โครงการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเยาวชนมุสลิม เพื่อป้องกันโรค ประจำปีงบประมาณ 2569
การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นแนวปฏิบัติที่ต้องการกระทำเพื่อการรักษาความสะอาด รวมทั้งช่วยป้องกันและลดปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้ร้อยละ 50-60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้ จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า smegma หรือขี้เปียก หากมีหนังหุ้มไม่สามารถเปิดออกล้างได้ จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อ รวมเกิดมะเร็งที่องคชาติได้ (นพ.อนุพงศ์ชิตวรากร) นอกจากนี้การขลิบหนังหุ้มเยื่อหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาติ และถ้าหากขลิบในเด็กทารก ก็จะลดโอกาศเกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย ผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย จากบริบทพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะชายหรือ “คีตา”(ภาษาอาหรับ)หรือ “ทำสุนัต”(ภาษามลายู)มักทำกับหม้อบ้าน หรือ “โต๊ะมูเด็ง” จากความเชื่อและประเพณีของชุมชน โดยผู้ปกครองเด็กเชื่อว่า “การทำแพทย์จะทำให้อวัยวะเพศชายไม่แข็งแรง” “การทำกับโต๊ะมูเด็ง เป็นประเพณีที่คนเฒ่าคนแก่เคยทำกัน” เป็นต้นซึ่งผ่านมาพบว่า การทำสุนัตกับโต๊ะมูเด็ง มักจะมีเหตุการณ์เลือดออกมา (bleeding) ทำให้เกิดภาวะช็อตหรือการติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อตับอักเสบ เชื้อ HIV จากการใช้เครื่องร่วมกันโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ดังนั้นผู้บริหาร องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ดง ได้เล็งเห็นความสำคัญของการทำขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือสุนัตในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีความรู้ ทักษะด้านการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและมีคุณภาพยิ่งขึ้น จึงมอบหมายให้สำนักปลัดฯจัดทำโครงการขลิบหนังปลายอวัยวะเพศชายเยาวชนมุสลิม เพื่อป้องกันโรค ประจำปี 2565 เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน สปสช. อบต.แม่ดง ต่อไป
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคติดต่อ ให้แก่เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ ขนาด 1.2 X 2.4 X (250 บาท) จำนวน 1 ป้าย จำนวนเงิน 720 บาท
- ค่าอาหารว่าง/เครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 35 บาท จำนวน 45 คน จำนวนเงิน 3,150 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท x 40 คน จำนวนเงิน3,150 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรให้ความรู้ จำนวน 1 ชม.ๆ ละ 600 บาท จำนวนเงิน 600 บาท รวมจำนวนเงิน 7,620 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ ขนาด 1.2 X 2.4 X (250 บาท) จำนวน 1 ป้าย จำนวนเงิน 720 บาท
- ค่าอาหารว่าง/เครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 35 บาท จำนวน 40 คน จำนวนเงิน 3,150 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน 70 บาท x 40 คน จำนวนเงิน 3,150 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรให้ความรู้ จำนวน 1 ชม.ๆ ละ 600 บาท จำนวนเงิน 600 บาท รวมจำนวนเงิน 7,620 บาท
7620.00 บาท -
กิจกรรมขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Cirumcision)
- ค่าขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จำนวน 40 คน ๆ ละ 1,200 บาท เป็นเงิน 48,000 บาท ซึ่งรายละเอียดค่าขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายประกอบด้วย
- ค่ายาชา จำนวนเงิน 100 บาท
- ค่าถุงมือ Sterile จำนวนเงิน 20 บาท
- ค่าเข็ม Syring จำนวนเงิน 10 บาท
- ค่าไหม จำนวนเงิน 150 บาท
- ค่า Set Sterile จำนวนเงิน 25 บาท
- ค่า Betadine 30 cc จำนวนเงิน 20 บาท
- ค่า Elasitix จำนวนเงิน 25 บาท
- ค่า Bactigras จำนวนเงิน 15 บาท
- ค่า Gauze 2 ซอง จำนวนเงิน 20 บาท 10.ค่าใบมีด จำนวนเงิน 15 บาท 11.ค่าหัตถการ จำนวนเงิน 800 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- ค่าขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จำนวน 40 คน ๆ ละ 1,200 บาท เป็นเงิน 48,000 บาท ซึ่งรายละเอียดค่าขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายประกอบด้วย
- ค่ายาชา จำนวนเงิน 100 บาท
- ค่าถุงมือ Sterile จำนวนเงิน 20 บาท
- ค่าเข็ม Syring จำนวนเงิน 10 บาท
- ค่าไหม จำนวนเงิน 150 บาท
- ค่า Set Sterile จำนวนเงิน 25 บาท
- ค่า Betadine 30 cc จำนวนเงิน 20 บาท
- ค่า Elasitix จำนวนเงิน 25 บาท
- ค่า Bactigras จำนวนเงิน 15 บาท
- ค่า Gauze 2 ซอง จำนวนเงิน 20 บาท 10.ค่าใบมีด จำนวนเงิน 15 บาท 11.ค่าหัตถการ จำนวนเงิน 800 บาท
48000.00 บาท
- เด็กและเยาวชนได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศที่ปลอดภัย สามารถลดภาวะเสียงของการออกเลือด(bleeding)
- เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจปัญหาและพิษภัยของโรคติดต่อ โดยเฉพาะการติดเชื้อ
- สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็งในการป้องกันโรคติดเชื้อและสามารถเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมการป้องกันโรค
