โครงการอาหารปลอดภัยและการคุ้มครองผู้บริโภคในร้าน/แผงลอยจำหน่ายอาหารเดือนรอมฎอน ประจำปี 2569
-
นางแวสปีน๊ะ มะมิง
-
นางนิรอปิอะ มะกาเจ
-
แวแยแวหามะ
-
โสภวดีสัสดีกุล
-
พรนภาสะนิ
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)50.00
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)25.00
-
ูร้อยละของผู้ประกอบการใช้โฟมในการบรรจุอาหาร80.00
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล (บรรยายเพิ่มเติม)
ในปัจจุบันวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของประชาชนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่นิยมการประกอบอาหาร เพื่อบริโภคเอง เปลี่ยนเป็นนิยมบริโภคอาหารนอกบ้านหรือบริโภคอาหารปรุงสำเร็จ สถานที่จำหน่ายอาหารจึงมี ผลกระทบสำคัญต่อสุขภาพประชาชน เนื่องจากสถานที่จำหน่ายอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อน เชื้อโรค สารเคมี หรือโลหะหนัก รวมถึงมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อตามกฎกระทรวง สุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ออกตามความในพระราชบัญญัติการ สาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยหมวด 4 สุขลักษณะส่วนบุคคลของผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัส อาหาร ข้อ 21 (2) ผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารต้องผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่รัฐมนตรีโดย คำแนะนำคณะกรรมการประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษาและกรมอนามัยได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร พ.ศ. 2561 ตำบลยะหริ่งมีความเป็นชุมชนเมือง ปัจจุบันมีกิจการร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารเป็นจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้เข้ารับการอบรมทั้งหลักสูตรผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร โดยในปีงบประมาณ 2562 เทศบาลตำบลตำบลยะหริ่ง จะดำเนินการจัดอบรมให้แก่ผู้สัมผัสอาหาร อันได้แก่ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาหารตั้งแต่กระบวนการเตรียม ปรุง ประกอบ จำหน่ายและเสิร์ฟอาหาร รวมถึงการล้างและเก็บภาชนะอุปกรณ์ ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับอาหารโดยตรง หาก อาหารที่บริการให้ผู้บริโภคไม่สะอาด และไม่ปลอดภัย ก็จะส่งผลให้เกิดโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อได้ เทศบาลตำบลตำบลยะหริ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค และในฐานะที่เป็นหนึ่งใน หน่วยจัดการอบรม จึงได้จัดทำโครงการอบรมสุขาภิบาลอาหารสำหรับผู้สัมผัสอาหาร เพื่อให้สถานที่จำหน่ายอาหารมี สุขลักษณะที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลตำบลยะหริ่ง
-
1. เพื่ออบรมให้ความรู้ด้านสุขาภิบาลอาหารแก่ผู้สัมผัสอาหาร0.00
-
2. เพื่อให้กิจการร้านอาหาร/แผงลอยจำหน่ายอาหารในพื้นที่ผลิตอาหารที่สะอาดและปลอดภัยต่อผู้บริโภค0.00
-
กลุ่มวัยทำงาน130
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมอบรม
ประชามสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมจำหน่ายอาหารในตลาดรอมฏอนเข้าร่วมอบรม
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 25690.00 บาท -
จัดอบรมด้านอบรมสุขาภิบาลอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภคในร้าน/แผงลอยจำหน่ายอาหารเดือนรอมฎอน
-ค่าสมนาคุณวิทยากร 1 ท่านจำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
-ค่าอาหารสำหรับผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่ จำนวน 130 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 7,800 บาท -ค่าอาหารว่างสำหรับผู้เข้าอบรมและเจ้าหน้าที่ จำนวน 130 คนๆละ 2 มื้อๆละ 30 บาทเป็นเงิน 7,800 บาท -ค่าป้ายไวนิลให้ความรูด้านสุขาภิบาลอาหารขนาด 1.5*2 เมตร จำนวน 2 ป้ายๆละ 750 บาทเป็นเงิน 1,500 บาท -ค่าป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณทางเข้า 5,000 บาท13 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 19 มีนาคม 256925100.00 บาท -
กิจกรรมลงสำรวจอาหารในตลาดรอมฎอน
-ค่าอาหารเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงสำรวจอาหาร จำนวน 5 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 300 บาท -ลงพื้นที่ตรวจหาเชื้อโคลิฟอร์มแก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร -น้ำยาตรวจสอบหาเชื้อโคลิฟอร์มในอาหาร (SI-2) จำนวน 4 กล่อง x 850 บาท เป็นเงิน 3,400 บาท -วัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบหาเชื้อโคลิฟอร์มในอาหารเป็นเงิน 925 บาท
25 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 26 กุมภาพันธ์ 25694625.00 บาท -
การติดตามประเมินผล
- เจ้าหน้าที่ลงติดตามและแจ้งผลการสำรวจอาหารให้กับผู้ประกอบการทราบเพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงต่อไป
17 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 17 มีนาคม 25690.00 บาท
ร้านค้าในตลาดรอมฎอนมีความสะอาดตามมาตรฐาน ผู้ค้ามีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และประชาชนได้บริโภคอาหารที่ ฮาลาล-ตอยยิบัน (อนุมัติและดีต่อสุขภาพ) ส่งผลให้การปฏิบัติศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอนเป็นไปอย่างราบรื่นและมีสุขภาพดี
