพื้นฐานของสังคมที่ดีเพื่อให้สังคมและชุมชนเข้มแข็ง
สภาเด็กและเยาวชนตำบลบ้านควน จึงได้จัดทำโครงการเยาวชนตื่นรู้ ทันภัยยาเสพติดขึ้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นหลักพัฒนาศักยภาพแกนนำเยาวชนให้สามารถที่จะเรียนรู้พัฒนาการมีทักษะชีวิตในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้เกิดการขยายผลให้ครอบคลุมในชุมชนมากขึ้น ตลอดจนสร้างเครือข่ายทางสังคม ในการสร้างภูมิคุ้มกันต่อยาเสพติดให้กับชุมชนต่อไป
-
เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด18.00
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน / วางแผนการดำเนินงาน
ประชุมคณะทำงาน / วางแผนการดำเนินงาน ให้แกนนำสภาเด็กและเยาวชนตำบลบ้านควนทราบ
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับคณะทำงานสภาเด็กและเยาวชน จำนวน 30 คน ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 900 บาท1 มกราคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569แกนนำสภาเด็กและเยาวชนตำบลบ้านควน จำนวน 20 คน ประชุมวางแผนการดำเนินงานโครงการ
900.00 บาท -
อบรมให้ความรู้/สร้างความเข้าใจต่อปัญหายาเสพติด
อบรมให้ความรู้/สร้างความเข้าใจต่อปัญหายาเสพติด
กำหนดการจัดกิจกรรมเวทีอบรมให้ความรู้/สร้างความเข้าใจต่อปัญหายาเสพติด
08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียน
08.30 – 09.00 น. กิจกรรมเตรียมความพร้อม/พิธีเปิดกิจกรรม
09.00 – 10.00 น. วิเคราะห์ปัญหาสถานการณ์ยาเสพติดในตำบลบ้านควน
10.00 – 12.00 น. ให้ความรู้ในหัวข้อ “แนวคิดการสื่อสาร การผลิตสื่อรณรงค์ และการ Workshop การผลิตสื่อรณรงค์
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน/ประกอบศาสนกิจ
13.00 -16.00 น. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ยาเสพติด ภัยใกล้ตัว
16.00-16.30 น. นำเสนอและสรุปการดำเนินกิจกรรม
หมายเหตุ พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวลา 10.00-10.15 น. และ 14.30-14.45 น.
1.กิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้ฯ เป็นเงิน 14,300 บาท
1.1 ค่าอาหารกลางวัน สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 60 คน ๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1.2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 60 คน ๆ ละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,600 บาท
1.3 ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
1.4 ปากกาลูกลื่น สมุดบันทึก แฟ้มพลาสติก จำนวน 60 ชุด ๆ ละ 40 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
1.5 กระดาษ A4 จำนวน 1 รีมๆ ละ 150 บาท เป็นเงิน 150 บาท
1.6 ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1 x 3 เมตร ตารางเมตรละ 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
1.7 ค่าเข้าเล่มจัดทำรูปเล่มหลักฐานเอกสาร เป็นเงิน 500 บาท1 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569กลุ่มเป้าหมายมีความรู้/ความเข้าใจต่อปัญหายาเสพติด และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้
14300.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวจ่ายกันได้
1.เพื่อให้มีความรู้ ทักษะและมีส่วนร่วมด้านการป้องกันตนเองให้ห่างไกลยาเสพติดอย่างถูกต้องและเป็นแกนนำในการถ่ายทอดความรู้สู่ผู้อื่น
2. เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนแนวคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมของตนเองให้เป็นบุคลากรที่มีศักยภาพของสังคมได้
