โครงการรู้เท่าทัน ป้องกันภัยจากโรคมะเร็ง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-
นางสิรัตน์ รวมเงิน
องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 77 ภายใน 25 ปีข้างหน้า ในขณะที่ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าแต่ละปีมีคนไทยป่วยเป็นมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คน เสียชีวิตประมาณ 83,000 คน เฉลี่ยคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งวันละ 227 คน โดยมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งนอกจากทำลายสุขภาพของผู้ป่วยแล้ว โรคมะเร็งยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้ป่วยด้วย ดังนั้นการรักษามะเร็งในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การรักษาโรค แต่ยังหมายถึงการที่คนใกล้ชิดมีความรู้สามารถช่วยดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในระยะยาวได้อย่างเหมาะสมและจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งอย่างเป็นรูปธรรมและกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการหลีกเลี่ยงและลดการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงเพื่อป้องกันโรค ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการลดอัตราป่วยและเสียชีวิตจากโรคมะเร็งจากข้อมูลตำบลท้ายน้ำ ผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self Sampling) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากข้อมูลตำบลท้ายน้ำ มีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จำนวน 836 คน พบว่ามีผู้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปแล้ว จำนวน 376 คน (รวมตรวจในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 376 คน) คิดเป็นร้อยละ 44.98 (ข้อมูลจากทะเบียนผู้รับบริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self Sampling) นับรวม ปี 2565 – 2568 ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท้ายน้ำ ได้ให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV Self Sampling) พบว่ามีผู้มารับการตรวจทั้งหมด 170 ราย พบผลการตรวจดังนี้ ผลปกติ จำนวน 161 ราย ผลผิดปกติ จำนวน 8 ราย (พบเป็น HPV Type non16/18) ซึ่งผู้รับบริการที่มีผลผิดปกติทั้ง 8 ราย ได้รับการส่งต่อเพื่อรับการรักษา เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดเซลล์มะเร็งปากมดลูกในอนาคต ผลตรวจยืนยันซ้ำ พบผลปกติ 7 ราย ผลพบเชื้อมะเร็งปากมดลูก 1 ราย ซึ่งได้เข้าระบบรักษาตามแนวทาง ผลการคัดกรองเต้านม จำนวน 1,157 ราย จากสตรีกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 1,187 ราย คิดเป็นร้อยละ 97.47 ผลการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ ด้วยวิธี Fit Test จำนวน 169 คน คิดเป็นร้อยละ 12.43 จากกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีผลตรวจดังนี้ ผลปกติ จำนวน 150 คน คิดเป็นร้อยละ 88.76ผลผิดปกติ จำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 11.24 ผู้ที่มีผลผิดปกติทั้ง 19 ราย ได้รับการส่งต่อเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยการส่องกล้อง Colposcopy พบเป็นโรคมะเร็งลำไส้ 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.53 จากกลุ่มที่พบผลผิดปกติ ถ้าสามารถสร้างกลุ่มแกนนำสุขภาพในการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าว พร้อมทั้งสร้างความตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการตรวจค้นหาโรคมะเร็งปากมดลูกและโรคมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกให้กับกลุ่มเป้าหมายก็จะทำให้อัตราการเกิดโรค อัตราการป่วยและอัตราการตายจากโรคมะเร็งลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการรู้เท่าทัน ป้องกันภัยจากโรคมะเร็ง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
1.ค่าอาหารกลางวันกิจกรรมอบรมสตรีกลุ่มเป้าหมาย 100 คน 70.00 7,000.00
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกิจกรรมอบรมสตรีกลุ่มเป้าหมาย 100 คน 70.00 7,000.00
ค่าสัมนาคุณวิทยากร 6 ชม. 600.00 3,600.00
1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 25691.สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 80 (เกณฑ์ HDC สสจ.พิจิตร)
2.สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 80 (เกณฑ์ HDC สสจ.พิจิตร)
3.ประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 50–70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธี Fit Test ร้อยละ 10 ของประชากรกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด
4.กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติ ได้รับการส่งต่อและรักษาอย่างถูกวิธี ร้อยละ 100
17600.00 บาท
.สตรีอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 80 (เกณฑ์ HDC สสจ.พิจิตร)
2.สตรีอายุ 30-60 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเจ้าหน้าที่ ร้อยละ 80 (เกณฑ์ HDC สสจ.พิจิตร)
3.ประชากรกลุ่มเป้าหมายอายุ 50–70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองเบื้องต้นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยวิธี Fit Testร้อยละ 10 ของประชากรกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด
4.กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติ ได้รับการส่งต่อและรักษาอย่างถูกวิธี ร้อยละ 100
