ตรวจคัดกรองและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านสะพานข่อย ปีงบประมาณ 2569
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
11.89
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
40.33
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
4.25
จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม ประชากรและความเจริญทางเทคโนโลยี มีผลทำให้สุขภาพประชาชนป่วยหรือตายด้วยโรคไม่ติดต่อเพิ่มขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งเป็นเหตุก่อให้เกิดโรคความโลหิตสูงและโรคเบาหวาน ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในทะเบียน 3.2 ล้านคนของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาด้านสาธารณสุขอย่างมหาศาล เฉพาะเบาหวานเพียงโรคเดียว ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยสูงกว่า 47,596 ล้านบาทต่อปีและหากรวมทั้ง 3 โรคคือโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณในการรักษาสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปี โรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคอื่นๆในกลุ่มโรค NCDs อีกมากมาย อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงและโรคไต ฯลฯ ซึ่งในเขตรับผิดชอบของ รพ.สต.บ้านสะพานข่อย มีผู้ป่วยเรื้อรังโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ในปีงบประมาณ 2568 มีการคัดกรองความดันโลหิตและเบาหวาน จำนวน1227 คน (ข้อมูล ณ 30 ก.ย 2568) มี ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 451ควบคุมความดันโลหิตได้ดี 288 คน คิดเป็นร้อยละ 63.86 ผู้ป่วยเบาหวาน 241 คน ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี 113 คน คิดเป็นร้อยละ 46.89 คน ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะพานข่อย จึงจัดทำโครงการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานขึ้นเพื่อช่วยส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมและสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง คนในครอบครัว ในการเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน95
ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปี ขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคเบาหวานได้รับการคัดกรองร้อยลุะ 95
-
เพื่อคัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 35ปี ขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง95
ประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส ในกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จากการคัดกรอง90
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเข้าร่วมรับการอบรม ร้อยละ 90
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วย (SBP=120-130mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม90
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่่บ้าน ร้อยละ 90
-
เพื่อให้กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา100
กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์และเข้าสู่ระบบรักษา
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองเชิงรุกชุมชนในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยการวัดความดันและเจาะเลือดปลายนิ้วโดย อสม.และเจ้าหน้าที่
คัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1,228 คน โดยการออกตรวจคัดกรองในหมู่บ้าน และแยกผลการคัดกรองกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผิดปกติ
งบประมาณ
1. จัดซื้้อเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจำนวน 5 เครื่องๆละ 2,850 บาท เป็นเงิน 14,250 บาท
2. แถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะ จำนวน 25 กล่องๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 25,000 บาท (กล่องละ 50 ชิ้น)
3.สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์สำเร็จรูป แผงละ 10 ก้อน ราคาแผงละ 12 บาท จำนวน 100 แผง เป็นเงิน 1,200 บาท30 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
ผลลัพธ์ ประชาชนได้รับข้อมูลสุขภาพตนเอง40450 บาท -
สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตามหลัก 3 อ 2 ส
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ตามหลัก 3อ 2ส (อ.อาหาร , อ.อารมณ์, อ.ออกกำลังกาย , ส.ไม่สูบบุหรี่ ,ส.ไม่ดื่มสุรา)
1.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มสงสัยป่วย (ครบ 1 เดือน )
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิต
2.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง (ครบ 6 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิต
3.สรุปผลการติดตาม คืนข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีค่าใช้จ่าย1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 90
กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 100
กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามครบตามแนวทาง0 บาท -
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
- ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
-ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ < ร้อยละ 2.5
กลุ่มเสี่ยงและกล่มสงสัยป่วยเบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 900 บาท - ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ( SBS=120-139mmHg หรือ DBP=80-89 mmHg ) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
1.ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 95
2. กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม
3. จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าร่วมโครงการ DM Remission (เบาหวานระยะสงบ) ได้ >= ร้อยละ 10
4. ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงกว่าที่ผ่านมา ไม่เกินร้อยละ 5
5. จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
6. จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มี CVD risk >30%ได้รับการปรับเปลี่ยน มีผลการประเมิน CVD risk
