โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคเบาหวาน ความดันและโรคหลอดเลือด ปีงบประมาณ 2569
-
นายสมนึก ทองรอด
-
นางแดง โต๊ะปังหลู
-
นางไหม หมาดเกื้อ
-
นางยามิหละ เหรียญนุ้ย
-
นางสมบัติ เกื้อสุทธ์
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน40
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง30
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)50
สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังในเขตรพ.สต.บ้านชะรัดตั้งแต่ปี 2566 พบว่า อัตราป่วยโรคเบาหวานรายใหม่จำนวน 39คน คิดเป็นร้อยละ7.58 ปี2567 จำนวน 21 คนคิดเป็นร้อยละ7.99 และปี2568 จำนวน 25 คนคิดเป็นร้อยละ7.81 ซึ่งสูงกว่าอัตราป่วยที่กำหนดคือไม่เกินร้อยละ 6 อัตราป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ปี2566 จำนวน 51 คน คิดเป็น1092.08 ต่อแสนประชากร ปี2567 จำนวน54 คนคิดเป็น1154.69ต่อแสนประชากร ปี2568 จำนวน54 คน คิดเป็น1154.69ต่อแสนประชากร ซึ่งอัตราป่วยต่อแสนประชากรที่กำหนดไว้เท่ากับ ผู้ป่วยระยะก่อนเบาหวาน pre Dm ในปี2566 จำนวน165คน คิดเป็นร้อยละ 97.58 ปี2567 จำนวน 83คน คิดเป็นร้อยละ 91.57 ปี2568 จำนวน 89 คนคิดเป็นร้อยละ 70.79 ผู้ป่วยระยะก่อนความดันpre HTร้อยละ 20 ส่งผลให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ รพ.สต.บ้านชะรัดมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 2.01 พบอัตราเกิดโรคในกลุ่มอายุตั้งแต่ 30ปีขึ้นไปคือวัยทำงานจำนวน 33คน กลุ่มสูงอายุจำนวน 55 คน คิดเป็นร้อยละ 7.28โรคหลอดเลือดหัวใจมีจำนวน 3 คน คิดเป็น 64.24 ต่อแสนประชากร
ปัญหากลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ จากพฤติกรรมการกิน วิถีชีวิตของคนในชุมชน และสภาวะสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การกินอาหารที่ไม่ได้ปรุงเอง แกงถุง อาหารสำเร็จรูป ปัญหาการสูบบุหรี่ในกลุ่มเสี่ยงโรคเรื่อรัง กลุ่มผู้ป่วย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ติดบุหรี่ซึ่งไม่เคยเลิกบุหรี่ได้ อัตราความสำเร็จของการเลิกบุหรี่มีเพียงร้อยละ 30 ดังนั้นการจัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ และให้เกิดผลสำเร็จได้จริงจะต้องให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา และสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การเลือกกิจกรรมการแก้ปัญหาที่เหมาะสมกับชุมชน วิถีของผู้คนยุคปัจจุบันจึงเป็นทางเลือกรูปแบบใหม่ ที่มีโอกาสประสบผลสำเร็จและลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ การทำงานร่มกันกับภาคีเครือข่าย แกนนำชุมชน ผู้นำศาสนา ชมรมด้านสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้งานบรรลุผลตามเป้าประสงค์ เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของประชาชน อย่างยั่งยืน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน4030
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง3020
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)5040
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน60
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง120
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง120
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.จัดประชุมคณะทำงาน 4 ครั้ง
ประชุมคณะทำงานและแกนนำสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 50 คนโดยจัดประชุมสรุปปัญหาอุปสรรคและหาแนวทางแก้ปัญหาทุก 2 เดือน มีการปรับกลยุทธ์ของงานและกิจกรรมแต่ละครั้ง งบประมาณ
1.อาหารว่างมื้อละ 20 บาท จำนวน 50 คนเป็นเงิน 1,000 บาทต่อครั้ง จำนวน 4 ครั้ง เป็นเงิน 4,000 บาท2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.ประชุมคณะทำงานและแกนนำ 4 ครั้ง
2.มีผู้เข้าร่วมประชุมครั้งละ 50 คน4000 บาท -
อบรมกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง
จัดอบรมกลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังจำนวน 120 คนโดยแบ่งเป็น 2 รุ่นๆละ 60คน
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่าง 1 มื้อ มื้อละ 20 บาท จำนวน 1 มื้อ จำนวน 120 คน เป็นเงิน 2,400 บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน 2 ช.ม.ๆละ 300 บาท จำนวน 2 รุ่น เป็น 1,200 บาท20 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 20 มีนาคม 2569กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรังเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 120 คน
3600 บาท -
อบรมผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและญาติผู้ดูแล
อบรมผู้ป่วยและญาติจำนวน 60 คน เรื่องการป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ให้ความรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เป็นกลุ่มพึ่งพิง
งบประมาณ
-ค่าอาหารว่างมื้อละ 20 บาท จำนวน 60 คน เป็นเงิน เป็นเงิน 1,200 บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน 2 ช.ม.ๆละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 25691.ผู้ป่วยร้อยละ 70 มีค่าcvd risk อยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง
2.ผู้ป่วยที่มีค่า cvd risk ในระดับเสี่ยงสูง ลดลงเป็นกลุ่มที่เสี่ยงในระดับปานกลางและระดับน้อย1800 บาท -
ติดตามเฝ้าระวังกลุ่มpre DM และpre HT
ติดตามเฝ้าระวังโดยวัดความดันโลหิต เจาะเลือดหาค่าน้ำตาลปลายนิ้ว ประเมินค่า BMI วัดรอบเอวให้แก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 40 คน เดือนละ 1ครั้ง เป็นเวลา 3 เดือน จัดหาอุปกรณ์ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว เข็มและแถบตรวจ
งบประมาณ
1.เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 2 เครื่องๆละ 4,000 บาท เป็นเงิน 8000 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 3 ครั้งๆละ 1 มื้อๆละ 20 บาท 40 คน เป็นเงิน 2,400 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 สิงหาคม 25691.แกนนำมีการติดตามเฝ้าระวังกลุ่ม pre dm pre Ht เดือนละครั้ง
2.แกนนำสามารถสรุปผลและส่งต่อผู้ป่วยมายัง รพ.สต.ได้
3.แกนนำสามารถเจาะเลือดและวัดความดันโลหิตให้แก่กลุ่มเป้าหมายและลงบันทึกได้ถูกต้อง
4.ผู้ป่วยpre Dm มีระดับน้ำตาลในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 50
5.ผู้ป่วยpre Ht มีระดับความดันโลหิตในเกณฑ์ปกติ ร้อยละ 5010400 บาท -
อบรมให้ความรู้และสนับสนุนการเลิกบุหรี่ในกลุ่มเสี่ยง
-ประชุมแกนนำ ผู้นำศาสนา จำนวน 15 คน
-จัดอบรมให้ความรู้จำนวน 30 คน
-สนับสนุนยาเลิกบุหรี่
-จัดทำป้ายรณรงค์ในวัด มัสยิด จำนวน 6 ป้าย
-คัดกรองความเสี่ยงโรคหลอดเลือด และแบบติดตาม 30 ชุด -ติดตามกลุ่มเป้าหมายเดือนละครั้ง เป็นเวลา 6 เดือนโดยจัดเวทีประชุม
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างประชุมแกนนำ 3ครั้ง ครั้งละ 15 คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน 900 บาท
2.ค่ายาหญ้าดอกขาวเลิกบุหรี่ เป็นเงิน 3,000 บาท
3ค่าป้ายรณรงค์ จำนวน 12 ป้ายๆละ 300 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
4.ค่าวิทยากร จำนวน 2 ครั้งๆละ 2 ชมๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าอบรม จำนวน 2 ครั้งๆละ 30 คนๆละ 1 มื้อๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กรกฎาคม 25691.กลุ่มเป้าหมายเลิกบุหรี่ได้สำเร็จร้อยละ 50
2.ป้ายรณรงค์ จำนวน 12 แผ่น
3.มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยน คัดเลือกบุคคลต้นแบบ9900 บาท -
การส่งเสริมการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง โรคอ้วน pre DM pre Ht
จัดกิจกรรมการเดินออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 4 วันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ คัดเลือกบุคคลต้นแบบจัดเวทีเสวนา
งบประมาณ 1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เวทีเสวนาจำนวน 2 ครั้งๆละ 30 คนๆละ 1 มื้อๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
2.ค่าวิทยากร จำนวน 2 ครั้งๆละ 2 ชมๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1200 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.มีกิจกรรมการออกกำลังกายโดยการเดิน สัปดาห์ละ 4 วันเป็นเวลา 12 สัปดาห์
2.ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 30 คน
3.มีบุคคลต้นแบบจำนวน 6 คน2400 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงไม่เกินร้อยละ 8 2.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงไม่เกินร้อยละ 5 3.ผู้ป่วยระยะก่อนเบาหวานไม่เกินร้อยละ 5 4.ผู้ป่วยระยะก่อนความดัน ไม่เกินร้อยละ 5 5.ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 2 6.ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 2 7.ประชาชนโรคอ้วนมีค่าน้ำหนักตัวและดัชนีมวลกายตามเกณฑ์ร้อยละ 30 8.กลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือด เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ ร้อยละ 20
