โครงการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปี 2569
-
นายนุ้ยเชิดชู
-
นายเจ๊ะดาโอ๊ะ เจ๊ะอาแซ
-
นายบุญ หะยะมิน
-
นางแมะเย๊าะ ปะจูสาลา
-
นางสุพรรณี ทองเพิ่ม
ในปัจจุบันจำนวนประชากรผู้สูงอายุได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความก้าวหน้าทางด้าน เทคโนโลยี ทางการแพทย์และการสาธารณสุข ทำให้อัตราการเสียชีวิตของประชากรลดลง และประชากรมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทำให้เกิดสังคมผู้สูงอายุเกิดขึ้น องค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) ได้ให้นิยามผู้สูงอายุ (Older person) หมายถึง ประชากรทั้งเพศชายและหญิงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไป และองค์การอนามัยโลก ได้คาดประมาณว่า ในปี ค.ศ. 2025 โลกจะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จำนวน 800 ล้านคน และ 2 ใน 3 เป็น ประชากรที่อยู่ประเทศกำลังพัฒนา จากสถานการณ์ดังกล่าว องค์การอนามัยโลกคาดว่าอีก 30 ปี ข้างหน้า ประเทศที่กำลังพัฒนาจะมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 300 โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบภูมิภาคลาตินอเมริกา และเอเชียสำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ สรุปว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปี 2005 โดยมีประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ 10.3 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ในช่วงปี พ.ศ. 2024 ถึง พ.ศ. 2025แต่นับว่าเป็นโชคดีของประเทศไทยที่บรรพบุรุษของไทยเรานั้น ได้มีการกล่าวถึงการดูแลผู้สูงอายุด้วยการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนไทยในปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลให้เป็นการแพทย์ทางเลือกอย่างหนึ่ง ได้แก่ การนวด, การอบ, และการประคบ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่มีความเชื่อและมีความผูกพันกับวิธีการดูแลตนเอง โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งมีอยู่มากมายในชุมชนอาทิเช่น การใช้สมุนไพรในการรักษาพยาบาล การใช้หลักความเชื่อทางศาสนาในการดูแลรักษาตนเองซึ่งสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนอีกทั้งสาเหตุการเจ็บป่วยของประชาชนในพื้นที่ เกิดจากการประกอบอาชีพประจำวันเป็นส่วนมาก และมีบางส่วนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, อัมพฤกษ์ และอัมพาต เป็นต้น ในปัจจุบันพบว่าประชาชนในเขตตำบลบางขุนทอง มีปัญหาด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จึงมีแนวคิดในการผลิต ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นทางเลือกในการลดใช้สารเคมี ลดรายจ่ายในครอบครัว และนำสมุนไพรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถเป็นทั้งยารักษาโรคเบื้องต้น และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงในครัวเรือน ดังนั้น ศูนย์การเรียนรู้และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตำบลบางขุนทอง ได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้จัดทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปี 2569 ขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้ และก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และลดการใช้สารเคมีนำไปสู่คนตำบลบางขุนทองสุขภาพดีด้วยผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถนำความรู้ไปใช้และปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น0.00
ผู้สูงอายุมีความรู้ไปใช้และปฏิบัติได้จริงในชีวิตประจำวัน
-
เพื่อสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยตามหลักธรรมนามัย กายานามัย และจิตตานามัย0.00
ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้ตามหลักธรรมานามัย
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย0.00
ผู้สูงอายุมีความสามารถในการดูแลตนเองได้ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย
-
กลุ่มผู้สูงอายุ140
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้การสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยตามหลักธรรมนามัย
รายละเอียดกิจกรรม/งบประมาณ
อบรมให้ความรู้ผู้สูงอายุตามหลักธรรมานามัย กายานามัย จิตตานามัย
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 140 คน ๆละ 60 บาท เป็นเงิน 8,400 บาท
ค่าอาหารว่าง จำนวน 140 คน ๆละ 2 มื้อ ๆละ 30 บาท เป็นเงิน 8,400 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้สูงอายุมีความรู้ ความสามารถในการดูแลตนเองได้ตามหลักธรรมานามัย กายานามัย จิตตานามัย
16800.00 บาท -
การสาธิตทำยาดมสมุนไพร
ค่าวัสดุอุปกรณ์ทำยาดมสมุนไพร 5,000 บาท
-ขวดยาดม ขนาด 15 กรัม จำนวน 140 ขวด
-พิมเสน
-การบูร
-เมนทอล
-ดอกจันทร์เทศ
-พริกไทยแห้ง
-กระวาน
-กานพลู
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้สูงอายุสามารถนำไปใช้ในการดูแลตนเองได้ที่บ้าน
5000.00 บาท
- ผู้สูงอายุมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดูแลตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย 2.ผู้สูงอายุ สามารถนำความรู้มาดูแลตนเองแบบองค์รวม ตามหลักของธรรมนามัยไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- ผู้สูงอายุสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุอื่น และสามารถพัฒนา เป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุด้วยกันต่อไป 4.เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ
