กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการชาวบาโงยซิแน สานใจ ป้องกันภัยยาเสพติด และบุหรี่ ด้วย TO BE NUMBER ONE ปี 2569

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.บาโงยซิแน
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการชาวบาโงยซิแน สานใจ ป้องกันภัยยาเสพติด และบุหรี่ ด้วย TO BE NUMBER ONE ปี 2569
ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลบาโงยซิแน
  1. นายอาฟีฟี อาแด
  2. นายอิรฟาน ดอเลาะ
  3. นายฮานาฟี สายะ
  4. นายมูฮำหมัดซาลีม ยีเด็ง
  5. นายอัสลัน มะซอ
หมู่ที่ 1-6 ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
  1. ร้อยละของการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน
    35.00

     

  2. ร้อยละของการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน
    25.00

     

  3. จำนวนร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบในชุมชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ)
    3.00

     

  4. จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อการจัดการควบคุมยาสูบในชุมชน
    4.00

     

  5. จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน
    9.00

     

  6. จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
    3.00

     

  7. ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
    60.00

     

  8. ร้อยละเยาวชนขาดความรู้ ความตระหนัก ถึงโทษของยาเสพติด
    30.00

     

description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงมีพระดำริให้มีโครงการ TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาทั่วประเทศ และหน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งปีนี้เป็นที่ 24ตามพระปณิธาน ทุกคนเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด โดยมีการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ ปรับทุกข์ สร้างสุข แก้ปัญหา และพัฒนา EQ จนเป็นที่สนใจในกลุ่มเยาวชน ทำให้เยาวชนได้ใช้เวลาว่างมาร่วมกิจกรรมอันเปิดโอกาสให้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ซึ่งทำให้เยาวชนที่มีความสามารถในด้านต่าง ๆ ได้พัฒนาความสามารถในด้านที่ตนถนัดด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั้งทางด้านกีฬา ดนตรี และการช่วยเหลือสังคม ประกอบกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ ในปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตชุมชน รวมทั้งพื้นที่ที่มีสถานบริการ และแหล่งมั่วสุม อบายมุขต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ต ร้านเกมส์ เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 6 - 24 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ มีพัฒนาการทางร่างกาย ด้านจิตใจและมีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือมีสิทธิทางกฎหมายในเรื่องต่างๆ วัยรุ่นเป็นวัยอยากรู้ อยากเห็น และอยากทดลอง ต้องการการยอมรับจากเพื่อน จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบุหรี่ สุรา ซึ่งเป็นระยะเริ่มแรกของการเข้าหายาเสพติด รวมถึงการรู้โทษที่ร้ายแรงของสิ่งเสพติด โรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การท้องไม่พร้อม เพื่อจะได้รู้จักการหลีกเลี่ยงจากปัญหาดังกล่าว

จากรายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติด สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติปี พ.ศ. 2559 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประมาณตัวเลขของผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวกับยาเสพติดไว้ที่ 1.2 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรของคนไทยที่มีประมาณ 65 ล้านคน ถือเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.93 พูดได้ว่าในจำนวนประชากรทุกๆ 100 คน จะมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดถึง 3 คน และ จากข้อมูลการเข้าบำบัดรักษาของประชาชนตำบลบาโงยซิแน พบว่า ปี 2555 มีผู้เข้ารับการบำบัด 29 ราย ปี 2556 มีผู้เข้ารับการบำบัด 30 ราย ปี 2557 มีผู้เข้ารับการบำบัด 1 ราย ปี 2558 มีผู้เข้ารับการบำบัด 15 ราย ปี 2559 มีผู้เข้ารับการบำบัด 2 ราย ปี 2560 ไม่มีผู้เข้าบำบัด ปี 2561 มีผู้เข้าบำบัด 6 ราย และปี 2562 มีผู้เข้าบำบัด 6 รายปี 2563 มีผู้เข้าบำบัด 4 รายปี 2564 ปี 2565 มีผู้เข้าบำบัด 3 ราย ปี 2566 มีผู้เข้าบำบัด8 ราย และปี 2567 มีผู้เข้าบำบัดจำนวน 17 คน ซึ่งจะมีผู้ที่ต้องการจะเข้าบำบัดเพิ่มขึ้น ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในขณะที่สถานการณืยาเสพติดไม่มีทีท่าจะเบาบางลง แต่ยังมีเยาวชนเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อยากรู้ อยากลอง โดยการสูบบุหรี่เป็นการเริ่มต้น และข้ามไปหายาเสพติดต่อไป จึงจำเป็นจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้มากขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เยาวชนกลุ่มเสพ ไปมั่วสุมกลับไปมีพฤติกรรมซ้ำ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข และกลุ่มเสี่ยง เลิกยุ่งจากยาเสพติด และจากการทำเวทีประชาคม ประชาชนได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะการป้องกันในกลุ่มเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังของชาติในอนาคต ในการป้องกันการเริ่มต้นการติดยาเสพติดมักมาจากการสูบบุหรี่ก่อน แล้วพัฒนา ไปใช้ยาเสพติดอื่น เนื่องจาก ประชาชนขาดโอกาสในการศึกษาเป็นจำนวนมากและขาดความรู้ความเข้าใจในโทษของบุหรี่ อย่างลึกซึ้ง

ในปัจุบัน ตำบลบาโงยซิแน มีประชากรที่สูบบุหรี่จำนวนมาก ปี 2568 คิดเป็นร้อยละ 10.92 มีผู้สูบบุหรีที่เป็นเพศชายและเพศหญิง อีกทั่งยังมีกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เสพติดการสูบบหรี่ บุหรี่มีโทษมากมายหลายอย่างโดยเฉพาะโทษต่อตัวเองและคนรอบข้างด้านสุขภาพ ซึ้งทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนจากการสูบบุหรี่ตามมา และจากการสำรวจหาข้อมูลมีคนในหมู่บ้านที่มีโรคทางเดินหายใจจากผลที่เกิดจากสูบบุหรี่ บุหรี่เป็นสิ่งอันตรายต่อสูขภาพต่อผู้ที่สูบบุหรี่และคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่โดยตรง หรือทางอ้อมจากการได้รับควันบุหรี่มือสองและภัยอันตรายจากควันบุหรี่มือสาม และสารพิษที่ได้รับจากบุหรี่ อาจทำให้ทำร้ายสูขภาพต่อระบบต่างๆ เช่น ส่งผลต่อระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ และระบบการไหลเวียนเลือด ชมรม TO BE NUMBER ONE ได้ศึกษาค้นหาข้อมูล และได้ให้ความสำศัญต่อภัยอันตรายของบุหรี่ ซึ่งจะนำความรู้ให้สู่หมู่บ้านกับเด็กและเยาวชนได้มีความรู้เรื่องโทษของบุหรี่ ที่ถูกต้อง และหลี่กเลี่ยงการสูบบุหรี่อันจะนำไปสู่สิ่งเสพติดอื่นๆ ต่อไป

ดังนั้น ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลบาโงยซิแน ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลีมาปูโร๊ะ ตำบลบาโงยซิแน องค์การบริหารส่วนตำบลบาโงยซิแน แกนนำชุมชน และชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลบาโงยซิแน เพื่อจะดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เบาบางลง และหมดจากพื้นที่ในที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่การเสพยาเสพติด มาจากการสูบบุหรี่ก่อนโดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 10-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และเป็นกำลังสำคัญของชุมชนในอนาคต จึงได้ดำเนินการควบคุมและป้องกัน ตามนโยบายและแนวทางของจังหวัดยะลา มาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติยังคงมีปัญหาอยู่มาก ทั้งด้านความจำกัดในทรัพยากร ลักษณะทางภูมิศาสตร์ วิธีการจัดการ การรับรู้และมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นผลให้การปัญหาดังกล่าว ไม่ได้ประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ การแก้ไขต้องกระทำร่วมกัน ในภาพรวมพหุภาคี ทั้งภาครัฐ ประชาชน รวมทั้งภาคเอกชนควบคู่กันไป ที่สำคัญที่สุดให้ประชาชนและเยาวชนในชุมชนมีบทบาทอย่างเต็มที่ ในการป้องกันปัญหาของชุมชนเอง โดยยึดแนวดำเนินการตามโครงการ TO BE NUMBER ONE มาเติมเต็ม จึงได้จัดทำโครงการชาวบาโงยซิแน สานใจ ป้องกันภัยยาเสพติด และบุหรี่ ด้วย TO BE NUMBER ONE ปี 2569 ขึ้น

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. เพื่อลดการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน
    35.00
    30.00

    ร้อยละของการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ 15- 25 ปี ในชุมชน

  2. เพื่อลดการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน
    25.00
    20.00

    ร้อยละของการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน

  3. เพื่อลดจำนวนร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบในชุมชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
    3.00
    0.00

    จำนวนร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบในชุมชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ)

  4. เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อการจัดการควบคุมยาสูบในชุมชน
    4.00
    5.00

    จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อการจัดการควบคุมยาสูบในชุมชน

  5. เพื่อลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน
    9.00
    8.00

    จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน

  6. เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
    3.00
    4.00

    จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน

  7. เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
    60.00
    50.00

    ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด

  8. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้ในเรื่องยาเสพติด บุหรี่ และการป้องกันตัวเอง
    30.00
    25.00

    เยาวชนมีความรู้ในเรื่องยาเสพติด บุหรี่ และการป้องกันตัวเอง ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 85

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
    2090
  2. กลุ่มวัยทำงาน
    0
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 เมษายน 2569 31 มีนาคม 2570
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. การสกัดกั้นเยาวชนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นนักสูบหน้าใหม่ และมีภาวะเสี่ยงต่อการเสพสารเสพติด

    1 จัดตั้งทีมเฝ้าระวัง สำรวจและค้นหากลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมของเด็กและเยาวชนในชุมชน 2 จัดทีมอาสาสมัครเพื่อการคัดกรอง (กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสูบ) และการบำบัดอย่างย่อในชุมชน 3 การจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างสมรรถนะแห่งตน/ทักษะชีวิตในการหลีกเลี่ยงสิ่งยั่วยุ /ทักษะการจัดการความเครียดและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 4 การจัดกิจกรรมส่งเสริมการเห็นคุณค่าแห่งตน/การใช้เวลาว่าง/การสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน 5 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ แก่เยาวชน จำนวน 200 คน รุ่นละ 100 คน รวม 2 รุ่น


    ค่าใช้จ่าย จัดอบรมรุ่นละ 1 วัน จำนวน 2 รุ่นๆละ 100 คน

    -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท* 100 คน* 2 มื้อ * 2 รุ่น เป็นเงิน 14,000 บาท

    -ค่าอาหารกลางวัน 75 บาท* 100 คน* 1 มื้อ * 2 รุ่น เป็นเงิน 15,000 บาท

    -ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมง 600 บาท* 10 ชม. เป็นเงิน 6,000 บาท

    -ค่าวัสดุในการอบรมและจัดกิจกรรม (ค่าเอกสาร สมุด ปากกา กระเป๋าผ้า เป็นต้น) เป็นเงิน 12,000 บาท

    รวม 47,000 บาท

    1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

    -เยาวชนมีความรู้ในเรื่องยาเสพติด, บุหรี่ และการป้องกันตัวเอง ในระดับดี (ร้อยละ) 85

    -เกิดแกนนำเยาวชนในการรณรงค์เรื่องบุหรี่และยาเสพติด

    47000.00 บาท
  2. รณรงค์สร้างกระแส และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ แก้ปัญหาการมีพฤติกรรมเสี่ยงด้านยาเสพติด บุหร่ีและการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยควร

    1 ให้ความรู้ด้านเพศศึกษาและทักษะชีวิต แก่กลุ่มเด็กเยาวชน ผู้ปกครองและกลุ่มที่มีความเสี่ยง

    2 กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน สร้างแกนนำ/เครือข่าย

    3 สร้างพื้นที่ทำกิจกรรมด้านสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมศิลปะ กีฬา เป็นต้น

    4 การทำสื่อ ประชาสัมพันธ์ และแจกสื่อประชาสัมพันธ์ แผ่นพับ ตามบ้าน และพื้นที่เสี่ยง พร้อมให้สุขศึกษา

    5 คลินิคแก้ปัญหาครอบครัว ช่วยให้แนวทางดำเนินชีวิต, กลไกการให้คำปรึกษา

    6 ส่งเสริมการใช้หลักศาสนา ในการดำเนินชีวิต

    7 จัดทำนิทรรศการในศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE บริเวณชมรม TO BE NUMBER ONE และรณรงค์สร้างกระแส ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โรคเอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

    8 สนับสนุนกิจกรรม ชมรม TO BENUMBER ONE ในสถานศึกษาในพื้นที่ และร่วมเป็นเครือข่ายในสถานประกอบการโรงเรียน และชุมชนใกล้เคียง


    ค่าใช้จ่าย

    -ค่าจัดทำแผ่นพับความรู้ จำนวน 1,900 แผ่นๆละ 10 บาทเป็นเงิน 19,000 บาท

    -ค่าไวนิลความรู้ พร้อมขาตั้ง จำนวน 2 ชุดๆละ 2000 บาท เป็นเงิน 4,000บาท

    -ค่าตอบแทนในการแจกสื่อประชาสัมพันธ์ แผ่นพับและให้สุขศึกษา วันละ 200 บาท * 5 คน * 8 วัน เป็นเงิน 8,000 บาท

    รวม ุ31,000 บาท

    1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569

    1ร้อยละของเยาวชน (อายุ 16-19 ปี) ที่มีภาวะเสี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ ลดลง

    2.จำนวนพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่สร้างสรรค์ ที่เอื้อต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยควรเพิ่มขึ้น

    31000.00 บาท
  3. การสร้างแกนนำคนรุ่นใหม่ TO BE NUMBER ONE

    จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 2 วัน ค่าใช้จ่าย
    - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 35 บาท* 40 คน* 4 มื้อ เป็นเงิน5,600 บาท
    - ค่าอาหารกลางวัน 75 บาท* 40 คน* 2 มื้อ เป็นเงิน 6,000 บาท
    - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 10 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
    - ค่าวัสดุในการประชุมและจัดทำรูปเล่ม (สมุด ปากกา แฟ้ม ค่าถ่ายเอกสาร เป็นต้น) 4,400 บาท

    รวมเป็นเงิน 22,000 บาท

    1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569

    มีแกนนำ TO BE NUMBER ONE และสามารถทำกิจกรรมการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ในโรงเรียน และชุมชน

    22000.00 บาท
  4. สรุปผลการดำเนินงานและถอดบทเรียน

     

    1 มกราคม 2570 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570

    มีการสรุปผลงาน วิเคราะห์ และจัดทำเป็นรูปเล่ม

    0.00 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
  1. เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจ และร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการป้องกันปัญหายาเสพติด บุหรี่ในโรงเรียน และชุมชน
  2. ชุมชนมีความเข้มแข็งและปลอดจากยาเสพติดบุหรี่มือสอง และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยควร อย่างยั่งยืน
  3. แกนนำ มีศักยภาพในการเป็นแกนนำต้านภัยยาเสพติดนชุมชนได้
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
1
2
3
4
5
ชมรม TO BE NUMBER ONE ตำบลบาโงยซิแนโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569 00:00 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17 มี.ค. 2569 13:50 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5