โครงการโภชนาการดี ต้านซีด สร้างพัฒนาการสมวัย
-
กิจกรรมที่ 1 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1.1 ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด (เตี้ย,ผอม) 1.2 ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 6 - 12 เดือน 1.2 เจ้าหน้าที่/ อสม./คณะทำงาน40.00
-
กิจกรรมที่ 2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่2.1 เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด (เตี้ย,ผอม20.00
-
กิจกรรมที่ 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 3.1 เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด (เตี้ย,ผอม)20.00
เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญที่สุดต่อการเติบโตและพัฒนาการทั้งทางร่างกาย สมอง อารมณ์ และสังคม การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมครบ 5 หมู่ตามวัย จะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกาย การพัฒนาการทางสมอง และระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจภาวะโภชนาการของเด็กปฐมวัยในประเทศไทย (กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข) พบว่า ยังมีเด็กจำนวนหนึ่งที่อยู่ในภาวะทุพโภชนาการด้านขาด โดยเฉพาะภาวะเตี้ย (Stunting) และผอม (Wasting) ซึ่งสะท้อนถึงการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทั้งในระยะยาวและระยะสั้น นอกจากนี้ เด็กปฐมวัยจำนวนไม่น้อยยังมีปัญหา ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia) ซึ่งเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ สมาธิ และความแข็งแรงของร่างกาย เด็กที่มีภาวะซีดจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่ร่าเริง และมีแนวโน้มเติบโตช้ากว่าเด็กปกติ ภาวะนี้สามารถป้องกันได้โดยการส่งเสริมให้เด็กได้รับอาหารที่มีธาตุเหล็กเพียงพอ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ตับ ผักใบเขียวเข้ม ตลอดจนการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการจัดอาหารให้เหมาะสมตามวัยจากการดำเนินงานเด็กปฐมวัยในพื้นที่ที่ผ่านมา พบว่าผู้ปกครองส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องโภชนาการที่ถูกต้อง เช่น การให้อาหารเสริมไม่เหมาะสม การจำกัดอาหารบางชนิด หรือให้ขนมและเครื่องดื่มหวานมากเกินไป ส่งผลให้เด็กได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กบางรายไม่ได้รับการคัดกรองภาวะซีดอย่างต่อเนื่อง ทำให้การดูแลรักษาและติดตามไม่เป็นระบบ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองยะกัง 2จึงจัดทำ “โครงการกินดี ต้านซีด สร้างพัฒนาการสมวัย” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้และทักษะในการดูแลโภชนาการเด็กตามวัย ส่งเสริมการบริโภคอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วน และคัดกรองเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด (เตี้ย/ผอม) และภาวะซีด เพื่อให้ได้รับการดูแลและติดตามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้เด็กปฐมวัยในชุมชนมีสุขภาพแข็งแรง เจริญเติบโตสมวัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน20
-
ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด20
-
ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 6 - 12 เดือน10
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมโภชนาการเด็ก และการป้องกันภาวะซีดแก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กในชุมชน
1.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแก่ผู้ร่วมอบรมและคณะทำงาน
จำนวน 40 คน x 35 บาท x 2 มื้อ
เป็นเงิน 2,800 บาท 1.2 ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่มแก่ผู้ร่วมอบรมและคณะทำงาน
จำนวน 40 คน x 70 บาท x 1 มื้อ
เป็นเงิน 2,800 บาท 1.3 ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน × 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 1.4 ค่าป้ายไวนิลขนาด 1 × 3 เมตรๆละ300 บาทเป็นเงิน 900 บาท1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25699500.00 บาท -
จัดซื้ออาหารเสริมแก่เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด (เตี้ย,ผอม)
2.1 ค่าจัดซื้ออาหารเสริม (นม) แก่เด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการด้านขาด (เตี้ย,ผอม)
จำนวน 20 คน x 8 โหล x 150 บาท
เป็นเงิน 24,000 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256924000.00 บาท -
ประกวด “ เด็กโภชนาการดีขึ้น”
3.1 ติดตามการเจริญเติบโต ทุกเดือน ติดต่อกันครบ 3 เดือน
3.2 คัดเลือกเด็กที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นและพฤติกรรมการกินดี
3.3 มอบของรางวัล แก่เด็กที่มีโภชนาการดีขึ้น เป็นเงิน 1000 บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25691000.00 บาท -
กิจกรรม“คัดกรอง เสริมเหล็ก ป้องกันซีดในเด็กปฐมวัย”
4.1 คัดกรองและติดตามภาวะซีดในเด็กอายุ 6 - 12 เดือนและ 4 ปี โดยการเจาะเลือดปลายนิ้วตรวจวัดค่าฮีโมโกลบิน (Hb)
4.2 จ่ายยาน้ำเสริมธาตุเหล็กให้เด็กอายุ 6 ดือน – 5 ปีที่มารับบริการในคลินิคสุขภาพเด็กดี
หมายเหตุ ยาน้ำเสริมธาตุเหล็กได้รับการจัดสรรจากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25690.00 บาท
1.ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำหลักโภชนาการไปปรับใช้ในการดูแลบุตรหลานได้อย่างเหมาะสม
2.เด็กปฐมวัยในชุมชนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมมากขึ้น
3.ภาวะซีดและทุพโภชนาการในเด็กปฐมวัยลดลง
4.ชุมชนมีต้นแบบ “เด็กโภชนาการดี” ที่สามารถเป็นแบบอย่างให้กับครอบครัวอื่น ๆ ในพื้นที่
