โครงการผู้สูงอายุสุขภาพดี ชีวีมีสุข “อยู่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข” ปี 2569
ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สวนทางกับอัตราการเกิดที่ต่ำลง ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานดูแลประชากรวัยผู้สูงอายุมากขึ้น จึงอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจ รวมถึงปัญหาสุขภาพได้ เพราะผู้สูงอายุนี้ถือเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ ทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ จึงมีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย และในปี พ.ศ. 2568 กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็น ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย โดยได้ตระหนักเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป
จึงได้พัฒนาระบบการคัดกรองผู้สูงอายุในชุมชน ออกให้บริการภายใต้นโยบาย 3 หมอ ในฐานะหมอคนที่ 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ออกค้นหา คัดกรองสุขภาพ 9 ด้าน ให้กับผู้สูงอายุทั่วประเทศ อย่างน้อย 10 ล้านคน ซึ่งการคัดกรองสุขภาพ 9 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านความคิดความจำ 2.ด้านการเคลื่อนไหวของร่างกาย 3.ด้านการขาดสารอาหาร 4.ด้านการมองเห็น 5.ด้านการได้ยิน 6.ด้านภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 7.ด้านการกลั้นปัสสาวะ 8.ด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และ 9.ด้านสุขภาพช่องปาก ปัจจุบัน จังหวัดสงขลามีประชากร จํานวน 1,154,543 คนมีประชากรผู้สูงอายุ จํานวน 218,573 คน (ร้อยละ 18.94) อีก 3 ปีข้างหน้า จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุผลจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข ทำให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนมากกว่าหลายๆปีที่ผ่านมาพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงด้านสังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้วิถีชีวิต และการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ส่งผลให้การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุเปลี่ยนไป เริ่มตั้งแต่การบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม มาตั้งแต่วัยรุ่น วัยทำงาน การขาดการออกกำลังกาย ทำให้กลายเป็นผู้สูงอายุที่อายุยืน แต่มีภาวะของโรคประจำตัว ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน ข้อเข่า โรคหลอดเลือดสมอง และโรคสมองเสื่อม ฯลฯ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ จึงมีความจำเป็น เนื่องจากผู้สูงอายุในพื้นที่มีจำนวนมากขึ้น กลับมีปัญหาด้านสุขภาพมากขึ้น ทั้งทางด้านร่างกาย และสุขภาพทางด้านจิตใจ ที่มีผลสืบเนื่องมาจากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหินผุดในปีงบประมาณ2567 มีผู้สูงอายุทั้งหมด 907 คน เป็นผู้สูงอายุที่ติดบ้านจำนวน3คน คิดเป็นร้อยละ 0.33 ติดเตียงจำนวน13คน คิดเป็นร้อยละ 1.43จากผลการคัดกรองผู้สูงอายุในปีงบประมาณ 2567พบว่า มีปัญหาด้านข้อเข่าเสื่อม 18 คน คิดเป็นร้อยละ 1.89 ภาวะเสี่ยงหกล้ม 29 คน คิดเป็นร้อยละ 3.05 ส่งพบหมอกระดูก 3 คน และมีภาวะกระดูกพรุน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 2.0ส่ง BMD 15 คน มีภาวะขาดสารอาหาร 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.22 ภาวะปัญหาช่องปาก 5 คนคิดเป็นร้อยละ0.55ส่งพบทันตกรรม 5 คน คิดเป็นร้อยละ 0.55 ภาวะการได้ยิน 1 คนคิดเป็นร้อยละ0.11ส่งพบ ENT 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.11ในปีงบประมาณ2568 มีผู้สูงอายุทั้งหมด 948 คน เป็นผู้สูงอายุที่ติดบ้านจำนวน10คน คิดเป็นร้อยละ 1.05 ติดเตียงจำนวน10คน คิดเป็นร้อยละ 1.05จากผลการคัดกรองผู้สูงอายุในปีงบประมาณ 2568พบว่า มีปัญหาด้านข้อเข่าเสื่อม 18 คน คิดเป็นร้อยละ 1.89 ภาวะเสี่ยงหกล้ม 29 คน คิดเป็นร้อยละ 3.05และมีภาวะกระดูกพรุน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 2.0 ดังนั้นผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลรอบข้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนปัญหาด้านสุขภาพจะมีมากกว่านี้ ถ้าครอบครัวให้ความสำคัญและเล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุด้วยแล้ว ครอบครัวและสังคมไทยจะมีความสุข และทุกคนมีสุขภาพจิตที่ดี ส่งผลให้ร่างกายดีตามมา เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและส่งเสริมสถาบันครอบครัว ให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเน้นการดำเนินการด้านสาธารณสุขเชิงรุกให้ทั่วถึงและครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสภาพ และการพัฒนาการบริการสาธารณสุข โดยเน้นการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ การที่ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายใจที่ดีขึ้น คลายความรู้สึกหดหู่ และรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อชุมชน ผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน เพื่อให้ผู้สูงอายุ สามารถดำรงชีวิตชีวิตอยู่กับครอบครัวและบุตรหลานอย่างปกติสุข และมีสุขภาพสมบูรณ์ตามควรแก่วัย จึงได้จัดทำโครงการผู้สูงอายุสุขภาพดี ชีวีมีสุข “อยู่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข” ปี 2569 ขึ้นมา
-
1.เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองตรวจสุขภาพเบื้องต้น ร้อยละ 800.00
- ผู้สูงอายุได้รับการคัดกรองและตรวจประเมินภาวะสุขภาพ ร้อยละ ๘๐
-
๒. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้และสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม0.00
- ผู้สูงอายุมีความรู้และสามารถดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ร้อยละ 80
-
๓. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการส่งต่อ0.00
-
กลุ่มผู้สูงอายุ480
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดประชุม แกนนำอสม.
จัดประชุม แกนนำอสม.(หมอ 1) จำนวน 40 คน และหมอ 2 จำนวน 3 คน รวม 43 คน
ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหินผุด
1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 พฤศจิกายน 25680.00 บาท -
2. แบ่งทีมลงพื้นที่เชิงรุกออกเป็น 40 คน(หมอ 1) (หมู่ละ10 คน) ลงพื้นที่ในแต่ละหมู่จำนวน 2 ครั้ง ร่วมกับหมอ 2 (จำนวน 3 คน) เพื่อ ดำเนินการจัดกิจกรรมคัดกรองผู้สูงอายุ 9 ด้าน ดังนี้
- แบ่งทีมลงพื้นที่เชิงรุกออกเป็น 40 คน(หมอ 1) (หมู่ละ10 คน) ลงพื้นที่ในแต่ละหมู่จำนวน 2 ครั้ง ร่วมกับหมอ 2 (จำนวน 3 คน) เพื่อ ดำเนินการจัดกิจกรรมคัดกรองผู้สูงอายุ 9 ด้าน ดังนี้
ด้านความคิด ความจำ
ด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย
ด้านการขาดสารอาหาร
ด้านการมองเห็น
ด้านการได้ยิน
ด้านภาวะซึมเศร้า
-ด้านการกลั้นปัสสาวะ
ด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน(ADL)
ด้านสุขภาพช่องปาก
คัดกรองในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ณ ศาลาเอนกประสงค์หมู่ 5
หมู่ที่ 7 ณ ศาลาสีชมพู
หมู่ที่ 8 ณ ศสมช.
หมู่ที่ 9 ณ วัดวังพา
- ค่าไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร x 2.5 เมตร
คิดเป็นเงิน 432 บาท
-ค่าเอกสารคัดกรองผู้สูงอายุ
จำนวน 480 ชุด x 15 บาท
คิดเป็นเงิน 7,200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 43 คน(หมอ 1 และหมอ 2) x 2 ครั้ง x 4 หมู่
x 25 บาท
คิดเป็นเงิน 8,600 บาท
-ไวนิล Roll up ชุดละ 1,700 บาท x 4 ป้าย
คิดเป็นเงิน 6,800 บาท
รวมเป็นเงิน 23,032 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 มกราคม 256923032.00 บาท -
3.ส่งจดหมายน้อยให้กับกลุ่มคัดกรองที่มีผลเสี่ยงด้านใดด้านหนึ่งใน 9 ด้าน จัดกิจกรรมให้สุขศึกษาเบื้องต้นเป็นรายบุคคล หลังจากพบภาวะเสี่ยงจากการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (คัดกรองโดยหมอ2 )
3.ส่งจดหมายน้อยให้กับกลุ่มคัดกรองที่มีผลเสี่ยงด้านใดด้านหนึ่งใน 9 ด้าน จัดกิจกรรมให้สุขศึกษาเบื้องต้นเป็นรายบุคคล หลังจากพบภาวะเสี่ยงจากการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (คัดกรองโดยหมอ2)
- ค่าจดหมายน้อย 1 แผ่น เชิญได้ 3 คน
(แผ่นละ 2 บาท x 16 แผ่น)
คิดเป็นเงิน 32 บาท
รวมเป็นเงิน 32 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 256932.00 บาท - ค่าจดหมายน้อย 1 แผ่น เชิญได้ 3 คน
-
4.กิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ (หลังคัดกรองโดยหมอ2) ผู้สูงอายุที่มีภาวะเสี่ยง จำนวน 50 คน
กิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุ ( หลังคัดกรองโดยหมอ2 ) ผู้สูงอายุที่มีภาวะเสี่ยง จำนวน 50 คน
- ค่าวิทยากร 600 บาท x 3 ชั่วโมง
คิดเป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าแบบทดสอบความรู้ก่อน-หลัง (ชุดละ 4 บาท x 50 คน)
คิดเป็นเงิน 200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
มื้อละ 25 บาท x 2 มื้อ
x 54 คน(ผู้สูงอายุที่มีภาวะเสี่ยง จำนวน 50 คน
,หมอ2 จำนวน 3 คน และวิทยากร 1 คน)
คิดเป็นเงิน 2,700 บาท
ค่ากระเป๋าผ้าราคา ๒๕ บาท x 50 ชุด
คิดเป็นเงิน ๑,๒๕0 บาท
ค่าสมุดจดบันทึก 50 ชุด x 10 บาท
คิดเป็นเงิน 500 บาท
ค่าปากกา ราคา 8 บาท x 50 คน
คิดเป็นเงิน 400 บาท
รวมเป็นเงิน 6,850 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25696850.00 บาท - ค่าวิทยากร 600 บาท x 3 ชั่วโมง
-
5.ส่งต่อผู้สูงอายุที่มีภาวะถดถอย(ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง) ให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขควนลัง เพื่อรับการรักษาต่อไป
ส่งต่อผู้สูงอายุที่มีภาวะถดถอย(ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง) ให้กับศูนย์บริการสาธารณสุขควนลัง เพื่อรับการรักษาต่อไป
- ใบส่งต่อ (ชุดละ 3 บาท x 50 ชุด
คิดเป็นเงิน 150 บาท
รวมเป็นเงิน 150 บาท
ถึง150.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้ถูกต้อง
- ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่มีความปัญหาสุขภาพได้รับการส่งต่อดูแลอย่างถูกต้อง
- ลดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงอายุ
