โครงการกิน กอด เล่น เล่า สร้างสายใย
“๖ ขวบปีแรก คือนาทีทองของชีวิต” เพราะช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่มีพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้รวดเร็วที่สุด การส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้รวมถึงความฉลาดทางอารมณ์ในเด็กปฐมวัยจึงมีความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาให้เด็กเจริญเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีสติปัญญาดี มีความคิดริริ่มสร้างสรรค์ คิดบวก และคิดช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม
พัฒนาการเด็กปฐมวัย คือ ระดับความสามารถของเด็กเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน การส่งเสริมพัฒนาการของเด็กร่วมกับการมีโภชนาการที่ดีช่วยให้เด็กมีความพร้อมต่อการเรียนรู้ในช่วงวัยต่อๆไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๘เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขพัฒนาระบบการเฝ้าระวังและคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้วยเครื่องมือเฝ้าระวังและส่งเสริมเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (คู่มือ DSPM) ครอบคลุมทั้ง ๕ ด้าน ประกอบด้วย ๑.พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ๒.พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา ๓. พัฒนาการด้านการเข้าใจภาษา ๔.พัฒนาการด้านการใช้ภาษา และ๕. พัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเองและสังคม เพื่อส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองเฝ้าระวังและส่งเสริมพัมนาการเด็กด้วยตนเองจากการอ่านคู่มือ และบุคลากรสาธารณสุขคัดกรองพัฒนาการในช่วงอายุ 9 ,18, 30,42, และ 60 เดือน หากสงสัยพัฒนาการล่าช้า จะให้ความรู้ในการกระตุ้นพัฒนาการ และติดตามประเมินซ้ำ 1 เดือนหากยังพบพัฒนาการล่าช้า จะส่งต่อเพื่อรับการกระตุ้นพัฒนาการโดยผู้เชี่ยวชาญที่รพ.ยะรัง จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบพ่อแม่ผู้ปกครอง ยังใช้คู่มือ DSPM เป็นส่วนน้อย และยังมีผู้ปกครองไม่ร่วมมือในการพาเด็กมาติดตามส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการ และสะท้อนว่าเกิดจากการที่ผู้ปกครองไม่เชื่อว่าบุตรหลานมีพัฒนาการล่าช้า จึงไม่นำเด็กเข้าสู่ระบบการดูแลรักษา ทั้งที่พ่อแม่ผู้ปกครองคือผู้ที่มีส่วนสำคัญที่สุดในการส่งเสริมพัฒนาการและความฉลาดทางอารมณ์ในเด็กปฐมวัย แต่ด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจปัจจุบันที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำงานนอกบ้านทำให้มีเวลาในการดูแลเด็กน้อยลง ผลการตรวจพัฒนาการเด็กจากปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมาพบว่า เด็กที่เข้ารับการประเมินพัฒนาการทั้งหมด ๒๗๒ ราย พบพัฒนาการสมวัย ๒๓๗ ราย คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๑๓ สงสัยล่าช้า ๓๘ รายคิดเป็นร้อยละ ๑๓.๙๗ ติดตามได้ ๓๖ ราย คิดเป็นร้อยละ๙๔.๗๔ และสมวัยทุกรายที่มีการติดตามซ้ำ การประสานความร่วมมือร่วมกันระหว่างครูพี่เลี้ยงเด็ก เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.ผู้นำชุมชนและเครือข่ายต่าง ๆในชุมชน จึงมีส่วนสำคัญในการร่วมกันดูแลเด็กกลุ่มวัยนี้ โดยใช้ชุดโปรแกรมจากการศึกษาของกรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วมโดยบูรณาการคู่มือ DSPM มาปรับเป็นแนวปฏิบัติในการกอด เล่า เล่น เต้น วาด สร้างสมาธิกับเด็ก ซึ่งจะช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนารอบด้าน เป็นเด็กที่เก่ง ดี เติบโตสมวัย พร้อมจะเป็นทรัพยากรมนุษญ์ที่มีคุณภาพในอนาคต
ในการนี้ ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะตา ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการ กิน กอด เล่น เล่า สร้างสายใย ขึ้น
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน200
-
กลุ่มวัยทำงาน35
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ ๑ การตรวจคัดกรองพัฒนาการตามช่วงอายุ กลุ่มเป้าหมาย 200 คน - จำแนกกลุ่มเป้าหมายตามเขตรับผิดชอบแต่ละหมู่บ้าน - จัดทำทะเบียนในการคัดกรองพัฒนาการเด็กในคลินิก WBC และการคัดกรองเชิงรุกในหมู่บ้าน - ติดตามกรณีที่เด็กพัฒนาการสงสัยล่าช้าและส่งต่อกรณ1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569
เด็กอายุ ๐-๕ ปี มีการพัฒนาการสมวัย ร้อยละ ๘๐ และในรายที่พัฒนาการล่าช้าได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 100
0.00 บาท -
กิจกรรมที่ ๒ - จัดกิจกรรมกิน กอด เล่น เล่า สร้างสายใย แก่ผู้ปกครอง จำนวน 2 ครั้ง - ติดตามการให้ความร่วมมือในการคัดกรองพัฒนาการ และกิจกรรมอื่นๆของรพ.สต. ทุกเดือน จัดกิจกรรมแก่ผู้ปกครองในเด็กรายที่สงสัยล่าช้า จำนวน 30 คน
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลกอลำจำนวน ๑๕,๐๐๐ บาทรายละเอียด ดังนี้
ค่าอาหารกลางวัน สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน ๓๕ คน ๆ ละ ๖๐ บาท/มื้อ
จำนวน ๑ มื้อ X ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๔,๒๐๐ บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน ๓๕ คน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน ๓๕ คน
คนละ ๓๕ บาท/มื้อ จำนวน ๒ มื้อ X ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๔,๙๐๐ บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน ๔ ชั่วโมงๆละ ๓๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๒๐๐ บาท
ค่าป้ายสื่อรณรงค์โครงการฯ ขนาด ๑.๒ x ๒.๕ เมตร ในราคาตารางเมตรละ ๓50 บาท
เป็นเงิน ๑,๐๕๐ บาท
ค่าวัสดุในการจัดการอบรม
สีเทียน จำนวน ๓ ชุด ๆละ ๕๐ บาท เป็นเงิน ๑๕๐ บาท
สมุดภาพ จำนวน ๓๕ เล่ม ๆละ 20 บาท เป็นเงิน ๗๐๐ บาท
ลูกบอลคละสี จำนวน ๓๕ ชุด ๆละ ๔0 บาท เป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท
ก้อนไม้เสริมพัฒนาการ จำนวน ๓๕ ชุด ๆละ ๔๐ บาท เป็นเงิน ๑,๔๐๐ บาท
รวมเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ (เงินหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569๑. เด็กอายุ ๐-๕ ปี มีการพัฒนาการสมวัย ร้อยละ ๘๐
๒. พ่อแม่ผู้ปกครองที่ผ่านการฝึกปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามโปรแกรม ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมที่รพ.สต.จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
15000.00 บาท
หมายเหตุทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
๑. เด็กอายุ ๐-๕ ปี มีการพัฒนาการสมวัย ๒. พ่อแม่ผู้ปกครองที่ผ่านการฝึกปฏิบัติและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตามโปรแกรม ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมที่รพ.สต.จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
